กีฬายกน้ำหนัก

กีฬายกน้ำหนัก ในยุคเริ่มต้น ไม่ได้เป็นการกีฬา อย่างที่เห็น หรือเข้าใจกันในปัจจุบัน สังคมในยุคโบราณ จะมีเรื่องราวของการท้าทาย การต่อสู้ หรือการแข่งขัน ของกลุ่มชนเผ่าเดียวกัน หรือต่างเผ่ากัน ซึ่งอาจจะดูเป็นเรื่องปกติ ทั่วๆไป คนที่มีร่างการ สมบูรณ์แข็งแรง ต่างก็พยายามที่จะแสดงออก ถึงความสมบูรณ์แบบของร่างกายตนเอง ในรูปแบบต่างๆ ซึ่งเป็นความพยายาม ที่ต้องแสดงออกว่า ใครแข็งแรง แข็งแกร่มากกว่ากัน วิธีวัดความแข็งแรง กว่ากันนั้น วิธีวัดความแข็งแรง ในยุคสมัยนั้น มีมากมาย หลายรูปแบบ เช่น การที่แบกลูกวัว การที่ยกถุงทราย การที่ยกหิน หรือ การที่ยกเหล็ก เป็นต้นที่กล่าวมา รูปแบบวิธีการ วัดความแข็งแรง ของร่างกายในแต่ละยุค แต่ละสมัยได้พัฒนา รูปแบบ ท่าทาง ในการยกที่แตกต่างกันออกไป

กีฬายกน้ำหนัก ในยุคเริ่มต้น ไม่ได้เป็นการกีฬา อย่างที่เห็น หรือเข้าใจกันในปัจจุบัน สังคมในยุคโบราณ จะมีเรื่องราวของการท้าทาย การต่อสู้ หรือการแข่งขัน ของกลุ่มชนเผ่าเดียวกัน หรือต่างเผ่ากัน ซึ่งอาจจะดูเป็นเรื่องปกติ ทั่วๆไป คนที่มีร่างการ สมบูรณ์แข็งแรง ต่างก็พยายามที่จะแสดงออก ถึงความสมบูรณ์แบบของร่างกายตนเอง ในรูปแบบต่างๆ ซึ่งเป็นความพยายาม ที่ต้องแสดงออกว่า ใครแข็งแรง แข็งแกร่มากกว่ากัน วิธีวัดความแข็งแรง กว่ากันนั้น วิธีวัดความแข็งแรง ในยุคสมัยนั้น มีมากมาย หลายรูปแบบ เช่น การที่แบกลูกวัว การที่ยกถุงทราย การที่ยกหิน หรือ การที่ยกเหล็ก เป็นต้นที่กล่าวมา รูปแบบวิธีการ วัดความแข็งแรง ของร่างกายในแต่ละยุค แต่ละสมัยได้พัฒนา รูปแบบ ท่าทาง ในการยกที่แตกต่างกันออกไป

กีฬายกน้ำหนัก ในบันทึกตำนานของกรีก สามารถยืนยัน ได้ถึงการแข่งขัน ความแข็งแรงของร่างกาย ของคนในสมัยโบราณ ผู้ที่แข็งแกร่ แข็งแรงที่สุดในสมัยนั้น คือ มิโลแห่งโครตัน ( Milo of Croton ) ซึ่งเป็นผู้ที่สามารถชนะการแข่งขัน  ในกีฬา โอลิมปิคโบราณ ถึง 6 ครั้งด้วยกัน มิโล แห่งโครตันมีวิธีการฝึก ให้คนมีความแข็งแรง ด้วยการแบกลูกวัว ไว้บนบ่า เมื่อลูกวัวโต และมีน้ำหนักมากขึ้น ก็จะทำให้มิโลแห่ง โครตันมีพละ และกำลังมากขึ้น ตามไปด้วยนอกจากนั้น ยังพบอีกว่า

ประมาณต้นศตวรรษ ที่สิบเก้าของยุโรป ได้มีกองคาราวานของละคร สัตรตะเวน ไปค้าขาย แข่งขันเพื่อหาคน ที่แข็งแรง ด้วยการที่ต้องยกของหนักๆ ตามชุมชนต่างๆ โดยใช้ดัมเบล ( Dumb – Bells ) ที่มีคานยาว และมีตุ้มน้ำหนักติดแน่น การที่คณะละครสัตว์ ตระเวนไปแข่งขัน ตามชุมชนต่างๆ แสดงให้เห็นว่า ในแต่ละชุมชนนั้น มีคนที่สนใจในด้สนนี้อยู่เสมอ การยกน้ำหนักจำนวนมากๆ นั้นจำกัดเฉพาะพวกที่ห้าวหาญ และได้รับความนิยม ในกลุ่มของนักแสดง นักกายกรรม ในคณะละครสัตร์เท่านั้น ( Ford Movis. N.d. 217 – 219 )

ยกน้ำหนัก ตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์ การแข่งขัน กีฬาชนิทต่างๆ ไม่มีการแข่งขันกีฬา ครั้งไหนที่จะมี ประวัติศาสตร์อันยาวนาน เท่ากับการแข่งขัน กีฬาโอลิมปิคชาวกรีก ( กรีซ )  เป็นประเทศแรกที่ได้มีการ จัดการแข่งขันขึ้น เมื่อก่อนคริสตกาล การแข่งขันได้ดำเนิน เรื่อยมาจนถึง พระเจ้าจักรพรรติโรมัน ทรงพระนามว่า ซีโอโดซิอุส ( Theodosius )  ได้มีกระแสรับสั่งให้ระงับ การแข่งขัน เมื่อปี ค.ศ. 392  กีฬาโอลิมปิค ถือว่าเป็นกีฬา ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ในสมัยกรีกโบราณ ที่จัดขึ้นทุกสี่ปี เพื่อเป็นการสักการะบูชา เทพเจ้าซีอุส ( Zeus ) ( วิทย์ เที่ยงธรรม 2537 : 554 )

ยกน้ำหนัก การแข่งขันในกีฬา โอลิมปิค นับว่ามีความสำคัญ เป็นอย่างมาก อย่างยิ่งต่อ ประวัติศาสตร์ของกรีกโบราณ และ กรุงโรม ประเทศอิตาลี เพราะทั้งสองประเทศเป็นอาณาจักร ที่เรืองอำนาจที่สุดในโลก ในขณะนั้น การแข่งกีฬาโอลิมปิค มีการจดบันทึกไว้เป็นหลักฐานว่า เริ่มการแข่งขัน เมื่อ 76 ปี ก่อนคริสตกาลเป็นครั้งแรก ทั้งนี้ ในครั้งนั้น ได้รับการส่งเสริม สนับสนุนจากพระเจ้า คลิโอสเซเนส กษัตริย์แห่งเมืองปิซา พระเจ้าลิเคอร์กุส กษัตริย์แห่งสปาร์ตา และพระเจ้าอิฟิตุส กษัตริย์แห่งเมืองเอลิส  หลายศตวรรษต่อมา ได้เริ่มมีการพัฒนาการแข่งขันยิ่งขึ้น โดยได้เริ่มการเขียน กฏเกณฑ์การแข่งขัน เพื่อจะควบคุมการแข่งขัน เพื่อที่จะควบคุมการแข่งขัน นั้นให้เกิดเป็นระเบียบ มีความยุติธรรม เช่น การขว้างจักร ซึ่งเป็น สัญลักษณ์  ของการมีพลังแข็งแกร่ง อดทน และแข็งแรงในยุคนั้น บุคคลใดสามารถ ขว้างจักร ได้ไกลที่สุด ย่อมได้รับยกย่อง ให้เป็นกีฬาที่ยิ่งใหญ่ ที่สุดของ ประเทศนั้น ( จรินทร์ ธานีรัตน์ 2511 : 4 )

ยกน้ำหนัก ไม่มีหลักฐานแน่ชัด ว่าการแข่งขันกีฬา โอลิมปิค ครั้งแรกมีกีฬา ประเภทใดบ้าง นอกจากการแข่งขัน ว่งที่จัดขึ้น ให้มีการแข่งขัน ต่อมาก็จัดให้มีการแข่งขันมวยปล้ำ การกระโดด และกีฬามวย  การแข่งขันกีฬาโอลิมปิค ที่ประเทศกรีก ( กรีซ ) ได้พัฒนาและมีความ เจริญรุ่งเรือง รุ่งโรจน์ ถึงขั้นสูงสุดเมื่อ 464 ปีก่อน ก่อนคริสตกาล ในขณะนั้นประเทศกรีก ( กรีซ ) ได้รวมประเทศ เป็นอันหนึ่ง อันเดียวกันแล้ว และทุกๆ เมือง ทุกๆ ท้องถิ่น ต่างมีความประสงค์ อย่างยิ่งที่จะมี แชมป์เปี้ยน  โอลิมปิค  ในเมืองของตน การแข่งขันกีฬา โอลิมปิค ได้ดำเนินเรื่อยมา จนกระทั่งมาหยุดชะงัก ลงเมื่อปี พ.ศ. 2459  (  ค.ศ. 1972 ) โดยรวามอยู่ กับ สหพันธ์มวยปล้ำ

การแข่งขันกีฬายกน้ำหนัก ในรูปแบบปัจจุบัน ที่ใช้บาร์เบล เริ่มในศตวรรษ ที่ 19 ในยุโรปตะวันตก เป็นการแสดง ของบุรุษ ผู้ทรงพลังในโรงละครสัตว์ และโรงละครการดนตรี เมื่อปี พ.ศ. 2448 ( ค.ศ. 1905 )  นี้เองถือว่า เป็นปีที่เริ่มต้นก่อตั้งสหพันธ์ ยกน้ำหนัก นานาชาติ ขึ้นเป็นครั้งแรก แต่การแข่งขัน การก็มีขาดช่วงไปหลายปี จนกระทั้งปี พ.ศ. 2463 ( ค.ศ. 1920 )  การแข่งขันกีฬา ยกน้ำหนักก็ มีการถูกรื้อฟื้น ขึ้นมาใหม่ โดยได้บรรจุเข้าในการ แข่งขันกีฬา โอลิมปิค อีกครั้งหนึ่ง จนกระทั่งถึงปัจจุบัน กฏเกณฑ์ การแข่งขันกีฬา ยกน้ำหนักในระยะแรก อยู่ภายใต้ Federation International High Committee  : FIHC. ต่อมาได้มีการเปลี่ยน ชื่อเป็น สหพันธ์ยกน้ำหนักนานาชาติ ( International Weightlifting Federation : IWF ) โดยมีศูนย์กลางหรือสำนักงานใหญ่ อยู่ ณ กรุงบูคาเปสท์ ประเทศฮังการี

ประโยชน์ของ น้ำหนัก

  1. ช่วยฝึกความแข็งแรงให้กับร่างกาย เพราะกีฬาชนิดนี้ความแข็งแรงของร่างกายถือเป็นเรื่องสำคัญมากกับการยกน้ำหนักเกินกว่าน้ำหนักตัวของตนเอง
  2. ฝึกความอดทนทั้งด้านร่างกายและจิตใจ บางครั้งอาจต้องยกน้ำหนักสูงมากกว่าน้ำหนักที่ตนเองเคยยกแต่ต้องทำให้ได้เพื่อลุ้นการเป็นผู้ชนะ
  3. ฝึกสมาธิได้อย่างดี เพราะก่อนการยกทุกครั้งนักยกน้ำหนักต้องรวบรวมสมาธิ คิดให้ดีว่าท่าที่จะยกต้องจัดระเบียบร่างกายอย่างไรจึงจะเหมาะสม สามารถยกขึ้นได้แบบไร้กังวล

ไทยลีก

ไทยลีก เป็นระบบการแข่งขันฟุตบอลลีกในระดับสูงสุดของประเทศไทย ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2539 ภายใต้การบริหารของ บริษัท ไทยลีก จำกัด มีโสมสรฟุตบอลเข้าร้วมการแข่งขันทั้งหมด 16 สโมสร ดำเนินการแข่งขันในช่วงระหว่างต้นเดือน มีนาคมถึงตุลาคมของทุกปี โดยแต่ละสโมสรจะแข่งขันแบบพบกันหมดสองนัดเหย้าเยือนรวม 30 นัดต่อสโมสรต่อฤดูกากร รวมทั้งหมด 240 นัดต่อฤดูการ

ไทยลีก เป็นระบบการแข่งขันฟุตบอลลีกในระดับสูงสุดของประเทศไทย ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2539 ภายใต้การบริหารของ บริษัท ไทยลีก จำกัด มีโสมสรฟุตบอลเข้าร้วมการแข่งขันทั้งหมด 16 สโมสร ดำเนินการแข่งขันในช่วงระหว่างต้นเดือน มีนาคมถึงตุลาคมของทุกปี โดยแต่ละสโมสรจะแข่งขันแบบพบกันหมดสองนัดเหย้าเยือนรวม 30 นัดต่อสโมสรต่อฤดูกากร รวมทั้งหมด 240 นัดต่อฤดูการ

โดยนับตั้งแต่จัดตั้งลีกขึ้นมา มีทั้งหมด 41 สโมสรที่ได้เข้าร่วมการแข่งขัน และมี 10 สโมสรที่ได้แชมป์ไทยลีก คือ

  • บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 7 สมัย โดยนับรวมสมัยลงแข่งขันในนามสโมสรการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และบุรีรัมย์ พีอีเอ
  • เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด  4 สมัยฃ
  • โปลิศ เทโร
  • สโมสรทหารอากาศ และธนาคารกรุงไทย 2 สมัย
  • ธนาคารกรุงเทพ
  • มหาวิทยาลัยกรุงเทพ
  • สินธนา
  • ชลบุรี เอฟซี
  • พนักงานยาสุบ
  • เชียงราย ยูไนเต็ด 1 สมัย

ประวัติ ไทยลีก

เมื่อปี พ.ศ.  2539 สมคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้มีความคิดในการที่จะปรับปรุงระแบบการแข่งขันฟุตบอลในประเทศ จากวัติถุประสงค์เพื่อความเป็นเลิศมาเป็นรูปแบบอาชีพ โดยการก่อตั้งฟุตบอลลีกสูงสุดขึ้น โดยเดิมที การแข่งขันฟุตบอลระดับสโมสรระดับสูงของประเทศคือ ฟุตบอลชิงถ้วยประราชทานแระเภท ก. ถ้วยใหญ่ ซึ่งจัดการแข่งขันขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2459 จนถึงปี พ.ศ.2538 ในฐานะการแข่งขันฟุตบอลระดับสโมสรระดับสูงสุดของประเทศโดยมีสโมสรฟุตบอลเข้าร่วมแข่งขันใน ฤดูการแรก ทั่งหมด 18 สโมสร ก่อนที่จะมีการปรับโครงสร้างเป็น 10 สโมสรจนถึง ฤดูการ 2547/48

การรวบรวมลีก

ในปี พ.ศ. 2549 มีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคือ เริ่มมีการให้ สิทธิสโมสรที่จบตำแหน่งชนะเลิศและรองชนะเลิศใน โปรวินเชียลลีก เข้าร่วมการแข่งขันได้ซึ่งทำให้มีการแข่งขันเป็น 12 สโมสร ตั้งแต่ฤดูการ 2549 จนกระทั่งในปีถัดมา พ.ศ. 2550 จึงมีการรวบรวม โปรวินเชียลลีก โดยได้มีการจัดทำ บันทึกช่วยจำการจัดการแข่งขันฟุตบอลอาชีพของประเทศไทย ระหว่างการกีฬาแห่งประเทศไทย กับสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ซึ้งเป็นเอกสารข้อตกลงในการรวมลีดทั้งสองเข้าเปป็นลีกเดียว โดยให้สิทธิสโมสรที่จบตำแหน่งชนะเลิสและรองชนะเลิศในการแข่งขัน โปรลีก ฤดุการ 2549 เข้าแข่งขันใน ไทยแบนด์พรีเมียร์ลีกด้วย ซึ่งทำให้มีการเพิ่มจำนวนสโมสรที่เข้าแข่งขันเป็น 16 สโมสรพร้อมทั้งเพิ่มเงื่อนไขให้สโมสรซึ่งอยู่ใน 3 อันดับสุดท้ายเมื่อจบฤดูการ ต้องตกชั้นไปไทยลีกดิวิชั่น 1 โดยให้สิทธิสโมสรชนะเลิศและอันดับที่ 3 ของไทยลีกดิวิชั่น 1 เลื่อนชั้นมาแข่งขันเป็นการทดแทน โดยสโมสรแรกที่มาจาก โปรวินเชียลลีกแล้วสามารถชนะการแข่งขันได้คือ ชลบุรี เอฟซี ในฤดูการ 2550

การปรับโครงสร้างลีกสุ่ลีกอาชีพ ไทยลีก

ต่อมาในปี พ.ศ 2552 สมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย ออกระเบียบว่าด้วยความเป็นสโมสรฟุตบอลอาชีพอย่างสมบูรณ์แบบ เป้นผลให้สมาคมฯ ต้องดำเนินการจัดตั้งนิติบุคคลเพื่อบริหารลีกและจัดการแข่งขันทันทีสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ โดยได้มีการจัดตั้ง บริษัท ไทยพรีเมียร์ลีก จำกัด ขึ้น โดยมี วิชิต แย้มบุญเรือง อดีตนัก ฟุตบอลทีมชาติไทย เป็นประธานกรรมการคนแรก และออกระเบียบให้ผู้บริหารสโมสรฟุตบอลอาชีพ ต้องจัดตั้งในรูปนิติบุคคล (บริษัท) เพื่อดำเนินการบริหารสโมสร ส่งผลให้มีการแข่งขันเชิงรูปแบบ การบริหารจัดการให้เป็นมืออาชีพยิ่งขึ้น รวมทั้งแพร่หลายออกไปยัง ส่วนภูมิภาคทั่วประเทศ จากเดิมที่สโมสรฟุตบอลต่างๆ จะกระจุกตัวอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลเท่านั้น จึงกลับมาเป็นที่นิยมของแฟนฟุตบอลไทยอีกครั้ง โดยใน ฤดูกาล 2554 สมาคมฯ ประกาศเพิ่มจำนวน สโมสรที่จะทำการแข่งขัน เป็น 18 สโมสร

กรณีพิพาทของลีก

ต่อมาได้มีกรณีข้อพิพาทในเรื่องสิทธิการบริหารสโมสรและสิทธิการแข่งขัน ระกว่าง อีสาน ยุไนเต็ด และ ศรีสะเกษ เอฟซี โดยทาง อีสาน ยุไนเต็ด ได้ยื่นคำร้องต่อ ศาลปกครองเพื่อขอให้พิจารณาว่า ศรีสะเกษ เอฟซี มีสิทธิทำการแข่งขันในฤดูการ 2556 หรือไม่ ซึ่งสาลปกคลองมีคำสั่งให้คึ้มครองชั่วคราว เป็นผลให้ บจก ไทยพรีเมียร์ลีก ต้องลงมติให้พักการแข่งขันของ สโมสรฟุตบอลศรีสะเกษ ตามคำสั่งคุ้มครองฯศาล โดยเมื่อศาลปกครองวินิจฉัยให้สโมสรฟุตบอลศรีสะเกษ มีสิทธิทำการแข่งขันฟุตบอลไทยพรี เมียร์ลีก ได้ต่อไป สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย จึงประชุม รวมกับ บจก ไทยพรีเมียร์ลีก สดมสรฟุตบอลศรีสะเกษและสมาชิกทั้งหมด ดดยที่ ประชุม ลงมติให้ ฤดูการ 2557 เพิ่มสมาชิกเป็น 20 สโมสร และกำหนดสโมสรที่ต้องตกชั้นลงไปแข่ง ไทยลีกดิวิชั่น 1 ต้องมี 5 สโมสรคือ อันดับที่ 16-20 ขณะเดียวกัน ทั้งสองฤดูการดังกล่าว ยังคงให้ สโมสรชนะเลิศ รองชนะเลิศ และอันดับที่ 3 ของไมยลีกดิวิชัน 1 ขึ้นมาแข่งขันในไทยพรีเมียร์ลีกตามเดิม เพื่อทำให้สดมสรสมาชิกคงเหลือเพียง 18 ทีมเท่าเดิม ส่วนฤดูการ 2556 ให้สโมสรอันดับที่ 17 ต้องตกชั้นลงไปแข่งขันใน ไทยลีกดิวิชัน 1 เพียงทีมเดียว

การเปลี่ยนแปลงบริหาร

ภายหลังจากการเลือกตั้งนายก สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2559 ซึ่ง พลตำรวจเอก สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ซึ่ง ได้รับเลือกจากสโมสรสมาชิกให้ดำรงตำแหน่งนายกสมาคม คนใหม่ได้ประกาศว่าได้ทำการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทใหม่ขึ้นมาทำหน้าที่แทน บจก.ไทยพรีเมียร์ลีก จำกัด เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยใช้ชื่อว่า บริษัท พรีเมียร์ลีกไทยแลนด์ จำกัด (PLT)[5] และได้มีการจัดหาตัวแทนบริหารสิทธิประโยชน์ของลีก แทนที่ บริษัท สยามสปอร์ต ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) ที่ได้มีการยกเลิกสัญญาไป

การปรับโครงสร้างระบบลีก

ต่อมา ได้มีการจัดตั้ง บริษัท ไทยลีก จำกัด ขึ้นมาแทน บจก.พรีเมียร์ลีกไทยแลนด์ ตามคำแนะนำของ สมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย และ สหพันธ์ฟุตบอลระหว่างประเทศ โดยได้โอนหุ้นจำนวน 99.98% ที่ทางนายกสมาคมฯ ถือไว้ ให้กับสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย[6] ต่อมา สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้มีนโยบายในการพัฒนาศักยภาพสโมสรฟุตบอลลีกอาชีพอย่างยั่งยืน และยกระดับลีกภายในประเทศ ให้ก้าวไปสู่ลีกชั้นนำของอาเซียนและเอเชีย เริ่มจากการตั้งและ ปรับเปลี่ยน ชื่อลีกแต่ละระดับให้อยู่บนพื้นฐานเดียวกัน เน้นความเรียบง่าย กระชับ น่าจดจำและร่วมสมัยที่สุด

คริสเตียโน โรนัลโด

คริสเตียโน โรนัลโด เป็นนักบอลชาวโปรตุเกส ปัจจุบันเล่นไนตำแหน่งกองหน้าให้กับยูเวนตุสในเซเรียอา และเป็นกัปตันของทีมชาชติโปรตุเกสคนปัจจุบัน โรนัลโดเป็นผู้เล่นที่มีค่าตัวแพงที่สุดเป็นอันดับหกในประวัติศาสตร์ฟุตบอล หลังย้ายจากแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด มาอยู่กับเรอัลมาดริด ด้วค่าตัว 80 ล้านปอนด์ โรนัลโดได้รับค่าจ้างในการลงเล่นให้กับเรอัลมาดริดจำนวน 12 ล้านปอนต์ต่อปีทำให้เค้าเป็นนักเตะที่มีค่าเหนื่อยมากที่สุดในโลก

คริสเตียโน โรนัลโด เป็นนักบอลชาวโปรตุเกส ปัจจุบันเล่นไนตำแหน่งกองหน้าให้กับยูเวนตุสในเซเรียอา และเป็นกัปตันของทีมชาชติโปรตุเกสคนปัจจุบัน โรนัลโดเป็นผู้เล่นที่มีค่าตัวแพงที่สุดเป็นอันดับหกในประวัติศาสตร์ฟุตบอล หลังย้ายจากแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด มาอยู่กับเรอัลมาดริด ด้วค่าตัว 80 ล้านปอนด์ โรนัลโดได้รับค่าจ้างในการลงเล่นให้กับเรอัลมาดริดจำนวน 12 ล้านปอนต์ต่อปีทำให้เค้าเป็นนักเตะที่มีค่าเหนื่อยมากที่สุดในโลก

โรนัลโดได้ลงเล่นฟุตบอลในนามทีมเยาวชนของ อังตูรีญา เมื่อเขาเล่นได้อยู่สองปีก่อนจะย้ายไปอยุ่กับ นาซียูนัลในปี 1997 เขาได้ทำสัญญาให้กับสโมสรยักษ์ใหญ่อย่าง สปอร์ติงลิสบอน โดรนัลโดได้ถูกพิจารณาย้ายตัวไปอยุ่กับ แมนเชสเตอร์ยุไนเต็ด โดยคนที่ซื้อเค้าคือ อเล็กซ์ เฟอ์กูสัน ซื้อตัวเค้ามาด้วยจำนวนเงิน 12.24 ล้านปอนด์โรนัลโดได้แชมป์เอฟเอคัพ ซึ่งเป็นเกียติประวัติแชมป์แรกของเขาในปี 2003

โรนัลโดลงเล่นในเกมของฟุตบอลทีมชาติ โปรตุเกส ในระดับชาตินัดแรกคือตอนเจอกับคาซัคสถาน ในเดือนสิงหาคม 2003 และหลังจากนั้นเค้าได้ลงเล่นมากขึ้นรวมทั้งหมดถึงห้าทัวร์นาเมนต์ ได้แก่ ยูโร 2004 ฟุตบอลโลก 2006 ยูโร 2008 ฟุตบอลโลก 2010 และยูโร 2012 เขาทำประตูแรกในนามทีมชาติโปรตุเกสได้ในการแข่งขันยูโร 2004 ในนัทเปิดสนามที่เจอกับ กรีช

เขาเป็นคนสำคัยในการนำทีมชาติโปรตุเกสเข้าไปชิงชนะเลิศในปี 2004 และหลังจากนั้นดรนัลโดได้มีบทบาทและได้ลงเป็นตัวจิงมากขึ้น ในปี 2008 โรนัลโดได้เป็นกัปตันทีมครั้งแรกของทีมชาติโปรตุเกส เขาได้พาทีมเข้าแข่งยูโร 2008 สามารถเข้าไปถึงรอบรองชนะเลิศได้ เขาสามารถยิงประตูในการแข่งขันทัวนาเม้นนี้ ในวันที่ 16 ตุลาคม 2012 โรนัลโดได้ลงเล่นครบ 100 นัดสำหลับทีมชาติ โปรตุเกสในนัทที่เจอกับไอซ์แลนต์เหนือ ทำให้เค้าเป็นหนึ่งในสามนักเตะที่ลงเล่นให้กับทีมชาติโปรตุเกสเกิน 100 นัด ในเดือนตุลาคม 2012 เฟสบุ๊กอย่างเป็นทางการชองเชาได้มีครติดตามถึง 50 ล้านคน

ในการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2008 มีการจัดอันดับตำแหน่งนักเตะรุปงามแห่งยุโรป 2008 จัดทำโดยแอลจี บริษัทผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า คริสเตียโนได้รับคะแนนโหวตครั้งนี้เป็นอันดับ 1 ในปี 20112 โรนัลโดได้รับรางวัลนักกีฬาๆอบีเรีย-อเมริกา ประจำปี 2012 ประเภทนักฟุตบอลชาย

ประวัติ คริสเตียโน โรนัลโด

ครืสเตียโน โรนัลโด เกิดเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2528 ที่เกาะมาเดรา ประเทศโปรตุเกส เป็นบุตชายของ ฌูแช ตีนิช อาไวรุ เสียชีวิตเมื่อปี พ.ศ. 2548 ขณะมีอายุ 52 ปี กับนางมารีอา ดูโลรีชอาไวรุ เป็นบุตชายคนเล็กในพี่น้อง 4 คน ถึงแม้ตอนตอนเกิดเขาจะคลอดก่อนกำหนดแต่ก็มีน้ำหนักสมบูรณ์ถึง 8 ปอนด์ทวดฝ่ายมารดาของเขา อีซาแบล ดา ปีตาดี มีพื้นเพมาจาก แระเทศกาบุเวร์ดี ที่มาของชื่อโรนัลโดนั้น บิดาของเขาเป็นผู้ตั้งให้โดยได้แรงบัลดาลใจจากชื่อของนาย โรนัลด์ เรแกน อดีตปรานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นบุคคลที่บิดาของโรนัลโดชื่นชอบตั่งแต่เรแกนยังเป็นนักสแดงอยู่

ครอบครัวของโรนัลโดอาศัยอยู่ที่ย่านกิงตาดูฟัลเซา เขตซังตูอังตอนียูของเมืองฟุงชาล ซึ่งเป็นเขตที่มีประชากรยากจนอาศัยอยู่มาก โรนัลโดเริ่มเล่นฟุตบอลที่นี่ ซึ่งในตอนเด็กเขาจะชอบเล่นฟุตบอลมากบริเวณตามถนน พอตินอายุ 6 ขวบ เขาเริ่มเล่นฟุตบอลอย่างจิงจังในทีมชุดใหญ่ของ ทีมอังดูรีญายูนัล โดย พ.ศ. 20มีการจ่ายค่าตัวเป็นชุตฟุตบอลและลุกฟุตบอล

นักฟุตบอลเยาวชน

ในช่วงที่โรนัลโดอายุ 8 ขวบ โรนัลโดได้ลงเล่นให้กับสโมสรฟุตบอลอังตุรีญาซึ่งพ่อเขาเป็นผู้จัดการทีมของสโมสรแห่งนี้ ในปี 1995 โรนีลโดได้ทำสัญญาดับสโมสรฟุตบอลท้แงถิ่นคือ สโมสรฟุตบอลนาซียูนัล และได้เล่นให้กับสโมสรเป็นเวลา 5 ปี แล้วได้ย้ายไปอยุ่กับสปอรืติกกลูบีดีปูร์ตูกาล ( สปอตร์ติงลิสบอน ) ในช่วงปี 1997 และได้สำเร็จการเล่นฟุตบอลเยาวชนให้กับในประเทศของเขา

นักฟุตบอลอาชีพ

ในปี พ.ศ. 2002 โรนับโดในวัย 17 ปีได้ย้ายมาเล่นให้กับ สปอตร์ติงลิสบอนเนื่องจากในเวลานั่นสโมสรฟึตบอลชื่อดังในโปรตุเกสได้เห็นความน่าสนใจชองโรนัลโดมากแต่เค้าเลือกที่จะมาอยู่กับ สปอตร์ติงลอสบอน โดยโรนัลโดได้ลงเล่นเป็นจำแหน่งกองหน้าและได้มีโอกาศได้ลงเล่นเป็นตัวจริงเยอะโรนัลโดโชฝีเท้าได้อย่างยอดเยี่ยมไม่ว่าจะเป็นการหลบหลีกคุ่ต่อสุ้การแย่งชิงบอล การยิงจากระยะไกลและการทำประตูอย่างแม่นยำ ทำให้โรนันโดในช่วงนั้นโด่งดังไปทั่วในทวีปยุโรป และโรนัลโดมีจุดเด่นที่มีทักษะในการคลองบอลและมีความคล่องตัวสุง ด้วยจุดนี้เอง ทำให้เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ผู้จัดการทีมชื่อดังของแมนเชสเตอร์ ยไนเต็ด ใน พรีเมียร์ลีก ประเทศอังกฤษ ได้สนใจที่จะนำโรนัลโดมาร่วมทีมซึ่งดานเจรจาซื้อตัวโรนัลโดก็เป็นที่สำเร็จ โดยก่อนที่โดรนัลโดจะออกจากประเทศโปรตุเกส โรนัลโดเล่นให้กับ สปอตร์ติง ลอสบอนไปแล้วทั้งสิ้น 31 นัด ทำไป 5 ประตู

แมนเชสเตอร์ยุไนเต็ด

โรนัลโดได้ย้ายมาอยู่กับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดด้วยราคา 12.24 ล้านปอนด์ ในฤดูการ 202-03 โรนัลโดใช้เวลาไม่นานนักในการปรับตัวให้เข้ากับพรีเมียลีก และผลงาน 8 ประตู จากกาลลงสนาม 39 นัด ซึ่งรวมถึงประตูแรกในรอบชิงชนะเลิศอฟเอ คัพ กับ มิลล์วอลล์ก็ทำให้เค้าได้รับรรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ประจำฤดูการ 2003/04 โรนัลโดกับการพาทีมชาติโปรตุเกสเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศในศึกยูโร 2004 ก่อนผ่ายให้กับกรีฃ 0-1 ในฤดูการที่ 2 ของโรนัลโดกับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดพอร์มไม่ดีเท่ากับปีแรก หลังขากจบฤดูการด้วยการลงสนาม 50 นัด แต่ทำได้แค่ 9 ประตุ และในฤดูการ 2005-06 โรนัลโดก็เรียกฟอร์มเก่งของตัวเองกลับมาได้อีกครั้งในช่วงครึ่งฤดูกาลหลัง ด้วยการทไ 12 ประตุ จากการลงสนาม 47 นัด โรนัลโดคว้ารางวัลนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมของฟิฟโปร ซึ่งเป็นรางวัลเดียวที่ให้แฟนๆเป็นผู้ลงคะแนนโหวดตัดสิน และในปีเดียวกันเขาก็ได้อันดับที่ 20 ในตำแหน่งผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีของฟีฟ่าด้วย

ฤดูการ 2006-2009

ในศึกฟุตบอลโลก 2006 โรนัลโดถูกแฟนบอลอังกฤษโห่ไล่หลังจากมีส่วนทำให้ เวย์น รูนีย์ เพื่อนร่วมทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ต้องถูกไร่ออกในเกมที่แฃอังกฤษพบกับโปรตุเกส โรนัลดดถูกสื่อในอังกฤษกดดันและต่อว่า อย่างไรก็ตามโดรนัลโดก็ยังคงเล่นให้กับสโมสร เมษายน 2007 คริสเตียโนโรนัลโดคว้ารางวัลผู้เล่นดาวรุ่งยอดเยี่ยมประจำปี 2007 ชองสมาคมฟุตบอลอาชีพอังกฤษหรือพีเอฟเอไปครองโดยเป็นผู้เล่นรายที่ 2 ในประวัติศาสตร์ที่สามารถคว้ารางวัลเกียรติยศทั้งสองมาครอบครองในเวลาเดียวกันหลังโชว์ ฟอร์มวุดยอดมาตลอดฤดุการนี้โดยก่อนหน้านี้ แอนดี เกรย์เคยทำได้เมื่อปี 1997 หรือกว่า 30 ปีก่อน

เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน ค.ศ. 2009 แมนยูไนเต็ดยอมรับว่าได้รับข้อเสนอการซื้อตัวจากสโมสรฟุตบอล เรอัลมริดด้วยค่าตัว 80 ล้านปอนด์ ซึ่งก็ปรากฎ่านัลโดมีความต้องการที่จะออกจากยูไนเต็ดเช่นกัน โดยเค้าได้ตกลงย้ายออกไป การซื้อตัวครั้งนี้เป็นสถิติการซื้อตัวที่แพงที่สุดในโลก

โดยผลงานของโรนัลโดลงเล่นเป็นตัวจริง 299 นัด ยิงไป 118 ประตู

เรอัลมาดริด

ในวันที่ 26 มถุนายน พ.ส 2009 สโมสรเรอัลมาริดเซื้อตัวโรนัลโดมาด่วยราคา 80 ล้านปอนด์ ซึ่งเป็นสถิตืการซื้อนักฟุตบอลที่แพวที่สุดในโลกจากแมนฯ ยูไนเต็ด เขาได้รับตำแหน่งสวมเสื้อหมายเลข 9 โดยในฤดูการนี้เค้าทำผลงานได้อย่างยอกเยี่ยมโดยลงเล่นเป็นตัวจริง 35 นัด ทำประดูไป 33 ประตู ซึ่งคลองดาวซันโวสุงสุดของลาลีกาโดยเค้าได้ถูกย้ายให้ไปเล่นตำแหน่งกองหน้าและบางครั้งอาจจะได้ไปเล่นตำแหน่ง ปีกขวา เจ้าตัวทำประตูแรกตั่งแต่ย้ายมาอยู่กับมาดริดคือนัดที่เจอกับแอตเลติโดมาริด โดยมาดริดชนะไป 2-0 และในวันที่ 15 กันยายน 2009 โรนัลโดได้ยิงฟรีคิกระยะไกลถึงสองครั้งในนัดที่เจอกับ เอฟซี ซูริฃ โดยมาดริดชนะไป 5-2 ในเกมยุฟ่าแชมป์เปียนส์ลีกรอบแบ่งกลุ่ม

บาร์เซโลนา

บาร์เซโลนา เป็นสโมสรฟุตบอลอาชีพสเปนตั้งอยู่ที่เมือง บาร์เซโลนา แคว้นกาตาลุญญา ประเทศสเปน เล่นอยู่ในลาลิกา สโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนาเป็นผู้ชนะเลิศในถ้วยสเปนปัจจุบัน เป็นสโมสรที่ประสบความสำเร็จในฟุตบอลสเปน ในแง่ของจำนวนถ้วยรางวัลภาบในประเทศและทุกถ้วย โดยชนะเลิศในการแข่งลาลิกา 26 สมัย ชนะในโกปาเดเรย์ 30 สมัย ชนะเลิศซูเปร์โกปาเเดเอสปัญญา 10 สมัญ ชนะเลิศในปาเอบาตัวร์เต 3 สมัญ และได้รับรางวัล ปาเดลาลิกา 2 สมัย นอกจากนี้ยังเป็นสโมสรที่ประสบความสำเร็จจที่สุดในยุโรป โดยได้ชชชชนะเลิศในยูฟ่าแชมป์เปียนลีก 5 วมัยและชนะเลิศฟีฟ่าคลับเวิลด์คัพ 3 สมัย พวกเค้ายังมีสถิติชนะเลิศในอินเตอร์-ซิตีสืแฟส์คัพ 3 สมัย ถ้วยต้นแบบของยูฟ่าคัพ

บาร์เซโลนา เป็นสโมสรฟุตบอลอาชีพสเปนตั้งอยู่ที่เมือง บาร์เซโลนา แคว้นกาตาลุญญา ประเทศสเปน เล่นอยู่ในลาลิกา สโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนาเป็นผู้ชนะเลิศในถ้วยสเปนปัจจุบัน เป็นสโมสรที่ประสบความสำเร็จในฟุตบอลสเปน ในแง่ของจำนวนถ้วยรางวัลภาบในประเทศและทุกถ้วย โดยชนะเลิศในการแข่งลาลิกา 26 สมัย ชนะในโกปาเดเรย์ 30 สมัย ชนะเลิศซูเปร์โกปาเเดเอสปัญญา 10 สมัญ ชนะเลิศในปาเอบาตัวร์เต 3 สมัญ และได้รับรางวัล ปาเดลาลิกา 2 สมัย นอกจากนี้ยังเป็นสโมสรที่ประสบความสำเร็จจที่สุดในยุโรป โดยได้ชชชชนะเลิศในยูฟ่าแชมป์เปียนลีก 5 วมัยและชนะเลิศฟีฟ่าคลับเวิลด์คัพ 3 สมัย พวกเค้ายังมีสถิติชนะเลิศในอินเตอร์-ซิตีสืแฟส์คัพ 3 สมัย ถ้วยต้นแบบของยูฟ่า

นอกจากนี้ยังเป็นสโมสรยุโรปสมัยเดียวที่แข่งในฟุตบอลระดับทวีปทุกฤดูการตั่งแต่ปี 1955 และเป็น 1 ใน 3 สโมสรที่ไม่เคยตกชั้นในลาลิกา ร่วมกับทีมอัตเลติกบิลบาโอและเรอัลมาดริด ในปี 2009 เป็นสโมสรสเปนสโมสรแรกที่ได้ถือคลองแชมป์ 3 รางวัล คือ ลาลิกา โกปาเดลเรย์ และแชมเปียนสืลีก และในปีเดียวกันนี้ยังเป็นสโมสรฟุตบอลสโมสรแรกท่ชนะในการแข่งขัน 6 รางวัลในปีเดียวกัน เพิ่มอีก 3 ถ้วยคือ ซูเปร์โกปาเดเอสปัยญา ยูฟ่าซุเปอร์คัพ และ ฟีฟ่าคลับเวอด์คัพ

ก่อตั้งในชื่อ ฟุตบอลคลับบาร์เซโลนา ในปี 1899 โดยกลุ่มของนักฟุตบอล สวิส อังกฤษมีคำขวัญทางการ เพลงประจำสโมสรคือเพลง กันดัลยาร์ซา เขียนโดย เฌามา ปิกัส และฌูแซ็ป มาริอา อัสปินัส และที่แตกต่างจากสโมสรอื่นคือ ผู้สนับสนุนทรมเป็นเจ้าของและบริหารบาร์เซโบลนา ถือเป็นสโมสรที่ร่ำรวยที่สุดในโลกอันดับ 2 ในด้านของรายได้ ที่มีรายได้ประจำปี 398 ล้านยูโร สโมสรยังเป็นคู่ปรับอันยาวนานกับเรอัลมาดริดและนัดการแข่งขันระหว่างสองทีมนี้เรียกว่า เอลดาซิโก

จุดกำเนิดสโมสรบาร์เซโลนา

เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม ค.ศ. 1899 ฌูอัน กัมเป ได้ลงประกาศโฆษณาใน โลสเดปอร์เคส ว่ามีความต้องการที่จะก่อตั้งสโมสรฟุตบอล โดยได้รับการตอบรับอย่างดีในการนัดพบกันที่ คิมนาเซียว โซเล เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายนโดยมีผู้เลน 11 คนมารวม ทำให้ฟุตบอลคลับบาร์เซโลนา ก็ถือกำเนิดขึ้นมา สโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนาประสบความสำเร็จในช่วงแรกกับการแข่งขันถ้วยทิองถิ่นและระดับชาติได้ลงแข่งใน กัมเปียวนัดเดกาตาลุนยาและถ้วบโดปาเดลเรย์ในปี 1902 สโมสร ถ้วบโกปามากายา และร่วมลงแข่งโกปาเดลเรย์ครั้งแรกแต่แพ้ 1–2 ให้กับบิซกายา ในนัดชิงชนะเลิศ[4] กัมเปร์ได้เป็นประธานสโมสรในปี ค.ศ. 1908 แต่สโมสรมีปัญหาด้านการเงินเนื่องจากไม่สามารถชนะการแข่งขันได้ตั้งแต่กัมเปียนัตเดกาตาลัน ในปี ค.ศ. 1905 เขาเป็นประธานสโมสรใน 5 วาระในระหว่างปี ค.ศ. 1908 ถึง 1925 รวม 25 ปี ที่เขาดำรงตำแหน่งประธานสโมสร หนึ่งในความสำเร็จคือการทำให้สโมสรมีสนามกีฬาของตัวเอง ทำให้มีรายได้ที่มั่นคง

มื่อวันที่ 14 มีนาคม ค.ศ. 1909 สโมสรได้ย้ายไปสนามกัมเดลาอินดุสเตรีย ที่มีที่นั่งจุ 8,000 คน จากปี ค.ศ. 1910 ถึง 1914 บาร์เซโลนาได้ร่วมลงแข่งในถ้วยพิเรนีส ที่ประกอบด้วยทีมที่ดีที่สุดของ ล็องด็อก, มีดี, อากีแตน (ฝรั่งเศสใต้), บาสก์ และ กาตาลุญญา ในเวลานั้นถือเป็นการแข่งขันที่ดีที่สุดที่เปิดให้เข้าแข่งขัน[6][7] ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น สโมสรได้เปลี่ยนภาษาอย่างเป็นทางการของสโมสรจากภาษาสเปนกัสติยา (Castilian Spanish) เป็นภาษากาตาลา และค่อย ๆ เพิ่มความสำคัญให้กับสัญลักษณ์ที่สำคัญของอัตลักษณ์กาตาลา เพื่อให้แฟนที่สนับสนุนสโมสรแต่ไม่รู้ว่าจะทำอะไรระหว่างการแข่งขันและเพื่อให้เป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์กลุ่มของสโมสร[8]

กัมเปร์ได้รณรงค์หาสมาชิกสโมสรเพิ่ม และในปี ค.ศ. 1922 สโมสรมีสมาชิกมากกว่า 20,000 คนและมีฐานะการเงินเพียงพอที่จะสร้างสนามกีฬาแห่งใหม่ สโมสรได้ย้ายไปเลสกอตส์ โดยเปิดสนามใหม่ในปีเดียวกันนี้[9] เดิมทีเลสกอตส์จุผู้ชมได้ 22,000 คน และต่อมาขยายเพิ่มเป็น 60,000 คน[10] แจ็ก กรีนเวลล์ เป็นผู้จัดการเต็มเวลาคนแรกของสโมสรและสโมสรได้เริ่มต้นพัฒนา ในช่วงระหว่างยุคของกัมเปร์ สโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนาชนะถ้วยกัมเปียนัตเดกาตาลัน 11 ครั้ง ถ้วยโกปาเดลเรย์ 6 ครั้ง และถ้วยพิเรนีส 4 ครั้ง ถือเป็นย้

เบรา, สาธารณรัฐ และ สงครามกลางเมือง

เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน ค.ศ. 1925 ฝูงชนที่สนามกีฬาร้องเพลงชาติในการประท้วงต่อระบอบเผด็จการของ มีเกล เด รีเบรา สนามถูกปิดไป 6 เดือนจากการโต้ตอบด้วยกำลังทหาร และกัมเปร์ถูกบีบให้ถอนตัวจากการเป็นประธานสโมสร[11] จากเหตุการณ์นี้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกับสโมสรสู่ความเป็นมืออาชีพ โดยในปี ค.ศ. 1926 ผู้บริหารบาร์เซโลนาออกมาประกาศต่อสาธารณะว่าบาร์เซโลนาก้าวสู่มืออาชีพเป็นครั้งแรก[9] สโมสรชนะการแข่งขันถ้วยสเปน มีการแต่งบทกวีเพื่อเฉลิมฉลองในชื่อ “โอดาอาปลัตโก” เขียนขึ้นโดยสมาชิกกลุ่มเจเนอเรชันออฟ ’27 ที่ชื่อ ราฟาเอล อัลเบร์ตี ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก “วีรกรรม” ของผู้รักษาประตูบาร์เซโลนา[12] เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม ค.ศ. 1930 กัมเปร์ฆ่าตัวตายหลังจากความเครียดที่มาจากปัญหาส่วนตัวและปัญหาด้านการเงิน[5]

ถึงแม้ว่าพวกเขาจะยังมีผู้เล่นในการดำรงตำแหน่งของ ชูเซบ เอสโกลา แต่สโมสรก็ถึงยุคแห่งการเสื่อมถอย เนื่องจากความขัดแย้งในเรื่องการเมืองที่ลดความสำคัญด้านกีฬาลง[13] ถึงแม้ว่าสโมสรจะได้ถ้วยกัมเปียนัตเดกาตาลันในปี ค.ศ. 1930, 1931, 1932, 1934, 1936, และ 1938[4] ที่ประสบความสำเร็จในระดับประเทศ (ยกเว้นข้อพิพาทเรื่องการชนะในปี ค.ศ. 1937) จากนั้น 1 เดือนหลังสงครามกลางเมืองสเปนเริ่มขึ้นในปี ค.ศ. 1936 นักฟุตบอลหลายคนจากบาร์เซโลนาและอัตเลติกเดบิลบาโอก็เข้าเป็นทหารเพื่อต่อสู้กับการปฏิวัติ[14] เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม ชูเซบ ซุนยอล ประธานสโมสรและตัวแทนพรรคสนับสนุนการเมืองเสรี ถูกฆาตกรรมโดยทหารกลุ่มฟาลังเคใกล้กับเมืองกวาดาร์รามา[15] ขนานนามความทุกข์ทรมานในช่วงนี้ของประวัติศาสตร์สโมสรบาร์เซโลนาว่า บาร์เซโลนิสเม (สเปน: barcelonisme)[16] ฤดูร้อนปี ค.ศ. 1937 ผู้เล่นได้เดินทางไปแข่งขันที่เม็กซิโกและสหรัฐอเมริกา ในนามสาธารณรัฐสเปนครั้งที่ 2 การออกแข่งขันนี้ทำให้การเงินของสโมสรมั่นคงขึ้น แต่ก็เป็นผลให้ครึ่งหนึ่งของทีมหาทางลี้ภัยในเม็กซิโกและฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 16 มีนาคม ค.ศ. 1938 เมืองบาร์เซโลนาถูกโจมตีทางอากาศ มีผู้เสียชีวิต 3,000 คน ระเบิดหนึ่งลูกโจมตีสำนักงานของสโมสร[17] กาตาลุญญาเข้าดูแลอีกหลายเดือนต่อมา และในฐานะสัญลักษณ์ของกาตาลานิยมที่ไม่มีการดูแล ทำให้สโมสรมีสมาชิกลดลงเหลือ 3,486 คน[18] หลังจากสงครามการเมือง มีการสั่งห้ามธงชาติกาตาลาและสโมสรฟุตบอลที่ไม่ได้ใช้ชื่อสเปน เป็นผลบังคับให้สโมสรต้องเปลี่ยนชื่อเป็น กลุบเดฟุตบอลบาร์เซโลนา (สเปน: Club de Fútbol Barcelona) และเอาธงกาตาลาออกจากตราสโมสร[10]

ฟุตบอลโลก

ฟุตบอลโลก หรือ ฟีฟ่าเวิร์ดคัพ เป็นการแข่งขันฟุตบอลระหว่าประเทศโดยมีชุดทีมชาติชายร่วมเข้าแข่งในกลุ่มสมาชิกสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างประเทศ ฟีฟ่า การแข่งขันจัดขึ้นทุกๆ 4 ปีเริ่มครั้งแรกในปี 1930 ใน บอลโลก 1930 ยกเว้นในปี 1942 และ 1946 ที่งดเว้นไปในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ทีมขนะเลิศการแข่งขันล่าสุดคือทีมชาติฟรั่งเศสที่ชนะในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018

ฟุตบอลโลก หรือ ฟีฟ่าเวิร์ดคัพ เป็นการแข่งขันฟุตบอลระหว่าประเทศโดยมีชุดทีมชาติชายร่วมเข้าแข่งในกลุ่มสมาชิกสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างประเทศ ฟีฟ่า การแข่งขันจัดขึ้นทุกๆ 4 ปีเริ่มครั้งแรกในปี 1930 ใน บอลโลก 1930 ยกเว้นในปี 1942 และ 1946 ที่งดเว้นไปในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ทีมขนะเลิศการแข่งขันล่าสุดคือทีมชาติฟรั่งเศสที่ชนะในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018

รุปแบบการแข่งขันในปัจจุบัน การแข่งขันประกอบด้วย 32 ทีม เพื่อเข้าร่วมแข่งขียในสนามที่จัดงานของประเทสเจ้าภาพซึ่งจะจัดขึ้นประมาณ 1 เดือน การแข่งขัน 32 ทีมสุดท้ายนี้ เรียกว่าการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายส่วนในรอบคัดเลือกที่แข่งกันก่อนหน้านั้น ในปัจจุบันจะต้องใช้เวลาร่วม 3 ปี เพื่อตัดสินว่าทีมไดที่จะได้เข้าร่วมแข่งขันกับประเทศเจ้าภาพ

ในการแข่งขันฟุตบอลโลก 21 ครั้ง มีทีมชาติที่ชนะในการแข่งขัน 8 ชาติ ได้แก่ ทีมชาติบราซิล ชนะ 5 ครั้ง และเป็นทีมเดียวที่เข้าร่วมการแข่งขันในทุกครั้ง สาวนทีมขาตือื่นที่ชนะการแข่งขันคือ ทีมชาติอิตาลีและทีมชาตเยอรมนี ชนะ 4 ครั้ง ทีมชาติอสร์เจนตินา ทีมชาติอุรุกวัย และทีมชาติฟรั่งเศส ชนะ 2 ครั้ง และทีมชาติอังกฤษและทีมชาติสเปน ชนะ 1 ครั้ง

การแข่งขันฟุตบอลโลกถือเป็นการแข่งขันกีฬาที่มีผู้ชมมากที่สุดในโลก มีผู้ชมราวๆ 715.1 ล้าน คนในการแข่งขันนัดตัดสิยของการแข่งขันฟุตบอลโลก 2006 ที่จัดขึ้นที่ประเทศเยอรมนี

ประวัติ

นับการแข่งขันฟุตบอลระหว่างประเทศเกินครึ่งครั้งแรก ในการแข่งขันที่กลาสโกว์ ในปี ค.ศ.1872 ระหว่างสกอตแลนด์กับอังกฤษ และในการแข่งขันชิงชนะเลิศระหว่างประเทศครั้งแรกชื่อ บริดิชโฮมแชมเปี้ยนชิป ซึ่งเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1884 กีฬาฟุตบอลเติบโตในส่วนอื่นขิงโลกนอกเหนือจากอังกฤษในข่วงเปลี่ยนศตวรรษ มีการแนะนำกีฬาและแข่งขันประเภทนี้ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน 1900 และ 1904 และที่กีโอลิมปิกซ่อน 1906

หลังจากสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างประเทศ ฟีฟ่า ก่อคั้งขึ้นในปี 1904 ได้มีการพยายามจัดการแข่งขันฟุตบอลชิงชนะเลิศระหว่าประเทศ นอกเหนือจากประเทศที่เข้าแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ปี 1906 ที่สวิตเซอร์แลนด์ ถือเป็นการแข่งขันฟุตบอลในยุคแรกๆ แต่ประวัติศาสตร์อย่างเป็นทางการของฟีฟ่าอธิบายว่าการีแข่งขันนั้นล้มเหลวไป

การแข่งขันโอลิมปิกฤดูร้อน 1908 ในกรุงลอนดอน ฟุตบอลถือเป็นกีฬาอย่างหนึ่งที่แข่งขันอย่างป็นทางการจัดขึ้นโดยสโมสรฟุตบอลอังกฤษได้ดูแลจัดการแข่งขัน โดยผุ้ร่วมเชข้าอข่งขันเป็นมือสมักเล่นเท่านั้นและดูเป็นการแสดงมากกว่าการแข่งขันโดยบริเดนใหญ่แข่งขันโดยทีมฟุตบอลสมักเล่นทีมชาติอังกฤษ ได้รับเหลียญทองในการแข่งขัน ต่อมาในโอลิมปิดฤดูร้อน 1912 ที่สต๊อกโฮล์ม ก็มีจัดขึ้นอีกโดยการแข่งขันฟุตบอลสวีเดน

ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกวึ่งแข่งขันเฉพาะในมีมสมักเล่น เซิร์โทมัส ลิปตันได้จัดการแข่งขันที่ชื่อ การแข่งขันชิงถ้สยโทมันสิตันจัดขึ้นในฤดูใบไม้ร่วงในปี 1909 เป็นการแข่งขันระหว่างสโมสร ไม่ๆช้ที่มชาติ จากหลายๆประเทศ บางทีทีมที่เป็นตัวแทนของแต่ละเทศการแข่งขันครั้งนี้บางทีอาจเรียกการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งแรกมีทีมอาชัพเข้าแข่งขันขสกทังในอิต่ลี เยอรมนีและสวิตเซิร์แลนต่มสาคมฟุตบอลอังกฤษปฎิเสฑที่จะร่วมและไม่ส่งทีมนักบอลอาขีพมาแข่ง ลิปตันเชิญสโมสรเวสแฮมอ๊อกแลนด์ทาวน์ชนะการแข่งขันและกลับมารักษาแชมป์ในปี 1911 ได้สำเร็จ

ในปี ค.ศ 1914  ฟีฟ่าได้จำแนกการแข่งขันฟุตบอลในกีฬาโอลิมปิกว่าเป็น การแข่งขันชิงอชมป์สำหลับมือสมักเล่น และลงรับผิดชอบในการจัดการแข่งขัน และนี่เป็นการปูทางไห้กับการแข่งขันฟุตบอลระดับทวีปเป็นครั้งแรก โดยในโอลิมปิกฤดูร้อน 1920 ที่มีทีมแข่งขันอย่างอียิปต์ และทีมจากยุโรปอีก 13 ทีม มีผู้ชนะคือทีมเบลเยี่ยม ตาอมาทีมอุรุกวัย ชนะในการอแขงข้นฟุตบอลในโอลิมปิกในอีก 2 ครั้งถัดไปคือในปี 1924 และ 1928 และ ในปี 1924 ถือเป็นยุคที่ ฟีฟ่า ก่สวสู่ระดับมืออาชีพ

จากความสำเร็จในการแข่งขันฟุตบอลในโอลิมปิก ฟีฟ่าพร้อมด้วยประธานที่ชื่อ ชูล รี รีเมล ได้ผลักดันอีกครั้งโดยเริ่มมองหาหนทางในการจัดการแข่งขันนอกเหนือการแข่งขันโอลิมปิก ในวันที่ 28 พฤษภาคม ค.ศ. 1928 ที่ประชุมฟีฟ่าในอัมสเตอร์ดัมตัดสินใจที่จะจัดการแข่งขันด้วยตัวเอง กับอุรุกวัย ที่เป็นแชมปฺเปียนโลกอย่างเป็นทางการ 2 ครั้ง และเพื่อเฉลิมฉลอง 1 ศตวรรษแห้งอิสรภาพของอุรุกวัยในปี ค.ศ. 1930 ฟีฟ่าได้ประกาศว่าอุรุกวัยเป็นประเทศเจ้าภาพในการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งแรก

สมาคมฟุตบอลของประเทศที่ได้รับการเลือก ได้รับคำเชิญให้ส่งทีมมาร่วมแข่งขัน แต่เนื่องจากอุรุกวัยที่เป็นสถานที่จัดงาน นั้นหมายถึงระยะทางและค่าใช้จ่ายที่ต้องเดินทางข้ามมหาสมุดแอตแลนติกมาจากฝั่งยุโรปมา ซึ่งแท้จริงแล้ว ไม่มีประเทศใหนในยุโรปตอบตกลงว่าจะส่งทีมมาร่วมจนกระทั่ง 2 เดือนก่อนการแข่งขัน ริเมตจึงสามารถเชิญทีมจากเบลเยียม ฝรั่งเศส โรมาเนีย และ ยุโกสลาเวีย มีทีมเข้าร่วมทั้งหมด 13 ทีม โดยมี 7 ทีม จากทวีปอเมริกาใต้ 4 ทีมจากยุโรป และ 2 ทีมจากอเมริกาเหนือ

2 นัดแรกของการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งแรก จัดขึ้นในกันเดียวกันเมื่อวันที่ 13 กรฟฎาคม ค.ศ. 1930 ผู้ชนะคือ ทีม ฝรั่งเศส และทีมสหรัฐอเมริกาชนะแม็กซิโก 4-1 และเบลเยี่ยม 3-0 ตามลำดับ โดยผู้ทำประตูแรกในฟุตบอลโลกมาจาก ลุกแซง โลร็องต์ จากฝรั่งเศส ในนัทตัดสิน ทีมชาติ อุรุกวัยชนะทีมชาติอารืเจนติน่า 4-2 ต่อหน้าผู้ชม 93,000 คนที่เมือง มอนเตวิเดโอทีมอุรุกวัยจึงเป็นชาติแรกที่ชนะการแข่งขันฟุตบอลโลก

ฟุตบอลโลกก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง

หลังจากที่เกิดการแข่งขันฟุตบอลโลกขึ้นแล้ว ในกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน 1932 ที่จัดขึ้นที่เมือง ลอวแอนเจลิส ก็ไม่ได้รวมการแข่งขันฟุตบอลเข้าไปด้วย เรฃนื่อจากไม่ได้รับความนิยมในกีฬาฟุตบอลในสหรัฐอเมริกาในขณะที่อเมริกันฟุตบอลได้รับความนิยมมากขึ้น ทางฟีฟ่าและคณะกรรมการโอลิมปิกสากล ที่มีความคิดเห็นต่างกันในเรื่องผู้เล่นในฐาณะมือสมักเล่น ดังนั้นจึงไม่มีการแข่งขันฟุตบอลในเกมนี้ แต่ต่อมากีฬาฟุตบอลได้กลับมาในกีฬาโอลิมปิก ในโอลิมปิกฤดูร้อน 1936 แต่ถูกลดความสำคัญลง เพราะความมีชื่อเสียงของฟุตบอลโลก

ประเด็นในการจัดการแข่งขันในช่วงแรกของฟุตบอลโลกที่เป็นความยากลำบากในการเดินทางข้ามทวีปและสงครามนั้น มีทีมจากอเมริกาใต้บางทีมยินดีที่จะเดินทางไปยุโรปในการแข่งขันในปี 1934 และ 1938 โดยทีมบราซิลเป็นทีมเดียในอเมริกาใต้ที่เข้าแข่งขันทั้ง 2 ครั้งนี้ส่วนการแข่งขันฟุตบอลโลก 1942 และ 1946 ได้มีการยกเลิกไปเนื่องจากสงครามโลกครั้วที่สอง และ พักจากผลกระทบของสงครามโลก

ฟุตบอลโลกหลังสงครามโลกครั้งที่สอง

ฟุตบอลโลก 1950 จัดขึ้นที่ประเทศบราซิล เป็นครั้งแรกในสหราชอาณาจักถอนตัวจากฟีฟ่าในปี ค.ศ. 1920 ที่ไม้พอใจในบางส่วนที่ต้องเล่นกับประเทศที่พวกเขาทำสงครามด้วยและบางส่วนเพื่อประท้วงด้านอิทธิพลและการบังคับจากต่างชาติแต่ก็กลับเข้ามาร่วมในปี ค.ศ. 1946 หลังจากได้รับคำเชื้อเชิญจากฟีฟ่า การแข่งขันทีมแชมป์อย่างอุรุกวัยก็กลับเข้ามาร่วม หลังจากคว่ำบาติฟุตบอลโลกก่อนหน้านี้ 2 ครั้ง โดยทีมอุรุกวัยชนะในกการแข่งขันอักครั้ง หลังหลังจากที่ชนะประเทศเจ้าบ้าน

Soccer Football – World Cup – Semi Final – France v Belgium – Saint Petersburg Stadium, Saint Petersburg, Russia – July 10, 2018 France’s Antoine Griezmann shoots at goal REUTERS/Dylan Martinez

ในการแช่งขันระหว่างปี 1934 และ 1978 มีทีมเข้าร่วมแข่งขัน 16 ทีม ยกเว้นในปี ค.ศ. 1938 เมื่อออสเตรียรวมเข้ากับเยอรมนี หลังจากรอบคัดเลือก ทำให้มีทีมแข่งขันเหลือเพียง 15 ทีม และในปี ค.ศ. 1950 เมื่ออินเดีย สก็อตแลนด์ และตุรกี ถอนตัวจากการแข่งขัน ทำให้มีทีมร่วมแข่งขันเพียง 13 ทีม[15] ทีมที่เข้าร่วมแข่งขันส่วนใหญ่เป็นทีมจากยุโรปและอเมริกาใต้ มีส่วนน้อยจากอเมริกาเหนือ แอฟริกา เอเชียและโอเชียเนีย ทีมเหล่านี้มักจะแพ้อย่างง่ายดายกับทีมจากยุโรปและอเมริกาใต้ จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1982 มีทีมนอกเหนือจากยุโรปและอเมริกาใต้ที่เข้าสอบรอบสุดท้าย คือ ทีมสหรัฐอเมริกา เข้ารอบรองชนะเลิศในปี ค.ศ. 1930, ทีมคิวบาเข้ารอบรองชนะเลิศใน ปี ค.ศ. 1938, ทีมเกาหลีเหนือ เข้าสู่รอบรองชนะเลิศในปี ค.ศ. 1966 และทีมเม็กซิโกเข้าสู่รอบรองชนะเลิศในปี ค.ศ. 1970

เลสเตอร์ซอตี้

เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมฟุตบอลแห่งเทพนิยาย สโมสรแห่งประวัติศาสตร์เลสเตอร์ ซิตี้ หรือ Leicester City Football Club เป็นสโมสรฟุตบอลที่มีประวัติความขลังและเก่าแก่ เจ้าของฉายา จิ้งจอกสีน้ำเงิน ของทีมฟุตบอลในช่วงยุคบุกเบิกศตวรรษที่ 19 ก่อตั้งยาวนานกว่า 100 ปี นับตั้งแต่ ค.ศ. 1884 อยู่ในเขตตะวันออกของเกาะอังกฤษแถบมิดแลนด์ ภายใต้ชื่อ Leicester Fosse (ตั้งมาจากชื่อถนนของสนามเหย้า) จากกลุ่มเด็กนักเรียนที่อาศัยอยู่กับโบสถ์ Emanuel Chapel ห้องเรียนไบเบิ้ล Rev Lyewellyn Parsons ด้วยการรวมเงินกัน 9 เพนนี เพื่อซื้อลูกฟุตบอลมาเตะเล่นกันอย่างสนุกสนาน การแข่งขันที่ถูกบันทึกเอาไว้ว่าเป็นการแข่งขันครั้งแรกของสโมสรนั้น คือ การเอาชนะทีม Syston Fosse ในวันที่ 1 พ.ย.1884 ที่สนาม Victoria Park

เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมฟุตบอลแห่งเทพนิยาย สโมสรแห่งประวัติศาสตร์เลสเตอร์ ซิตี้ หรือ Leicester City Football Club เป็นสโมสรฟุตบอลที่มีประวัติความขลังและเก่าแก่ เจ้าของฉายา จิ้งจอกสีน้ำเงิน ของทีมฟุตบอลในช่วงยุคบุกเบิกศตวรรษที่ 19 ก่อตั้งยาวนานกว่า 100 ปี นับตั้งแต่ ค.ศ. 1884 อยู่ในเขตตะวันออกของเกาะอังกฤษแถบมิดแลนด์ ภายใต้ชื่อ Leicester Fosse (ตั้งมาจากชื่อถนนของสนามเหย้า) จากกลุ่มเด็กนักเรียนที่อาศัยอยู่กับโบสถ์ Emanuel Chapel ห้องเรียนไบเบิ้ล Rev Lyewellyn Parsons ด้วยการรวมเงินกัน 9 เพนนี เพื่อซื้อลูกฟุตบอลมาเตะเล่นกันอย่างสนุกสนาน การแข่งขันที่ถูกบันทึกเอาไว้ว่าเป็นการแข่งขันครั้งแรกของสโมสรนั้น คือ การเอาชนะทีม Syston Fosse ในวันที่ 1 พ.ย.1884 ที่สนาม Victoria Park

เลสเตอร์ซิตี เป็นสโมสรแรกที่มีสนามเหย้า ก่อนการก่อตั้งสโมสรอย่างเป็นทางการในปีค.ศ. 1886 เมื่อมีสมาชิกครบ 40 คนพอดี ก่อนที่จะเข้าร่วมกับสมาคมฟุตบอลอังกฤษในปี ค.ศ. 1890 และย้ายไปเล่นที่สนามใหม่บนถนนฟิลเบิร์ตสตรีท สนามเก่าแก่ที่ใช้แข่งขันฟุตบอลในปีค.ศ. 1891 ก่อนจะแข่งขันนัดสุดท้ายและยกเลิกไปในปี ค.ศ. 2002 นับเป็นเวลายาวนานถึง 111 ปี และ สร้างสนามเหย้าแห่งใหม่ขึ้นชื่อ Walkers Stadium จากการเข้ามาดูแลภายใต้บริษัทขนม Walkers และการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ในปี ค.ศ. 2010

ภายใต้การควบคุมดูแลของบริษัท คิง เพาเวอร์ กับการเปลี่ยนไปตลอดกาล

การเป็นแชมป์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ในฤดูกาล 2015-16 และ เป็นแชมป์เพียงครั้งเดียวบนลีกสูงสุดทำให้ เลสเตอร์ ซิตี้ กลายเป็น 1 ใน 6 สโมสรที่ก่อนตั้งก่อน ปี 1992 ที่สามารถคว้าแชมป์ได้ และ รับชื่อทีม The Unbelievables ไปในทันที

ปี 1884 นักเรียนของโรงเรียน Wyggeston and Queen Elizabeth I College เมือง Leicester รวมตัวกันก่อตั้งทีมฟุตบอลจากการรวมเงิน ในนาม Leicester Fosse FC ยุคสมัยนั้นใช้สนามเหย้าถึง 5 แห่ง รอบๆ ถนน Fosse

ปี 1891 มีสนามเหย้าหลัก Filbert Street เป็นครั้งแรก และ ร่วมเข้าแข่งขันฟุตบอลมิดแลนด์ลีก

ปี 1894 แข่งขันเกมลีกดิวิชั่น 2 อย่างเป็นทางการครั้งแรก ก่อนจะพ่ายแพ้ให้กับ Grimsby Town ไปอย่างน่าเสียดาย 4 – 3 แต่ว่าชัยชนะครั้งแรกของสโมสรเกิดขึ้นหลังจากนั้นเพียง 1 สัปดาห์กับ Rotherham United และ ประวัติศาสตร์ขีดเขียนด้วยสถิติการถล่มประตู Notts Olympic แบบมโหฬาร 13 – 0 จนกลายเป็นสถิติที่มีอยู่จวบจนถึงปัจจุบันและเมื่อถึงฤดูกาล 1907 – 1908 เลสเตอร์ ซิตี้ เลื่อนขึ้นมาอยู่ดิวิชั่น 1 เป็นครั้งแรกต่อจากนั้นในปี 1914 ได้เกิดมหาสงคราม ทำให้อยู่ในช่วงสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ทีมเลสเตอร์ ซิตี้ จึงต้องย้ายไปแข่งขันในระดับภูมิภาคแทน (มิดแลนด์ลีก) ปี 1919 Leicester Fosse FC เปลี่ยนชื่อสโมสรเป็น Leicester City Football Club (ใช้จนถึงปัจจุบัน) และ กลับเข้าสู่การแข่งขันดิวิชั่น 2

นายวิชัย ศรีวัฒนประภา

ซึ่งหลังจากที่เค้าได้เข้าไปซื้อกิจการ ภายในเวลาเพียง 4 ปีเท่านั้น เลสเตอร์ ซิตี้ สามารถที่จะก้าวขึ้นมาเป็นแชมป์ในฤดูการ 2013-2014 เดอะแชมป์เปี้ยนชิปและผลงานที่ทำให้เป็นที่รู้จักและเป็นที่จับตามองของคนทั่วโลกเพราะถือว่าเป็นทีมม้ามืดที่สามารถขนะทีมดังอย่างมากมายมาอย่างคาดไม่ถึงพวกเค้ากลายเป็นทีมที่น่าจับตามองในวงการพรีเมียร์ลีกมากขึ้นนั่นก็คือการเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก 2015-2016

สนามแข่งเลสเตอร์ ซิตี้

เลสเตอร์ ซิตี้ มีสนามสนามแข่งขันตั่งแต่ในยุคเริ่มต้นจนถึงปัจจุบัน ทั้งหมด 5 สนามด้วยกัน โดยเริ่มแรกใช้สนาม วิกตอเรียพาร์กและในปี 1887 ได้ย้ายสนามไปยังสนามเบลเกรจโรดสปอร์ต แต่สนามนี้ก็ได้ตกเป็นของสหพันธ์รักบี้ทำให้ จิ้งจอกสยาม ต้องย้ายกลับไปยังสนามเดิม

สนามฟิลเบิร์ตสตรีท

เมื่อถึงปี 1891 ได้ย้ายสนามอีกครั้งหนึ่งมาอยู่ที่ ฟิลเบิร์ตสตีทและใช้สนามยาวนานมากเป็นเวลา 111 ปี ก่อนที่เดือน กรกฎาคม ปี 2002 จะย้ายสนามมาที่วอล์คเกอร์สเตเดียม ซึ่งก็คือสนามคิงพาวเวอร์สเตเดียมในปัจจุบันนั่นเองซึ่งตั้งอยู่เมืองเลสเตอร์ ประเทศอังกฤษมีความจุที่นั้ง 32500 ที่นั่ง เป็นสนามที่สวยงามและสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างสมบูรณ์

ตราสโมสร จิ้งจอกสยาม

การพัฒนาตราสโมสร หรือโลโก้ประจำสโมสรของเลสเตอร์ซิตี้นั้น จะเห็นได้ว่ามีรูปสุนัขจิ่งจอกอยู่ เพราะเมืองที่ตั้งอยู่นั้น มีสุนัขจิ่งจอกอยุ่เป็นจำนวนมากนั่นเอง จึงได้รับฉายาว่า จิ้งจอกสีน้ำเงิน โลโกที่ถูกเปลี่ยนแปลงกว่าจะมาเป็นโก้ที่ใช้ในปัจจุบันนี้ทุกอันจะมีรูปสุนัขจิ่งจอกอยู่ในนั้นด้วย ซึ่งมีการออกแบบอย่างเรียบง่ายในช่วงแรกๆ และมาใช้สัญลักษ์วงกรมสีน้ำเงิน มีรูปสุนัคจิ้งจอกสีเหลืองอยู่ตรงกลางและมีคำว่า Leicester City football club บนโลโดก้ด้วย ที่เริ่มใช้ตั่งแต่ปี 2010 จนถึงตอนนี้

สำหลับชุดการแข่วขันของเลสเตอร์ ซิตี้ ตั่งแต่เริ่มยุคแรกแล้ว ที่มีการออกแบบชุดแข่งเป็นสีน้ำเงิน ส่วนใหญ่แล้ว พูม่า ผู้สนับสนุนหลักที่อยู่ด้วยกันมานานจะออกแบบชุดให้อยู่เสมอ แต่ก็มีข่าวว่าอดีดาส จะเข้ามาดูแลแทนเพราะสัญญากับพูม่าไกล้จะหมดลงแล้สซึ่งส่วนใหญ่นั้นเสื้อจะเป็นสีน้ำเงินเหมือนเดิม ซึ่งมีการใช้ผ้าที่ระบายอากาศได้อย่างดี

เกียรติประวัติและถ้วยแชมป์

  • พรีเมียร์ลีก 1 สมัย 2015-2016
  • ฟุตบอลลีกแชมป์เปี้ยนชิป 7 สมัย 1924 – 1925 1936 – 1937 1953 – 1954 1956 – 1957 -1970 – 1980 2013 – 2014
  • ฟุตบอลลีกวัน 1 สมัย 2008 – 2009
  • ฟุตบอลลีกคัพ 3 สมัย 1964 – 1997 – 2000

ปฎิเสธไม่ได้ว่าตั้งแต่ที่ Leicester City  มีเจ้าของเป็นคนไทยทำให้มีแฟนชาวไทยเพิ่มมากขึ้น และยังมีความภาคภูมิใจในสโมสรนี้ เพราะมีคนไทยเป็นผู้นำและทำให้ทีมประสบความสำเร็จได้ ในการคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ในฤดูกาล 2015-2016  แน่นอนว่าความสำเร็จนี้ไม่ได้สร้างขึ้นมาในระยะเวลาอันสั้นเพราะกว่าที่คิงพาวเวอร์จะพาทีมประสบความสำเร็จได้ถึงขนาดนี้ ต้องผ่านอุปสรรคและความยากมากมายซึ่งทำให้สร้างความน่าเชื่อถือสำหรับแฟนบอลชาวไทยและแฟนบอลทั่วโลก ที่สโมสรม้ามืดสโมสรหนึ่งสามารถท่ี่จะคว้าแชมป์ลีกดังได้ จนกลายเป็น สโมสรที่หกที่ได้ครองถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีก ถือว่าเป็นปรากฎการณ์ใหม่ๆที่ดีสำหรับวงการ พรีเมียร์ลีก และวงการฟุตบอลในประเทศไทย มากขึ้นอีกด้วย

กว่าจะมาเป็น เลสเตอร์ซิตี้ ทีมที่ประสบความสำเร็จและเป็นที่รู้จักอย่างในปัจจุบันนี้ประวัติ ความเป็นมาของสโมสรอันเก่าแก่ของอังกฤษทีมนี้ มีความเป็นมาที่ยาวนาน

แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด

แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ฟุตบอล คลับ เกิดขึ้นครั้งแรกในช่วงต้น ทศววษ 1870 เมื่อพนักงานการรถไฟกลุ่มหนึ่งได้ก่อตั้งทีมฟุตบอลขึ้นมา ซึ่งพวกเขาใข้ขื่อว่า เดอะ แลงคาเชียร์ แอนด์ ยอร์คเชียร์ เรียลเวย์ ฟุตบอล คลับ และต่อมาได้เปลี่ยนเป็น นิวตัน ฮีธ ในปี 1878 โดยพวกเค้าพยายามเข้าร่วมฟุตยบอลลีกถึงสองครั้งแต่ก็ล้มเหลว เพราะไม่มีสโมสรใดให้การสนับสนุน แต่ในที่สุดพวกเค้าก็ได้รับการยอมรับเมื่อฟุตบอลลีกแบ่งออกเป็นสองดิวิชั่นในเวลาต่อมาไม่นาน

เกมลีกนัทอรกในประวัติศาสตร์ของ นิวตัน ฮีธ คือ ดารมพ่ายแพ้ต่อ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส 3-4 แต่ชัยชนะนัดแรกก็มาถึงในไม่ช้า เมื่อพวกเค้าจะดการถล่มเอาชนะ วูฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส ไปได้ถึง 10-1 หลังจากนั้นทีมกลับทำผลงานได้อย่างน่าผิดหวัง เมื่อคว้าชัยชนะได้เพียงแค่ 6 จาก 30 นัด เท่านั้นจนทำให้พวกเค้าตกไปอยู่อันดับบ๊วยของตาราง แต่พวกเค้าก็รอดการตกชั้นได้ หลังจากที่เอาชนะ สมอลล์ ฮีธ ไปได้ 5-2 ที่สนาม บรามอลล์เลย

แต่ในปีต่อมาทีมยังคงเล่นแย่เหมือนเดิมและต้องตกชั้นไปในที่สุด โดยแม้จะมีการยุบลีก และตั้งขึ้นมาใหม่ แต่ทีมก็มีปัญหาในการเข้าร่วมลีกอีกครั้ง เนื่องจากสถานะทางการเงินไม่ดีนัก ก่อนที่พวกเค้าจะล้มละลายเมื่อเข้าปี 1902 โชคดีที่มีผู้อำนวยการโรงกลั่นเบียร์ที่ชื่อ จอห์น เดวี่ส์ มาลงทุนกับสโมสรทำให้เค้าเป็นผู้อำนวยการ และประธานสโมสรในท้ายที่สุด จากนั้นทีมก็เปลี่ยนขื่อมาเป็น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ใข้อยู่ในปัจจุบันนี้

และอีกไม่นาน เออร์เนสด์ แมกนัลล์ ได้ถูกแต่งตั้งให้เข้ามาเป็นผู้จัดการทีมคนแรกของทีมในปี 1903 โดย แมกนัลล์ ได้นำพาไต่ขึ้นมาจากดิวิชั่น 2 ได้ และจากสไตล์การเล่นที่รวดเร็ว และสวยงาม ในฤดูการ 1907-08 ปีศาจแดง ก็สามารถคว้าแชมป์ลีกมายังถิ่น โอลด์ แทร๊ฟฟอร์ด ได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร แถมในปีถัดมาพวกเค้ายังคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ ไปคลองได้อีกต่างหาก

แต่หลังจ่กที่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง แมนฯ นูไนเต็ด ก็ประสบปัญหาจนได้ เมื่อสนาม โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เกิดใช้การไม่ได้ รวมถึงนักเตะบางคนก็มีอายุเยอะมากขึ้น ทำให้ต้องมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่โดยการเซ็นสัญญากับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมร่วมเมือง เพื่อขอใช้สนาม เมน โร้ด เป็นสนามเหย้า พร้อมดับแต่งตั้ง แม็ตต์ บัสบี้ เป็นผู้จัดการทีมชุดนั้น แต่ใครจะไปรู้ได้ว่าชายผู้นี้แหละที่ได้สร้าง เร็ด เดวิลส์ ให้กลับขึ้นมาผงาดอีกครั้ง เมื่อเขาพาทีมที่มีเด็กท้องถิ่นเป้นองค์ประกอบหลักคว้าแชมป์ลีกในฤดูการ 1951-25 และหลังจากนั้นมันก็ได้กลายเป้นจุดเริ่มต้นของยุค บัสบี้ เบ๊บส์ อันยิ่งใหญ่

แชมป์ลีกในฤดูการ 1955-56 ตกเป็นของพวกเค้า และในบอลยุโรป บัสบี้ ก็สามารถพาทีมลุยเข้ารอบ ยูโรเปี้ยน คัพ และไปถึงรอบรองชนะเลิส ได้สำเร็จก่อนที่จะตกรอบไป  แต่ยังดีที่พวกเค้าคว้าแชมป์ดิวิชั่นหนึ่งได้อีกสมัย และจะได้กลับมายุโรปใหม่ในปีหน้า แต่เหตุการกลับไม่เป็นอย่างที่คิดเมื่อสโมสร แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด มาประสบอุบัติเหตุครั้งใหญ่ เมื่อเครื่องบินโดยสารที่ลงจอดในกรุงมิวนิค เกิดอุบัติเหตุขณะกำลังบินขึ้นฟ้า ส่งผลให้ผู้เล่นของทีม 8 รายเสียชีวิตทันที และนั้นก็เป๋นโศกนาฎกรรมที่สะเทือนใจที่สุดในวงการกีฬาทั่วโลกในขณะนั้น

หลังจากเหตุหฃการดังกล่าว แม็ตต์ บัสบี้ ได้ทำการตัดสินใจสร้างทีมขึ้นทมาใหม่เพื่อสานฝันที่จะคว้าแชมป์ยูโรเปี้ยน คัพ ให้ได้ โดยแกนนำยังเป็นนัหเตะที่รอดมาจากเหตุการเครื่องบินตก รวมกับผู้เล่นจากทีมสำรอง ทีมเยาวฃน และนักเตะที่ซื้อเข้ามาใหม่ จนทีมเริ่มกลับมาแข็งแกร่งขึ้นตามลำดับและเมื่อฝีนร้ายได้ผ่านไปพวกเค้าก็กลับมาคว้าแชมป์ได้อีกครั้งในถ้วย เอฟเอคัพ ปี 1963 ซึ่งในฤดูการนั้นเองนักเตพอย่าง จอร์จ เบสต์ เดนนิส ลอว์ และ บีอบบี้ ฃาร์ลตัน แจ้งเกิดขึ้นมาด้สำเร็จ และดูเหมือนช่วงนี้จะเป็นเวลาที่ดีที่สุดนับตั่งแต่ก่อตั้งสโมสร เมื่อพวกเค้าคว้าแชมป์ลักมาคลองได้ 2 สมัยในรอบ 3 ปี หลัง และแน่นอนเป็นเป้าหมายต่อไปของพวกเค้าย่อมอยู่ที่ ยูโรเปี้ยน

จนในที่สุดความฝันของ แม็ตต์ บัสบี้ ก็เป็นจริง เมื่อ ลูกทีมของเขา ไล่ถล่มเอาชนะ เบนฟิก้า ทีมชื่อดังของเมืองฝอยทองซึ่งนำทีมมาโดย ยุเซบิโอ นักเตะชื่อก้องโลก ไปได้ที่สนาม เวมบลีย์ ด้วยสกอรื 4-1 และคว้าแชมป์ถ้วยสโมสรใบใหญ่ที่สุดของยุโรปไปได้อย่างงดงาม ก่อนที่ บัสบี้ จะวางมือในเวลาต่อมาซึ่งนั่นดูเหมือนจะเป็นจุดเปลี่ยนของทีมอีกครั้ง เมื่อช่วงศวรรษที่ 1970 วิลฟ์ แม็คกินเนสส์ แฟร้งค์ โอ ฟาร์เรลล์ และ ทอมมี่ ด็อคเคอร์ตี้ ที่เข้ามารับงานต่อจาก เซอร์บัสบี้ ต่างก็ทำผลงานได้ย่ำแย่จนทีมต้องตกชั้นลงไปเล่นในดิวิชั่น 2 ในเวลาไม่นาน

ช่วงทศวรรษ 80 หลังจากที่ ยูไนเต้ด กลับขึ้นมาในลีกสูงสุดอีกครั้ง พวกเค้าก็ยังสร้างผลงานได้มาฃ่เป็นที่น่าประทับใจนัก ทำให้ทางเบื่องบนได้ตัดสินใจที่จะดึงตัว รอน แอ๊ตกินสัน เข้ามาคุมทีมแทนที่ของ เดฟ เซ็กซ์ตันในปี 1981 โดยบิ๊กรอน ได้นำนักเตะให่หลายคนเข้ามาสู่ทีม โดยเฉพาะในรายของ ไบรอัน ร๊อบสัน กองกลางชาวอังกฤษที่เข้าจ่ายเงินกว่า 1.5 ล้านปอนด์หรือประมาณ 105 ล้านบาท เพือเป็นค่าตัวนั้นถือป็นการซื้อที่เป็นสถิติการย้ายทีมของเกาะอังกฤษในเวลานั้นเลย แต่หลังจากนั้น ร๊อบสัน ก็แสดงให้เห็นว่าเค้าเล่นได้คุ้มค่าตัวทุกเพนนี แต่การเปลี่ยนแปลงในรั้ว โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ก็ยังไม่หยุดลงคานั้น เมื่อทางบอร์ดบริหารได้เห็นตรงกันว่า ดารคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ 2 สมัย นั้นไม่เพียงพอต่อสโมสรระดับนี้ ส่งผลให้ตำแหน่งผู้จัดการทีม ยูไนเต็ด เปลี่ยนมือมาจาก แอ๊ดกินสัน ไปสู่ผู้จัดการทีมคนใหม่ที่ชื่อว่า อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน

งานชิ้นใหม่ของเฟอร์กี้ ในถิ่น โอล์ แทร็ฟฟอร์ด เขาต้องเผชิญหน้ากับแรงกดดันที่มากมาย และด้วยเหตุผลนี้เองทำให้ผู้จัดการทีมคนก่อนอย่าง แอ๊ตกินสัน ต้องกระเด็นตกเก้าอี้ไป แน่นนอนว่าแค่แชมป์เอฟเอคัพ อย่างเดียวไปพอ ที่จะตอบสนองความทะเยอทะยานและความต้องการของสโมสรยังใหญ่อย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ และงานนี้ของ เฟอร์กี้ ก็ดูท่าจะต้องพบกับความยากลำบาก เมื่อยุคนั้น ลิเวอร์พูล อริตัวฉกาดของทีมกำลังคลองความยิ่งใหญ่ในประเทศอยู่ โดยมี อาร์เซน่อล และ เอฟเวอร์ตัน เป็นอีกสองทีมท่อพอฟัดพอเหวี่ยง

18 เดือนแรกของ เฟอร์กี้ นั้นก็ดูว่าจะผ่านไปได้อย่างราบนื่น เมื่อยูไนเต็ดจบซีซั่นอันดับสองของลีกในปี 1988 เป็นรองแค่ ลิอเวอร์พูล ทีมเดียวเท่านั้น ทว่าหลังจากจุดสูงสุดครั้งนั้น ปีศาจแดง ต้องกลับมาประสบปัญกาอีกครั้ง ความพ่ายแพ้ยับเยิน 1-5 รวมถึงการแพ้เพื่อนร่วมเมืองอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในเดือน พฤศจิกายน 1989 ซึ่งนั้นเป็นจุดเริ่มต้นของการเกิดกระแสเนียกร้องให้ปลดเค้าออกจากตำแหน่งโดยปีนั้นจบปีด้วยอันดับ 11 ของตาราง

สโมสรเชลซี

สโมสรเชลซี เป็นสโมสรฟุตบอลอาชีพที่ตั้งอยู่ในเขตฟูแลม ในกรุงลอนดอน ของประเทศอังกฤษซึ่งในปัจจุบันนี้ได้สู้ศึกอยู่บนลีกสูงสุดอย่าง พรีเมียร์ลีก โดยสโมสรก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 1905 โดย กุส เมียร์ส และได้การเปลี่ยนสนามกีฑาให้กลายเป็นสนามฟุตบอลและใช้ชื่อว่า สแตมฟอร์ดบริดจ์ ในตอนแรกนั้นจะใช้ชื่อสโมสรว่า ฟูแลม เอฟซี แต่ซื่อได้ช้ำกับสโมสรฟุตบอลท้องถิ่นอย่างสโมสรฟูแลม ทำให้ในช่วงแรกของการก่อตั้งสโมสรนั้นได้ชื่อว่า เคนชิงตัน อฟซี สแตมฟอร์ดบริดจ์ เอฟซี ลอนดอนเอฟซี และสุดท้ายได้เปลี่ยนมาใข้ขื่อสโมสรว่า เชลซี เอฟซี โดยได้ก่อตั้งสโมสรฟุตบอลแห่งนี้ที่ผับ เดอะไรซิงซัน หลังจากนั้นสโมสรเชลซีก็ได้เริ่มสร้างชือเสียงและประวัติศาสตร์ได้ในปีแรกของการลงทำการแข่งขัน ดิวิชั่น 1 ด้วยการคว้าแชมป์ได้ในปี 1906-1907 ซึ่งเป็นเพียงซีซันที่ 2 ในการแข่งขันดิวิชั่น 1 ของประเทศอังกฤษ

สโมสรเชลซี เป็นสโมสรฟุตบอลอาชีพที่ตั้งอยู่ในเขตฟูแลม ในกรุงลอนดอน ของประเทศอังกฤษซึ่งในปัจจุบันนี้ได้สู้ศึกอยู่บนลีกสูงสุดอย่าง พรีเมียร์ลีก โดยสโมสรก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 1905 โดย กุส เมียร์ส และได้การเปลี่ยนสนามกีฑาให้กลายเป็นสนามฟุตบอลและใช้ชื่อว่า สแตมฟอร์ดบริดจ์ ในตอนแรกนั้นจะใช้ชื่อสโมสรว่า ฟูแลม เอฟซี แต่ซื่อได้ช้ำกับสโมสรฟุตบอลท้องถิ่นอย่างสโมสรฟูแลม ทำให้ในช่วงแรกของการก่อตั้งสโมสรนั้นได้ชื่อว่า เคนชิงตัน อฟซี สแตมฟอร์ดบริดจ์ เอฟซี ลอนดอนเอฟซี และสุดท้ายได้เปลี่ยนมาใข้ขื่อสโมสรว่า เชลซี เอฟซี โดยได้ก่อตั้งสโมสรฟุตบอลแห่งนี้ที่ผับ เดอะไรซิงซัน หลังจากนั้นสโมสรเชลซีก็ได้เริ่มสร้างชือเสียงและประวัติศาสตร์ได้ในปีแรกของการลงทำการแข่งขัน ดิวิชั่น 1 ด้วยการคว้าแชมป์ได้ในปี 1906-1907 ซึ่งเป็นเพียงซีซันที่ 2 ในการแข่งขันดิวิชั่น 1 ของประเทศอังกฤษ

หลังจากก่อตั้งสโมสรได้เพียง 1 ปี สโมสรเชลซี ก็สร้างความประหลาดใจให้กับบนนดาทีมยักษ์ใหญ่อย่างมากมาย โดยที่เชลซีสามารถทำการคว้าแชมป์ดิวิชั่น 1 มาคลองได้ในซีซั่นที่ 2 ชองการลงทำการแข่งขันเพาะเป็นสโมสรที่เพิ่งก่อตั้งและยังไม่มีดาวเตะตัวเก่งอยู่ในทีมมากเท่าไหร่ แต่อย่างรก็ตามพวกเค้าก็ยังเป็นทีมที่ขึ้นๆลงๆ อยู่ระหว่าดิวิชั่น 1 และ 2 อยู่เรื่อยๆจนกระทั่งในปี 1915 เชลซีได้มีโอกาศเข้าชิงชนะเลิศฟุตบอลเอฟเอคัพ แต่ก็ต้องแพ้ให้กับสโมสรเชฟฟิลด์ เวนส์เดย์ ไป 3-0 แต่ถึงแม้จะแพ้ในการแข่งขันชิงชนะเลิศ เอฟเอคัพ ก็ตาม แต่พวกเค้าก็เริ่มเป็นที่รู้จักของผู้คนที่สนใจในเกมลูกหนังเป็นอย่างมาก จนกระทั้งในฤดูการ 1919-1920 พวกเค้าได้ทำผลงานได้อย่ายอดเยี่ยมและจบซีวั่นนั้นอยู่บนหัวตารางในอันดับที่ 3 ได้สำเร็จ ทำให้หลังจบฤดูการดังกล่าวสโมสรเชลซีเริ่มมีงบประมาณเข้ามาในสโมสรเป็นจำนวนมากและเริ่มซื้อนักเตะชื่อดังเข้ามาสู่สโมสรได้อย่างมากมาย

หลังจากสโมสรเชลซี เริ่มมีชทิ่เสียงและฐานแฟนบอลมีมากขึ้น ทำให้เค้าเริ่มมีงบประมาณในการล่าซื้อนักเตะตัวเก่งเข้ามาในทีมอย่างมากมาย พร้อมได้อดีตกองหน้าของไอ้ปืนใฆญาอาร์เซน่อล และอดีตทีมชาติอังกฤษอย่าง เท็ด เดร็ค เข้ามาเป็นกุนซือในปี 1952 เพื่อหวังยกระดับและปรับเปลี่ยนสโมสรให้มีความทันสมัย เขาจึงทำการโละกลุ่มทหารหลวงวัยเกษียณ และปรับทีมเยาวชนของสโมสรให้มีรูปแบบการฝึกฝนในการฝึกซ้อมที่เข้มข้นมากขึ้น พร้อมกันนี้ เท็ด เดร็ค ยังทำการซื้อสตาร์ดังจากลีกสมัคเล่นมาเสริมทัพอย่างมากมาย และด้วยการเข้ามาปรับเปลี่ยนแบบแผนและระบบดารเล่นต่างๆ ของ เท็ด เดร็ค ทำให้สโมสรเชลซีสร้างประวัติศาสตร์ได้ในฤดูกาลที่ 1954-1955 เมท่อพวกเค้าสามารถคว้าแชมป์ดิวิชั่น 1 ได้สำเร็จ จนกระทั้งในปี 1961 ด้วยความที่สโมสรมีความต้องการที่จะหาแผนกการทำทีมใหม่ๆ จึงได้ตัดสินใจ ปลด เดร็ค ออกจากผู้จัดกาดทีม และได้แต่งตัง ทอมมี่ โดเซิอร์ตี้ เข้ามาในฐานะผู้เล่นผู้จัดการทีมทันทีและได้ทำการปรับปรุงทีมครั้งใหญ่อีกครั้ง

ในปี 1962 ทอมมี่ โดเซอร์ตี้ ได้เข้ามาเป็นผู้จัดการทีมและได้เปลี่ยนแปลงสโมสรครั้งใหญ่ ทอมมี่ โดเชอร์ตี้ ได้เข้ามารับตำแหน่งผู้จัดการทีมคนใหม่ของสโมสรพร้อมควบคู่ไปกับการเป็นผู้เล่น เข้าได้ทำการเปลี่ยนแปลงแผนการเล่นของทีมขึ้นใหม่และได้ทำการยกเลิกสัญญาเข้งเก่าหลายหลายรายออกจากสโมสรและได้ซื้อนักเตะหน้าใหม่เข้ามาสู่สโมสรอย่างมากมาย โดยหนึ่งในแข้งหน้สใหม่ที่ โดเชอร์ตี ได้ดึงเข้ามาร่วมทีมในเวลานั้นก็คือ ปีเตอร์ออสกู๊ด ที่ได้กลายเป็นตำนานตลอดกาลของสโมสรในเวลาต่อมา ทอมมี่ โดเชิร์ตี้ ได้ไช้เวลาปรับเปลี่ยนรากฐานของสโมสรอยู่เพียง 2 ปี ก้สามารถคว้าแขมป์ลีกคัพได้ในฤดูการ 1964-1965 ด้วยการเอาชนะเลสเตอร์ ซิตี้ ที่มีกอร์ดอน แบงส์ ผู้รักษาประตูจอมหนึบไปด้วยผลการแข่งขัน 3-2 และหลังจากนั้นสามฤดูการพวกเค้ายังสามารถทะลุเข้าไปรอบชิงชนะเลิศในทุกรายการที่ทำการแข่งขัน แต่ก็เป็นได้แค่เพียงรองแชมป์เท่านั้นจนกระทั่งในซีซั่นถัดมาสโมสรได้ทำการปลดผุ้จัดการทีมอีกครั้งพร้อมทั้งแต่งตั้ง เดฟ เกตัส เข้ามาเป็นกุนซือคนใหม่ของสโมสร เช็กตัน เข้ามาคุมเพียงแค่ปีเดียวเท่านั้น เขาก็สามารถพาลูกทีมคว้าแช้มป์ อฟเอคัพ ในปี 1970 ได้สำเร็จ ด้วยการเอาชนะสโมสรยักษ์ใหญ่อย่าง ลีดส์ ยูไนเต็ด ไปด้วยสกอร์ 2-1

เชลถึงคราวดิ่งลงเหว เมื่อสมสรทำหารโละนักเตะดาวดังออกจากสโมสร หลังจากที่เขาล้มยัษ์อย่าง ลีดส์ ยูไนเต็ด คว้าแชมป์ เอฟเอคัพ 1970 ได้สำเส็จแล้ว เชลซีกึงคราวดิ่งลงเหวและตกต่ำลงในหลายปี 1970 ถึง 1990 เมื่อเฃลซีได้ทำการขายดาวดังของทีมออกไปอยบ่างมากมาย จนทำให้ฟอร์มการเล่นของพวกเค้าตกต่ำลงไปตามลำดับ จนตกชั้นและม่สามารถกลับขึ้นมาเล่นบนลีกสูงสุดได้จนกระทั่งในปี 1982 เคน เบตส์ ได้เข้ามาซื้อสโมสรด้วยราคส 1 ล้านปอนด์ และได้ทำการปรับปรุงสนามสแตมฟอร์ดบริดจ์ให้ดีและยิ่งใหญ่มากขึ้นแต่อันที่จริงแล้วการปรับกรุงสโมสรครั้งนี้ก็ดูเหมือนจะไม่ได้ช่วยอะไรเพราะพวกเค้าเกือบจะตกลงไปเล่นอยู่ดิวิชั่น 3 จนในปี 1984 จอร์น นีล สามารถทำผลงานได้อย่างดีและพาสโมสรชึ้นมาจาดกดิวิชั่น 2 ได้สำเร็จ ด้วยการคว้าแชมป์ในปี 1983-1984 แต่สุดท้ายแล้วก็ต้องกลับมาตกชั้นอีกในปี 1987-1988 ก่อนที่จะเลื่อนกลับมาเล่นอยู่ในดีวิชั่น 1 ได้อีกครั้งในปี 1988-1989 ด้วยการทิ้งแต้มห่างจากสโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถึง 17 แต้ม

ในปี 1992-2004 สโมสรเชลซีได้กลับคืนสู้ความยิ่งใหญ่และได้รับฉายาจากสื่อหลายสำนักให้เป็น สิงห์บอลถ้วย อีกครั้ง ในปี 1992 เชลซีเริ่มกลับมาดึงสสตาดังเข้าสู่สโมสรอีกครั้งจนสามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม และสามารถเข้าชิงชนะเลิศในหารแข่งขันฟุตบอล เอฟเอคัพ ในปี 1993-994 แต่พวกเค้าก็ต้องพ่ายแพ้ไห้กับ มนเชสเติร์ ยูไนเต็ด ไปอย่างราบคาบ  ถึง 4-0 จนกระทั่งทางบอร์ดบริหารได้ทำการแต่งตัง้ รุด กุลลิต เข้ามาทำทีมในฐานะผู้เล่นและผู้จัดการทีมในปี 1966 โดยเขาใช้เวลาเพียงแค่ 1 ปี ก็สามารถพาสโมสรเชลซีเข้าชิงฟุตบอล เอฟเอคัพ ในปี 1997 ด้วยการเอาชนะ มิดเดิลส์โบลรห์ไป 2-0 จากการทแระตูของ โรเบอร์โต้ ดิมัตติโอและ เอ็นดี้ นิวตัน นอกจากนี้ยังสามารถพาทีมเข้าชนะเลิสในรายการ ยูฟ่าคัพ วินเนอร์คัพ ปี 1998 พร้อมทั้งยังคว้าแชมป์สมัยที่ 2 ได้สำเร็จด้วยการเอาชนะ สตุ๊ดการ์ต ไปด้วย สกอร์ 1-0 จากการทำประดูของ โรแบร์โต้ ดิ มัตติโอ คนเดิม นอกจากน้พวกเค้ายังสามารเข้าไปสัมผัสเกมการแข่งขัน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เป้นครั้งแรก แต่ก็ต้องหยุดอยู่ที่รอบ 8 ทีมสุดท้าย ด้วยการพ่ายแพ้ให้กับ บาร์เซโลน่าปด้วยสกอรวม 6-4 จากนั้นไม่นานสโมสรเฃลซีได้ทำการแต่งตั้งผู้จัดการทีมคนใหม่อีกครั้ง โดยได้แต่งตั้งให้ เคลาดิโอ รานิเอรี่ เข้ามาเป็นกุนซือของทีมในปี 2000 เขาใช้เพียงไม่ถึงปีก็สามารถพาสโมสรเชลซีเข้าชิงชนะเลิศฟุตบอล เอฟเอคัพ ได้ แต่ก็คงต้องผิดหวังเพราะต้องแพ้ให้กับอาร์เซน่อล ไปด้วยสกอรื 2-0 จากยุคที่สโมสรเฃลซีได้อยู่ในช่วงที่ถือว่าประสบความสำเร็จกับบอลถ้วยเป็นส่วนใหญ่นั้น จึงให้สื่อหลายสำนักได้ตั้งฉายาให้กับพวกเค้าว่า สิงห์บอลถ้วย

ในช่วงปี 2004 มหาเศรษฐีชาวรัสเซีย ได้เข้ามาซื้อสโมสรด้วยจำนวนเงิน 140 ล้านปอนด์

lampard-proflie

ในช่วงปี 2004 นักการเมิองมาหาเศรษฐีชาวรัสเซียอย่าง โรมัน อับราโมวิช ได้เข้ามาซื้อสโมสรเชลซีไปด้วย ราคา 140 ล้านปอนด์ และได้ทำการทุ่มงบมหาศาลเพื่อคว้าตัวสตาร์และดาวเตะชื่อดังมากมายเข้ามาร่วมทีม นอกจากนี้เค้ายังทำเรื่องที่ทำให้แฟนบอลสุดประหลาดใจด้วยการปลดกุนซืออย่าง เคลาติโอ รานิเอรี่ ออกจากตำแหน่งแล้วทำการแต่งตั้ง โชเซ มูรินโญ่ เข้ามาเป็นผู้จัดการทีมคนใหม่ของสโมสรทันที ซึ่งก็ถือได้ว่าเป็นการตัดสินใจได้อย่างยอดเยี่ยม เพราะการเข้ามาของมูรินโญ่นั้นสามารถนำพาความสำเร็จเข้ามาสู่สโมสรได้อย่างมากมาย ทั้งการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูการ 2004-2005 ซึ่งเป็นซีซั่นแรกของการเข้ามาทำทีมของ มูรินญ่ แลละเขายังสามารถสร้างประวัติศาสตร์ให้กับสโมสรเชลซีโดยการเป็นแชมป์ที่มีแต้มสูงสุดถึง 95 คะแนน และยังสามารถเอาชนะ ลิเวอร์พูล ในกรฃารแข่งขันนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลลีกคัพไปด้วยสกอร์ 3-2 พร้อมคว้าแชมป์ไปอย่างยิ่งใหญ่

สโมสร อาร์เซนอล

สโมสร อาร์เซนอล ช่วงปีปลายปี ค.ศ. 1886 สโมสรฟุตบอล อาร์เซนอล ได้เริ่มก่อตั้งขึ้น จากกลุ่มคนงานของโรงงานผลิตอาวุตธรอยัลอาร์เซนอลในแขวงวูลิช โดยใช้ขื่อในการแข่งขันครั้งแรกว่า ไดอัล สแควร์ และได้รับชัยชนะครั้งแรกเหนือทีม อีสเทิร์น วันเดอเรอร์ส 6-0 เมื่อ 11 ธันวาคม ค.ศ. 1886 ซึ่งต่อมาได้มีการเปลี่ยนชื่อทีมเป็น รอยัลอาร์เซนอล

ช่วงปี ค.ศ. 1891-1893 ก้าวเข้าสู่สโมสรฟุตบอลอาชีพเป็นครั้งแรก และได้เปลี่ยนชื่ออีกครั้งเป็น วูลิชอาร์เซนอล และได้เข้าร่วมฟุตบอลลีกอย่างเป็นทางการ

ช่วงปี ค.ศ. 1904 สโมสรอาร์เซน่อล ก้าวขึ้นดิวิชั่น 1 เป็นครั้งแรก ตอนแรกนั้น วูลิชอาร์เซนอลประสบปัญหาการเงินและไม่ค่อยได้รับการสนับสนุนจากแฟนบอล เนื่อจากที่ตั้งทางภูมิศาสตร์นั้นโดดเดี่ยวเกินไป ทำให้มีผู้เข้สาชมน้อย

ช่วงปี ค.ศ. 1913 ประสบปัญหาทางการเงินอย่างหนัก จนต้องมีอันตกดิวิชั่น 1 มาอยู่ดิวิชั่น 2 เหมือนเดิมนั้น ทำให้พวกเข้าได้ย้ายที่ตั้งไปอยู่ที่ อาร์เซนอลสเตเดี้ยม ในย่านไฮบิวรี่ บริเวณ ลอนดอนตอนเหนือ และในปีต่อมาได้มีการตัดคำว่า วูลิช เหลือเพียงอาร์เซน่อล ที่ใช้มาจนถึงปัจจุบัน และนับตั้งแต่ปี 1919 อาร์เซน่อลที่ได้กลับไปอยู่ที่ดิวิชั่น 1 พวกเข้ายังไมเคยตกชั้นเลยนับตั่งแต่นั้นมา

ช่วงปลายทศวรรษที่ 1990 – 2000 เป็นยุครุ่งเรืองของ สโมสร อาร์เซนอล ที่สุด ตั่งแต่ได้กุนซือคนเก่งอย่าง อาร์เซน เวงเกอรื เข้ามาคุมทัพในปี 1996 เขาได้นำวิธีการซ้อมใหม่ๆ และแนวทางการเล่นใหม่ๆเข้ามา และสามารถทำให้นักเตะต่างชาติปรับตัวเช้ากับฟุตบอลอังงกฤษได้เป็นอย่างดี และพาอาร์เซน่อล คว้าดับเบิ้ลแชมป์ได้ใน ฤดูการ 1997-98 และ 2001-02 นอกจากนั้นในฤดูการ 2003-04 พวกเค้าสามารถคว่าแชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ โดยที่ไม่แพ้ทีมใดเลย และทำสถิติไม่แพ้ติดต่อกัน 49 นัดซึ่งนับว่าเป็นสถิติที่สูงที่สุดในประเทศจนได้รับฉายาว่า อาร์เซน่อลผู้ไร้เทียมทาน

ช่วงปี ค.ศ. 2005-2014 อาร์เซน่อล ไม่ได้แชมปืใดๆ เลยเป็นเวลานานถึง 9 ปีเต็ม ทำให้ถูกวิจารณ์อย่างมากมายแต่สุดท้ายพวกเค้าก็ได้แชมป์ เอฟเอคัพ มาครองได้ในท้ายฤดูการ 2014

ช่วงปี ค.ศ. 2014 ปัจจุบัน นับตั่งแต่ได้แชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ในฤดูการสุดท้าย ฤดูการ 2003-04 พวกเค้าก็ยังไม่สามารถก้าวไปคว่าแชมป์ลีกได้อีกเลยแต่ก็สามารถเก็บถ้วยรางวัลเอฟเอคัพ มาคลองเพิ่มอีก 2 สมัย คือ ฤดูการ 2015 และ 2017

ร์เซนอลสเตเดี้ยม เริ่มใช้ตั่งแต่วันที่ 6 กันยายน ค.ศ. 1913 เป็นที่รู้จักกันในชื่อ ไฮบรี เนื่องจากตั่งอยู่ในย่านไฮบรี ซึ่งมีการใข้และปรับปรงเรื่อยมา และได้ยกเลิกการใช้ในวันที่ 7 พฤษภาคม ค. ศ. 2006 เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ความจุสนาม 60,355 ที่นั่ง เริ่มสร้างสนามแห่งนี้ เมื่อเดือนตุลาคม ปี 2004 ซึ่งในระหว่างการก่อสร้างนั้น เดิมทีมีชื่อว่า แอชเบอร์ตันโกรฟ ก่อนเปลี่ยนชื่อตามข้อตกลงของสปอนเซอร์อย่างสายการบิน เอมิเรตส์ โดยมรมูลค่าการก่อสร้างอยู่ที่ 430 ล้านปอนด์ และได้เริ่มเปิดใช้ในเดือน กรกฎาคม ปี ค.ศ. 2006 จนถึงปัจจุบัน

ตราสัญลักษณ์ที่ 1 ปี ค.ศ. 1888 ทางสโมสรได้ทำการออกแบบตราสโมสรแรก ซึ่งรูปแบบก็ได้ลอกเลียนแบบมาจากตราของเมือง the borough of woolwich ซึ่งเป็นย่านที่เริ่มก่อตั้งทีม ก่อนจะย้ายมาอยู่กรุงลอนดอน จึงเป็นสาเหตูที่ทำให้ตราสโมสรนั้นคล้ายกับตราประจำเมืองของ วูลิช นั่นเอง ต่อมาได้มีการปรับเปลี่ยนตราสโมสรใหม่ในปี 1913 เนื่องจากอันเดิมดันไปเหมือนตราของเมือง วูลิช ทำให้สโมสรมีความคิดเปลี่ยนตราสโมสรใหม่ แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งเสา 3 ต้น ที่เปรียบดสมือนกระบองปืนใหญ่ที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานทางการทหารของพื้นที่เทบ borough of woolwich นั่นเอง

ตราสัญลักษณ์ที่ 2 ปี ค.ศ. 1913 เนื่องจากอันเดิมดันไปเหมือนตราของเมือง วูลิช ทำให้สโมสรมีความคิดเปลี่ยนตราสโมสรใหม่ แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งเสา 3 ต้น ที่เปรียบดสมือนกระบองปืนใหญ่ที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานทางการทหารของพื้นที่เทบ borough of woolwich นั่นเอง

ตราสัญลักษณ์ที่ 3 ปี ค.ศ. 1992 จากที่มีสัญลักษณ์ปืนใหญ่อยู่ 3 กระบอก เปลี่ยนมาเหลือแค่เพียงกระบอกเดียวเท่านั้น และดูเหมินจะเป็นที่น่าถาคภูมิใจของชาว วูลิชอาร์เซนอล เป็นอย่างมาก แต่อย่างไรก็ตามด้วยทิศทางของปืนใหญ่ที่หันไปทางทิศตะวันออก หรือหันไปทางขวานั้นก็ถูกใช้อยู่เพียงแค่ 3 ฤดูการเท่านั้น และได้เกิดดารเปลี่ยนแปลงของตราสโมสรอีกครั้ง

ตราสัญลักษณ์ที่ 4 ปี ค.ศ. 1925 กระบอกปืนมีขนาดเล็กลง และหันกระบอกปืนออกไปทางทิศตะวันตกหรือทางด้านซ้าย สาเหตุที่กระบอกปืนเล็กลงนั้นไม่มีไตรทราบเพราะเหตุใด แต่มีการสันิษฐานว่า น่าจะมาจากตราที่หน้าปรพฃะตูขอวหน่วยหารปืนใหญ่ที่เมือง วูลิช นั่นเอง โดยตราสโมสรนี้ถูกใช้ยาวนานถึง 17 ฤดูการเลยทีเดียว

ตราสัญลักษณ์ที่ 5 ปี ค.ศ. 1949 มีการเปลี่ยนแปลงตราสัญลักษณ์ใหม่และมีการเริ่มข้อความลงในตราสัญลักษณ์ด้วย ซึ่งที่มาชของข้อความนั้นก็มาจากความทรงจำของแฟนๆของ อาร์เซน่อล ในหนึ่งปีก่อนนั้นในวันสุดท้ายของฤดูกาล

1947-1948 เป็นวันที่ อาร์เซน่อล คว้าแชมป์ลีกได้สำเร็จ ทำให้ แฮร์รี่ โฮมเมอร์ บรรณธิการหนังสือโปรแกรมการแข่งขันของทีมในวันนั้นได้ให้นิยามสำหลับฤดูกาลที่ยิ่งใหญ๋ของพวกเค้าไว้ เราลองใช้ประโยคที่เป็นภาษาละตินดีไหม จึงได้คำว่า Victoria concoedia crescit ซึ่งมีความหมายว่า ชัยชนะเกิดขึ้นจากความสามัคคี ตราสโมสรใหม่จึงได้รวมประโยคภาษาละตินของ โฮมเมอร์ เอาไว้ด้วย และได้เปลี่ยนแปลงตัวหนังสือชื่อ arsenal อีกทั้งยังได้นำตราประจำเมือง อิสลิงตันเข้าไว้ด้วย ซึ่งตราสัญลักษณ์นี้ถูกใช้ยาวนานถึง 53 ปี

ตราสัญลักษณ์ที่ 6 ปี ค.ศ. 2001 ได้มีการทำตราสโมสรใหม่ให้เรียบร้อยขึ้น เนื่องจากเหตุผลทางด้านโฆษณาด้วย โดยการเปลี่ยนแปลงมาใช้สีเหลืองแทนสีทอง และตัวกนังสือก็ได้มีการเขียนให้อ่านง่ายขึ้นอีกด้วย ถึงกระนั้นการเปลี่ยนแปลงตราสโมสรนี้ก็ไช้ได้อยู่ไม่นานนัก เนื่อจากสโมสรไม่สามารถจะทะเบียนกับตราสโมสรนี้ได้ และแกหนึ่งสาเหตุก็มาจากการที่สโมสรมุ่งหวังที่จะก้าวเดินต่อไปข้างหน้าแบบไม่หยุดยั้ง

ตราสัญลักษณ์ที่ 7 ปี ค.ศ. 2002 ปัจจุบัน เกิดการเปลี่ยนแปลงมากมายในช่วงการใช้ตราสโมสรนี้ อาทิ การย้ายฐานมาสู่ เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม และได้ออกไปเล่นรายการยุโรปมากขึ้น แม้ช่วงแรกตรานี้จะไม่ถูกใจแพนบอลเท่าไหร่นัก แต่ก็ได้นำตราสโมสรนี้ออกมาใช้จนได้ แม้ขะไม่มีมนต์คลังเหมือนเมื่อก่อนของเดิม แต่ก็ดูมีเสน่ห์ และก็ได้รับการยอมรับจากแฟนบอลทั่วโลกจนถึงปัจจุบัน

ลียง

ลียง หรือ เรียกกันอีกอย่างว่า โอลิมปิกลียง เป็นทีมฟุตบอล อาชีพ ของเมืองลียง ประเทศฝรั่งเศส และมีแนวรุก คอยประสานงานอย่างมีประสิทธิภาพ นักเตะสามารถสร้างสีสรร ให้กับทีมได้อย่างมากมายหลายตำแหน่ง และนักเตะแต่ละคน ล้วนแต่เป็นตัวแทนทีมชาติทั้งนั้น การเล่นของนักเตะ ต่างมีความเข้าใจเป็นอย่างดี บทความนี้จะพาไปรู้จัก กับทีม ลียง หรือ โอลิมปิก ลียงให้มากขึ้น ว่ามีรายละเอียดอย่างไร

ลียงหรือ เรียกกันอีกอย่างว่า โอลิมปิกลียง เป็นทีมฟุตบอล อาชีพ ของเมืองลียง ประเทศฝรั่งเศส และมีแนวรุก คอยประสานงานอย่างมีประสิทธิภาพ นักเตะสามารถสร้างสีสรร ให้กับทีมได้อย่างมากมายหลายตำแหน่ง และนักเตะแต่ละคน ล้วนแต่เป็นตัวแทนทีมชาติทั้งนั้น การเล่นของนักเตะ ต่างมีความเข้าใจเป็นอย่างดี บทความนี้จะพาไปรู้จัก กับทีม โอลิมปิกลียง หรือ โอลิมปิก ลียงให้มากขึ้น ว่ามีรายละเอียดอย่างไร

เป็นสโมสรที่เป็นมหาอำนาจเก่าก็ว่าได้ โดยมีประวัติศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ ไม่แพ้ทีมอื่นในลีกเอิง และ ลียงเคยครองแชมป์ ลีก เอิง ได้ถึง 7 สมัยซ้อน เป็นตัวตนของทีมได้เป็นอย่างดี

ประวัติย่อ

ชื่อเต็ม : โอลิมปิก ลียง

ภาษาอังกฤษ : Olympique Lyonnais

ฉายา : Les Gones , Lyon

ก่อตั้ง : ปี 1899

สนาม : ปาร์กอแล็งปิกลียอแน

ลียก ถูกสร้างขึ้นภายใต้การดูแลของ มัลติสปอร์ตส ในชื่อ สโมสรฟุตบอลลียอออแล็งปิกยูนิเวอร์ซิทายริ ในปี 1986 ต่อมาได้ก่อรตั้งสโมสร และเกิดการขัดแย้งภายใน หลายเรื่องของการอยู่ร่วมกัน ของนักฟุตบอล สมัครเล่น และ มืออาชีพ ในสโมสร และ เฟลลิก โลรูต์ ผู้จัดการ สโมสรสมัยนั้น และ สตาฟโค๊ช ของสโมสรของตัวเอง โดยแผนการของโลรูต์ สร้างทีมมาเพื่อบรรจุผล เมื่อทีมก่อตั้ง ขึ้นอย่างเป็นทางการ จาก ดร.อัลเบิร์ท และ บุคคลจากเมือง ลียง โดยเป็นการช่วยกันสนับสนุนเป็นอีกแรง ซึ่งผู้จัดการทีมคนแรก คือ ออสกาณ์ เฮอิสเซเลอร์  และ ปี 1950 สโมสรได้ลงเล่นนัดแรกอย่างเป็นทางการ โดยการเอาชนะ ในเกมแรกไป 3 – 0

ผู้เล่นทีม โอลิมปิก ลียง โดยแบ่งแยก ดังนี้

Goalkeeper

  • Anthony Lopes
  • Anthony Racioppi
  • Mathieu Gorgelin

Defender

  • Ferland Mendy
  • Jason Denayer
  • Jeremy Morel
  • Kenny Tete
  • Leo Dubois
  • Marcal
  • Marcelo
  • Oumar Solet
  • Rafael

Midfielder

  • Christopher Martins Pereira
  • Houssem Aouar
  • Jordan Ferri
  • Lucas Tousart
  • Martin Terrier
  • Maxence Caqueret
  • Ousseynou Ndiaye
  • Pape Cheikh
  • Tanguy Ndombele

Forward

  • Amine Gouiri
  • Bertrand Traore
  • Lenny Pintor
  • Marialno Diaz
  • Maxwel Cornet
  • Memphis Depay
  • Moussa Dembele
  • Nabil Fekir
  • Yassin Fekir

สนามของทีม

สนามปาร์ก โอลิมปิก ลียง เป็นสนามเหย้าของทีม เดิมการก่อสร้างเสร็จปี 2014 แต่ด้วยความล่าช้าในการก่อสร้างทำให้สนามของเขาเพิ่งเสร็จสมบูรณ์ไปในไม่กี่ปีที่ผ่านมาโดยเสร็จเมื่อปี 2016 โดยมีชื่อว่า กร็องสตาด และ สตาด เดลูเมียร์เป็นสนามที่ความจุ 50,000 กว่าที่นั่ง ตั้งอยู่ในเขตเทศบาล เคซีน – ซาร์ปีเยอร์ ใกล้กับลียง โดยใช้งานแทนสนามเก่านั่นเอง

เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2019 ได้มีการจับฉลากประกบคู่ ยูฟ่า แชมเปี้ยนลีก ฤดูกาล 2019 – 20 รอบ 16 ทีมสุดท้าย โดยผลออกมานั้น ทีม ลียง แข่งกับทีมยูเวนตุส ซึ่งการจับฉลากครั้งนี้ ทีมลียง ไม่ได้จัดอยู่เป็นทีมวาง ของการแข่งขัน ไม่ได้เป็นตัวเต็งมากนัก

ผลงานการแข่งขัน ในรอบ 16 ทีมสุดท้ายได้ออกมาแล้ว ในรอบแรก กลายเป็นลียง งัดทีเด็ด เปิดบ้านเฉือนชนะทีม ยูเวนตุส ไปได้หวุดหวิด 1 – 0 โดยเกมส์นี้ ลียงได้ทำประตูขึ้นมาก่อนตั้งแต่ครึ่งแรก

และตารางคะแนน ขฯนี้ ทีมโอลิมปิก ทีมลียง อยู่ที่อันดับ 7 โดย แข่งทั้งหมด 28 นัด ชนะ 11 เสมอ 7 แพ้ 10 คะแนนรวมทั้งหมด 42 คะแนน

ทำความรู้จัก เมือง

เป็นเมืองที่อยู่ทางตะวันออกตอนกลางของประเทศฝรั่งเศส เมืองหลวง จังหวัดโรน ตั้งอยู่ห่างจากปารีส ประมาณ 470 กิโลเมตร โดยเมืองนี้ มีความสำคัญทางธุรกิจ มีประชากรประมาณ 4 แสนกว่าคน ถือว่าเป็นเมืองใหญ่ อันดับ 3 ของผรั่งเศส รองจาก ปารีส และ มาร์แซย์ มีชื่อเสียงทางด้าน สถาปัตยกรรม โดยประวัติศาสตร์ อย่างยิ่ง และได้รับการขึ้นทะเบียน เป็นมรดกโลก

เมืองนี้ ยังเป็นประวัติศาสตร์ เรื่องภาพยนต์  โดยเป็นบ้านเกิดของ ผู้ประดิษฐ์ของเครื่องฉายภาพยนต์ในลียง โดยทุกวันที่ 8 ธันวาคม ถือว่าจะเทศการแห่ง แสงสว่าง ถือว่าเป็นประเพณีของเขา โดยส่วนใหญ่จะจัดขึ้นเป็นเวลา 4 วัน

ลียงมีแม่น้ำสองสาย คือ แม่น้ำซาโอนและแม่น้ำโรห์นไหลผ่านใจกลางเมืองแล้วบรรจบกันทางใต้ของเมือง ทำให้ลียงมีทัษนียภพ แบบเกาะกลางน้ำและอยู่ใจกลางเมือง เมืองนี้มีเนินเขาขนาดใหญ่บริเวณด้านล่างเนินเชา เป็นการที่ขึ้นทะเบียน มรดกโลก โดยเป็นที่ตั้งของวิหาร น็อทร์ ดาม เดอ ฟูร์วิเยร์ และมีทีมสโมสรกีฬาอาชีพ ที่มีชื่อเสียง นั่นเอง

การเดิมพันฟุตบอลออนไลน์ลีกเอิงหรือ ลีกต่างๆสามารถเดิมพันได้ใน www.asiawin99.org บริการ คาสิโนออนไลน์ เกมส์ออนไลน์กีฬาออนไลน์บาคาร่าออนไลน์สล็อตออนไลน์ฟุตบอลออนไลน์รวมไปถึง น้ำเต้าปูปลาไฮโลรูเล็ตกำถั่ววงล้อมหาโชคพร้อมทั้งควบคุมถึง การเดิมพันการแข่งขันกีฬาอีสปอร์ตพร้อมถ่ายทอดสดที่หน้าเว็บไปพร้อมกับการเดิมพันส่งมอบความสะดวกสบายให้กับนักเดิมพันอย่างทั่วถึง เว็บไซต์เปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง