บาร์เซโลนา

บาร์เซโลนา เป็นสโมสรฟุตบอลอาชีพสเปนตั้งอยู่ที่เมือง บาร์เซโลนา แคว้นกาตาลุญญา ประเทศสเปน เล่นอยู่ในลาลิกา สโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนาเป็นผู้ชนะเลิศในถ้วยสเปนปัจจุบัน เป็นสโมสรที่ประสบความสำเร็จในฟุตบอลสเปน ในแง่ของจำนวนถ้วยรางวัลภาบในประเทศและทุกถ้วย โดยชนะเลิศในการแข่งลาลิกา 26 สมัย ชนะในโกปาเดเรย์ 30 สมัย ชนะเลิศซูเปร์โกปาเเดเอสปัญญา 10 สมัญ ชนะเลิศในปาเอบาตัวร์เต 3 สมัญ และได้รับรางวัล ปาเดลาลิกา 2 สมัย นอกจากนี้ยังเป็นสโมสรที่ประสบความสำเร็จจที่สุดในยุโรป โดยได้ชชชชนะเลิศในยูฟ่าแชมป์เปียนลีก 5 วมัยและชนะเลิศฟีฟ่าคลับเวิลด์คัพ 3 สมัย พวกเค้ายังมีสถิติชนะเลิศในอินเตอร์-ซิตีสืแฟส์คัพ 3 สมัย ถ้วยต้นแบบของยูฟ่าคัพ

บาร์เซโลนา

บาร์เซโลนา เป็นสโมสรฟุตบอลอาชีพสเปนตั้งอยู่ที่เมือง บาร์เซโลนา แคว้นกาตาลุญญา ประเทศสเปน เล่นอยู่ในลาลิกา สโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนาเป็นผู้ชนะเลิศในถ้วยสเปนปัจจุบัน เป็นสโมสรที่ประสบความสำเร็จในฟุตบอลสเปน ในแง่ของจำนวนถ้วยรางวัลภาบในประเทศและทุกถ้วย โดยชนะเลิศในการแข่งลาลิกา 26 สมัย ชนะในโกปาเดเรย์ 30 สมัย ชนะเลิศซูเปร์โกปาเเดเอสปัญญา 10 สมัญ ชนะเลิศในปาเอบาตัวร์เต 3 สมัญ และได้รับรางวัล ปาเดลาลิกา 2 สมัย นอกจากนี้ยังเป็นสโมสรที่ประสบความสำเร็จจที่สุดในยุโรป โดยได้ชชชชนะเลิศในยูฟ่าแชมป์เปียนลีก 5 วมัยและชนะเลิศฟีฟ่าคลับเวิลด์คัพ 3 สมัย พวกเค้ายังมีสถิติชนะเลิศในอินเตอร์-ซิตีสืแฟส์คัพ 3 สมัย ถ้วยต้นแบบของยูฟ่า

นอกจากนี้ยังเป็นสโมสรยุโรปสมัยเดียวที่แข่งในฟุตบอลระดับทวีปทุกฤดูการตั่งแต่ปี 1955 และเป็น 1 ใน 3 สโมสรที่ไม่เคยตกชั้นในลาลิกา ร่วมกับทีมอัตเลติกบิลบาโอและเรอัลมาดริด ในปี 2009 เป็นสโมสรสเปนสโมสรแรกที่ได้ถือคลองแชมป์ 3 รางวัล คือ ลาลิกา โกปาเดลเรย์ และแชมเปียนสืลีก และในปีเดียวกันนี้ยังเป็นสโมสรฟุตบอลสโมสรแรกท่ชนะในการแข่งขัน 6 รางวัลในปีเดียวกัน เพิ่มอีก 3 ถ้วยคือ ซูเปร์โกปาเดเอสปัยญา ยูฟ่าซุเปอร์คัพ และ ฟีฟ่าคลับเวอด์คัพ

ก่อตั้งในชื่อ ฟุตบอลคลับบาร์เซโลนา ในปี 1899 โดยกลุ่มของนักฟุตบอล สวิส อังกฤษมีคำขวัญทางการ เพลงประจำสโมสรคือเพลง กันดัลยาร์ซา เขียนโดย เฌามา ปิกัส และฌูแซ็ป มาริอา อัสปินัส และที่แตกต่างจากสโมสรอื่นคือ ผู้สนับสนุนทรมเป็นเจ้าของและบริหารบาร์เซโบลนา ถือเป็นสโมสรที่ร่ำรวยที่สุดในโลกอันดับ 2 ในด้านของรายได้ ที่มีรายได้ประจำปี 398 ล้านยูโร สโมสรยังเป็นคู่ปรับอันยาวนานกับเรอัลมาดริดและนัดการแข่งขันระหว่างสองทีมนี้เรียกว่า เอลดาซิโก

จุดกำเนิดสโมสรบาร์เซโลนา

เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม ค.ศ. 1899 ฌูอัน กัมเป ได้ลงประกาศโฆษณาใน โลสเดปอร์เคส ว่ามีความต้องการที่จะก่อตั้งสโมสรฟุตบอล โดยได้รับการตอบรับอย่างดีในการนัดพบกันที่ คิมนาเซียว โซเล เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายนโดยมีผู้เลน 11 คนมารวม ทำให้ฟุตบอลคลับบาร์เซโลนา ก็ถือกำเนิดขึ้นมา สโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนาประสบความสำเร็จในช่วงแรกกับการแข่งขันถ้วยทิองถิ่นและระดับชาติได้ลงแข่งใน กัมเปียวนัดเดกาตาลุนยาและถ้วบโดปาเดลเรย์ในปี 1902 สโมสร ถ้วบโกปามากายา และร่วมลงแข่งโกปาเดลเรย์ครั้งแรกแต่แพ้ 1–2 ให้กับบิซกายา ในนัดชิงชนะเลิศ[4] กัมเปร์ได้เป็นประธานสโมสรในปี ค.ศ. 1908 แต่สโมสรมีปัญหาด้านการเงินเนื่องจากไม่สามารถชนะการแข่งขันได้ตั้งแต่กัมเปียนัตเดกาตาลัน ในปี ค.ศ. 1905 เขาเป็นประธานสโมสรใน 5 วาระในระหว่างปี ค.ศ. 1908 ถึง 1925 รวม 25 ปี ที่เขาดำรงตำแหน่งประธานสโมสร หนึ่งในความสำเร็จคือการทำให้สโมสรมีสนามกีฬาของตัวเอง ทำให้มีรายได้ที่มั่นคง

มื่อวันที่ 14 มีนาคม ค.ศ. 1909 สโมสรได้ย้ายไปสนามกัมเดลาอินดุสเตรีย ที่มีที่นั่งจุ 8,000 คน จากปี ค.ศ. 1910 ถึง 1914 บาร์เซโลนาได้ร่วมลงแข่งในถ้วยพิเรนีส ที่ประกอบด้วยทีมที่ดีที่สุดของ ล็องด็อก, มีดี, อากีแตน (ฝรั่งเศสใต้), บาสก์ และ กาตาลุญญา ในเวลานั้นถือเป็นการแข่งขันที่ดีที่สุดที่เปิดให้เข้าแข่งขัน[6][7] ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น สโมสรได้เปลี่ยนภาษาอย่างเป็นทางการของสโมสรจากภาษาสเปนกัสติยา (Castilian Spanish) เป็นภาษากาตาลา และค่อย ๆ เพิ่มความสำคัญให้กับสัญลักษณ์ที่สำคัญของอัตลักษณ์กาตาลา เพื่อให้แฟนที่สนับสนุนสโมสรแต่ไม่รู้ว่าจะทำอะไรระหว่างการแข่งขันและเพื่อให้เป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์กลุ่มของสโมสร[8]

กัมเปร์ได้รณรงค์หาสมาชิกสโมสรเพิ่ม และในปี ค.ศ. 1922 สโมสรมีสมาชิกมากกว่า 20,000 คนและมีฐานะการเงินเพียงพอที่จะสร้างสนามกีฬาแห่งใหม่ สโมสรได้ย้ายไปเลสกอตส์ โดยเปิดสนามใหม่ในปีเดียวกันนี้[9] เดิมทีเลสกอตส์จุผู้ชมได้ 22,000 คน และต่อมาขยายเพิ่มเป็น 60,000 คน[10] แจ็ก กรีนเวลล์ เป็นผู้จัดการเต็มเวลาคนแรกของสโมสรและสโมสรได้เริ่มต้นพัฒนา ในช่วงระหว่างยุคของกัมเปร์ สโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนาชนะถ้วยกัมเปียนัตเดกาตาลัน 11 ครั้ง ถ้วยโกปาเดลเรย์ 6 ครั้ง และถ้วยพิเรนีส 4 ครั้ง ถือเป็นย้

เบรา, สาธารณรัฐ และ สงครามกลางเมือง

เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน ค.ศ. 1925 ฝูงชนที่สนามกีฬาร้องเพลงชาติในการประท้วงต่อระบอบเผด็จการของ มีเกล เด รีเบรา สนามถูกปิดไป 6 เดือนจากการโต้ตอบด้วยกำลังทหาร และกัมเปร์ถูกบีบให้ถอนตัวจากการเป็นประธานสโมสร[11] จากเหตุการณ์นี้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกับสโมสรสู่ความเป็นมืออาชีพ โดยในปี ค.ศ. 1926 ผู้บริหารบาร์เซโลนาออกมาประกาศต่อสาธารณะว่าบาร์เซโลนาก้าวสู่มืออาชีพเป็นครั้งแรก[9] สโมสรชนะการแข่งขันถ้วยสเปน มีการแต่งบทกวีเพื่อเฉลิมฉลองในชื่อ “โอดาอาปลัตโก” เขียนขึ้นโดยสมาชิกกลุ่มเจเนอเรชันออฟ ’27 ที่ชื่อ ราฟาเอล อัลเบร์ตี ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก “วีรกรรม” ของผู้รักษาประตูบาร์เซโลนา[12] เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม ค.ศ. 1930 กัมเปร์ฆ่าตัวตายหลังจากความเครียดที่มาจากปัญหาส่วนตัวและปัญหาด้านการเงิน[5]

ถึงแม้ว่าพวกเขาจะยังมีผู้เล่นในการดำรงตำแหน่งของ ชูเซบ เอสโกลา แต่สโมสรก็ถึงยุคแห่งการเสื่อมถอย เนื่องจากความขัดแย้งในเรื่องการเมืองที่ลดความสำคัญด้านกีฬาลง[13] ถึงแม้ว่าสโมสรจะได้ถ้วยกัมเปียนัตเดกาตาลันในปี ค.ศ. 1930, 1931, 1932, 1934, 1936, และ 1938[4] ที่ประสบความสำเร็จในระดับประเทศ (ยกเว้นข้อพิพาทเรื่องการชนะในปี ค.ศ. 1937) จากนั้น 1 เดือนหลังสงครามกลางเมืองสเปนเริ่มขึ้นในปี ค.ศ. 1936 นักฟุตบอลหลายคนจากบาร์เซโลนาและอัตเลติกเดบิลบาโอก็เข้าเป็นทหารเพื่อต่อสู้กับการปฏิวัติ[14] เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม ชูเซบ ซุนยอล ประธานสโมสรและตัวแทนพรรคสนับสนุนการเมืองเสรี ถูกฆาตกรรมโดยทหารกลุ่มฟาลังเคใกล้กับเมืองกวาดาร์รามา[15] ขนานนามความทุกข์ทรมานในช่วงนี้ของประวัติศาสตร์สโมสรบาร์เซโลนาว่า บาร์เซโลนิสเม (สเปน: barcelonisme)[16] ฤดูร้อนปี ค.ศ. 1937 ผู้เล่นได้เดินทางไปแข่งขันที่เม็กซิโกและสหรัฐอเมริกา ในนามสาธารณรัฐสเปนครั้งที่ 2 การออกแข่งขันนี้ทำให้การเงินของสโมสรมั่นคงขึ้น แต่ก็เป็นผลให้ครึ่งหนึ่งของทีมหาทางลี้ภัยในเม็กซิโกและฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 16 มีนาคม ค.ศ. 1938 เมืองบาร์เซโลนาถูกโจมตีทางอากาศ มีผู้เสียชีวิต 3,000 คน ระเบิดหนึ่งลูกโจมตีสำนักงานของสโมสร[17] กาตาลุญญาเข้าดูแลอีกหลายเดือนต่อมา และในฐานะสัญลักษณ์ของกาตาลานิยมที่ไม่มีการดูแล ทำให้สโมสรมีสมาชิกลดลงเหลือ 3,486 คน[18] หลังจากสงครามการเมือง มีการสั่งห้ามธงชาติกาตาลาและสโมสรฟุตบอลที่ไม่ได้ใช้ชื่อสเปน เป็นผลบังคับให้สโมสรต้องเปลี่ยนชื่อเป็น กลุบเดฟุตบอลบาร์เซโลนา (สเปน: Club de Fútbol Barcelona) และเอาธงกาตาลาออกจากตราสโมสร[10]

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *