วิธีแทงบอลชุด

วิธีแทงบอลชุด หลายคนน่าจะเคยรู้จักกับบอลชุดหรือบอลสเต็ปมาแล้ว เพราะเป็นการเล่นเดิมพันบอลที่เล่นได้ง่ายเลือกเพียง 3 คู่ให้ชนะก็ได้กำไรกลับมาหลายเท่าตัว แต่การได้กำไรกลับมาเยอะนั่นหมายถึงวิธีการเล่นนั้นอาจจะไม่ได้ง่ายอย่างที่หลายคนคิดเอาไว้นะครับ เพราะจะต้องทายให้ถูกทุกทีมในบิลเดียวกันถึงจะได้เงินรางวัล ซึ่งถ้าพลาดเพียงคู่เดียวเงินที่วางเอาไว้ก็หายวับไปเลย

เมื่อจะเริ่มเล่นบอลชุดคุณควรเข้าใจเทคนิคของการเล่นเอาไว้ด้วย ถ้าหากยังคงเล่นเดิมพันในแบบตามใจต้องการจะทำให้โอกาสชนะเกิดขึ้นได้น้อยมาก เพราะบอลชุดต้องใช้การชนะหลายคู่ถึงจะได้รับเงินตอบแทน ซึ่งส่วนใหญ่แล้วต้องใช้การเดิมพันตั้งแต่ 3 คู่ขึ้นไป ทีนี้จะไปกดเลือกทีมตามใจชอบอย่างเดียวก็จะมีแต่เพิ่มความเสี่ยงในการเสียเงินลงทุนไปได้ง่ายๆ

วิธีแทงบอลชุด ในบทความนี้มาดูกันว่ามีเทคนิคอะไรบ้างที่นักเดิมพันบอลควรรู้เอาไว้ เพื่อเวลาที่เอาไปเล่นบอลชุดจะช่วยให้มีโอกาสเสียเงินน้อยลง และเมื่อชนะเดิมพันแล้วก็ได้กำไรกลับมาแบบคุ้มค่าอย่างแน่นอน

เริ่มต้นเล่นบอลชุดได้ง่ายๆ

1. วิเคราะห์บอลให้เป็น ก่อนอื่นเลยควรเล่นเดิมพันบอลแบบมีสติ ถึงแม้ว่าบอลชุดจะวางเงินเดิมพันขั้นต่ำได้น้อย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าการหว่านไปเยอะๆ หรือเดาสุ่มแบบมั่วๆ จะทำให้คุณมีโอกาสชนะได้ง่าย ซึ่งต้องอาศัยการวิเคราะห์บอลจากหลายด้าน ทั้งจากสถิติไปจนถึงวิธีการเลือกเดิมพันด้วย โดยการวิเคราะห์สามารถทำได้ดังนี้

  • สังเกตราคาน้ำ บอลเดี่ยวกับบอลชุดใช้ราคาน้ำไม่เหมือนกัน โดยบอลเดี่ยวจะใช้ราคาน้ำ 3 แบบคือ MY (ของมาเลเซีย), HK (ของฮ่องกง) และ EU (ราคาของยุโรป) ส่วนบอลชุดจะใช้ราคาน้ำของ EU หรือราคาของยุโรปเพียงอย่างเดียว โดยให้สังเกตไปที่ราคาน้ำที่ลดจำนวน จะเป็นตัวบอกว่าบอลคู่นั้นมีอัตราที่ไม่รับการกดแทงสูง ไม่ว่าจะเป็นทีมต่อหรือทีมรองก็ได้ ซึ่งจะทำให้ทีมนั้นมีโอกาสชนะสูง
  • อย่าใช้ความชอบส่วนตัว หลายคนพลาดบ่อยๆ กับการเลือกทีมโปรดของตัวเองโดยไม่สนใจการดูสถิติ ทำให้มีโอกาสแพ้บอลชุดได้ง่ายๆ ซึ่งถ้าอยากจะเลือกเดิมพันทีมโปรดแนะนำว่าไปเล่นกับบอลเดี่ยวจะดีกว่า
  • จำกัดจำนวนคู่ต่อบิล โดยเลือกเล่นบิลละไม่เกิน 4-5 คู่ หรือเซฟเอาไว้ที่ 3 คู่สำหรับคนที่ไม่อยากให้มีความเสี่ยงมากเกินไป
  • หาวันหยุดพักผ่อน ถึงจะมีบอลชุดให้เล่นทุกวัน ก็ควรมีวันที่พักหายใจบ้าง วันไหนที่มีการแข่งน้อยหรือมีคู่ที่ไม่น่าสนใจก็ให้เลือกข้ามวันนั้นไปก่อน
  • ดูสถิติเกมการเล่น อีกหนึ่งเทคนิคที่เซียนบอลชุดใช้กันนั่นคือการเปิดดูสถิติเกมการแข่งขันย้อนหลัง เพื่อดูว่าทีมไหนมีโอกาสชนะมากกว่ากัน ทำได้โดยการเลือกคู่ที่ต้องการเดิมพันขึ้นมา แล้วกลับไปย้อนดูสถิติว่าทีมไหนมีสถิติการชนะสูงกว่ากัน โดยให้ย้อนสถิติกลับไปอย่างน้อย 10 นัดแล้วทำการนับแต้มว่าทีมไหนมีการชนะมากกว่า

2. เล่นแบบไขว้คู่บอลชุดช่วยลดความเสี่ยง จะเล่นบอลชุดแบบเลือกทีมตรงๆ ไปเลยก็อาจจะมีโอกาสชนะได้ไม่เยอะมาก ลองมาใช้การเลือกเล่นบอลไขว้กับบอลชุดจะช่วยลดโอกาสการเสียเงินทั้งหมด และช่วยเพิ่มโอกาสการได้กำไรจากทีมที่เลือกได้ถูกต้องด้วย ซึ่งการเลือกเล่นบอลไขว้ให้ทำการเลือกทีมที่มั่นใจมาทั้งหมด 5 ทีม เช่น

  • A มั่นใจที่สุด
  • B มั่นใจรองลงมา
  • C มั่นใจรองลงมา
  • D มั่นใจรองลงมา
  • E มั่นใจรองลงมา

จากนั้นเลือกมา 3 ทีม มาซื้อเป็นบิลหลักโดยให้วางเดิมพันสูงที่สุด เช่น A / B / C ในราคา 100 บาท และเอาทีมที่เหลือมาซื้อแบบไขว้กันบิลละ 3 ทีม จะได้

  • A เอ/ B บี/ Dดี
  • เอA / บีB / Eอี
  • A / C / D
  • a / c / e
  • A / D / E
  • B / C / E
  • A / C / D
  • B / D / E
  • C / D / E

โดยทำการซื้อทั้ง 9 บิลนี้ในราคา 50 บาท

เมื่อนำมารวมกับบิลหลักแล้วจะได้ทั้งหมด 10 บิล โดยถ้ามีโอกาสถูก 3 บิลจาก 9 บิลก็ถือว่าได้กำไรจากการเล่นแล้ว และเมื่อนำไปรวมกับบิลหลักก็ช่วยให้ได้กำไรหลายเท่าเลยทีเดียว

3. ใช้สูตรการเล่นแบบ 1×2 (แกะสูตร 1×2 นั่นหมายความว่าอะไร )

  • ·       1 คือ เลือกเดิมพันไปที่ฝั่งเจ้าบ้านโดยไม่สนอัตราต่อรอง เพราะทีมเจ้าบ้านถือว่าเป็นทีมที่ได้เปรียบ จึงมีโอกาสที่ทำให้ชนะการเดิมพันได้สูง
  • x คือ เลือกเดิมพันว่าการแข่งนั้นจะมีผลการแข่งขันที่เสมอกัน โดยไม่สนใจว่าฝ่ายใดจะทำประตูก่อน
  • 2 คือ เลือกเดิมพันไปยังทีมเยือน ถึงแม้ว่าทีมเยือนส่วนใหญ่มีโอกาสชนะน้อยกว่า แต่เพื่อป้องกันพลาดก็ควรเดิมพันเอาไว้ด้วย

การเล่นเดิมพันแบบ 1×2 เป็นการเดิมไปที่ฝ่ายที่คาดว่าจะชนะแน่นอน โดยดูได้จากทีมที่มีโอกาสชนะสูงไม่ว่าจะเป็นทีมที่ลำดับชั้นดีกว่า ทีมที่แข่งในบ้าน หรือมีคนเชียร์เยอะกว่า ซึ่งเมื่อดูภาพรวมแล้วยังไงทีมนี้ก็ต้องชนะแน่ๆ จะส่งผลให้ค่าน้ำของทีมนั้นมีน้อยและมีราคาบอลที่ต่ำ ทำให้มีการคิดสูตร 1×2 ขึ้นมาเพื่อคัดคู่บอลที่มีราคาที่น่าสนใจขึ้นมา

โดยสำหรับการเล่นแบบ 1×2 จะเลือกบอลที่มีอัตราต่อรองไม่เกินครึ่งลูกหรือครึ่งควบลูก และต้องเป็นทีมที่มีค่าน้ำไม่เกิน 1.70 เพื่อให้มีโอกาสชนะมากขึ้น

4. เล่นราคาแบบลูกควบ การเลือกเดิมพันบอลชุดอย่าเพิ่งมองข้ามบอลต่อ หรือที่มีอัตราบอลเป็นแบบลูกควบอย่าง

  • ครึ่งควบลูก (0.5-1 หรือ 0.75)
  • หนึ่งลูก (1)
  • ลูกควบลูกครึ่ง (1-1.5 หรือ 1.25)

เพราะข้อดีของการเล่นแบบลูกควบจะทำให้มีโอกาสการได้ครึ่งหนึ่ง หรือเสียเพียงครึ่งหนึ่ง โดยจะไม่ทำให้บิลในบอลชุดของคุณนั้นพลาดโอกาสชนะยกบิลได้ เพราะสามารถเอาไปคิดบวกลบแล้วไม่ทำให้กลายเป็นบิลเสีย

ดังนั้นถ้าเลือกเล่นบอลที่มีอัตราแบบลูกควบสักคู่หนึ่ง ผสมเข้าไปในแต่ละบิลที่เล่นอยู่ ก็จะเป็นการช่วยกระจายความเสี่ยงไม่ให้พลาดโอกาสแพ้ยกบิลได้

5. การเล่นเดิมพันแบบสูงต่ำ สำหรับการเล่นแบบสูงต่ำเป็นเทคนิคที่แยกออกมาจากการเล่นบอลชุด ซึ่งสามารถนำไปเล่นเพื่อกันพลาดจากการเล่นบอลชุดหรือบอลเดี่ยวก็ได้ แถมยังนำไปใช้ทำกำไรเพิ่มเติมได้ โดยมีวิธีการเล่นคือการนับการทำประตูรวมของทั้ง 2 ทีมจากช่วงเวลาที่กำหนดว่าออกมาสูงหรือต่ำกว่าที่เว็บบอลกำหนดเอาไว้

ตัวอย่าง กำหนดเรท 2 ประตู นั่นคือ

  • ถ้าทั้งสองทีมทำประตูออกมารวมเป็น 3 ประตู จะเรียกว่า สูงกว่า
  • ถ้าหากจบเกมแล้วมีการทำประตูรวม 2 ประตู จะเรียกว่า เจ๊า
  • ถ้าหากทั้งสองทีมทำประตูรวมออกมาได้ 1 ประตู เรียกว่า ต่ำกว่า

การแทงบอลเบื้องต้น เทคนิคการเล่นบอลสูงต่ำ

บอลสูงต่ำสามารถเล่นได้บนเว็บไซต์บอลต่างๆ โดยมีให้เลือกเล่นหลายรูปแบบทั้ง ครึ่งแรก ครึ่งหลัง เต็มเวลา หรือก่อนจบเกม 15 นาทีก็ได้เช่นกัน ถือว่าเป็นการล่นที่ลุ้นกันแบบสดๆ ได้เลยทีเดียว

ครึ่งแรก : เป็นช่วงเวลายอดนิยมของคอบอล เพราะโอกาสที่จะเกิดประตูในช่วงครึ่งแรกนั้นมีน้อยกว่าครึ่งหลัง ซึ่งถ้าเกิดว่ามีการทำประตูที่ครึ่งแรกเกิดขึ้น ราคาบอลก็จะไหลขึ้นไป ก็สามารถหาจังหวะแทงต่ำเข้าไปได้

ครึ่งหลัง : การทำประตูส่วนใหญ่มักจะเกิดขึ้นในช่วงครึ่งหลัง ช่วง 25 นาทีสุดท้ายจึงเหมือนเป็นเวลาทำเงินของคอบอลเลยก็ว่าได้ เมื่อเห็นว่าราคาบอลไหลลงต่ำกว่า 1 ประตูเมื่อไหร่ การแทงสูงก็อาจจะช่วยทำเงินได้

บอลต่อถูกยิงประตู : ความสนุกของการเล่นแบบสูงต่ำเกิดขึ้นได้จากตรงนี้ เพราะคนเล่นก็ได้ลุ้นไปพร้อมกับการแข่งขันด้วย เมื่อไหร่ก็ตามที่ทีมต่อหรือทีมที่เก่งกว่าถูกยิงประตู นั่นหมายช่วงเวลาที่ต้องเลือกไปแทงบอลสูง เพราะทีมที่เป็นต่อมีโอกาสสูงที่จะยิงประตูคืน

ครึ่งแรกคะแนนเสมอ : เมื่อจบคะแนนที่ครึ่งแรกเสมอกันที่ 0-0 ก็ถึงเวลาที่ต้องมาวางแผนแล้วว่าจะเล่นสูงหรือต่ำดี โดยดูว่าทีมไหนมีโอกาสบุกมากกว่า ในครึ่งหลังทีมนั้นก็อาจจะมีโอกาสทำประตูได้มากกว่า

รู้เทคนิคบอลชุดช่วยลดความเสี่ยง

  • สำหรับการเล่นบอลชุดจะได้กำไรหลายเท่าเมื่อเทียบกับการเล่นบอลเดี่ยว แต่อย่าลืมว่าบอลชุดก็มีความยากของการเล่นเช่นเดียวกัน หากไม่วางแผนหรือศึกษาให้ดีก่อน เงินลงทุนที่วางไปนั้นก็จะหายไปได้ในพริบตา
  • ดังนั้นคุณควรต้องรู้วิธีการเล่นที่หลากหลายของบอลชุดเอาไว้ เพื่อที่จะช่วยกระจายความเสี่ยงให้มีโอกาสเสียเงินน้อยลง และเมื่อคุณเริ่มรู้แนวทางในการเล่นบอลชุดแล้วก็จะช่วยให้คุณทำเงินจากการเล่นได้ไม่ยากเลย
  • หากคุณกำลังมองหาเว็บพนันบอลที่มีความน่าเชื่อถือ โปรโมชั่นเยอะ เล่นแล้วสบายใจ แถมบริการให้ 24 ชั่วโมง เราขอแนะนำเว็บ Asiawin99  เว็บพนันคาสิโนออนไลน์ อันดับ 1 ของเอเชีย  LINE ID: LINE@ Asiawin99 สล็อตออนไลน์ เบอร์โทร 098-931-1614, 098-931-4035, 098-931-6055

ความรับของไพ่

ความรับของไพ่ เล่นไพ่กันมานาน  ไม่เคยรู้ หรือสังเกตุว่า ไพ่ป็อก สำรับหนึ่งมี 52 ใบ และความหมาย บนรูปหน้าไพ่ หมายถึงอะไร? วันนี้  Asiawin99 จะมาบอก ความลับของไพ่ทั้ง 52 ใบ ให้ฟังว่าไพ่แต่ละใบ หมายถึงอะไร เพราะหลายคน เคยเห็นไพ่ป็อก และเคยเล่นด้วย แต่ไม่เคยรู้ ความลับ ที่ซ่อนอยู่ใน ข้างใน ของไพ่ 1 สำรับมาก่อน

Asiawin99 คาสิโนออนไลน์อันดับ 1 ของเอเซีย แจกโปรโมชั่น 30% ต้อนรับปี 2020 แจกสูงสุดถึง 1,000 บาท สนใจสมัครสมาชิกฟรี ได้ที่ >> Asiawin99 << หรือติดต่อสอบถามข้อมูลโดยตรงที่ >> LINE << ตลอด 24 ชั่วโมง ขอขอบคุณ ที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่ง ในครอบครัวเรา ขอบคุณค่ะ

ไพ่ มีมานาน นับพันปี เชื่อกันว่า กำเนินที่จีน ไปสู่อินเดีย แล้วได้เข้าสู่ ยุโรป กระทั่งไปถึง ทั่วโลก และพัฒนา ต่อเนื่องกัน มายาวนาน จนเป็นอย่างที่เห็น ในปัจจุบัน แต่ทำไม ไพ่ถึงมี 52 ใบล่ะ? และแต่ละหน้า มีความหมายอย่างไร? ครั้งนี้เรามารู้จัก กับความหมายที่ซ่อนไว้ ของไพ่แต่ละใบกัน

  • ไพ่ 1 สำรับ หมายถึง 1 ปี ในสำรับไพ่มี 52 ใบ หมายถึง จำนวนสัปดาห์ใน 1 ปี
  • ไพ่ 52 ใบ แบ่งออกเป็น 4 ชุด ชุดละ 13 ใบ หมายถึง ข้างขึ้น ข้างแรม

ผลรวมของแต้มไพ่ทั้ง 52 ใบ = 364 แต้ม

  • โดยที่ J=11 Q=12 K=13 และถ้ารวม Joker ใบแรก = 1 จะได้ 365 เท่ากับจำนวนวันใน 1 ปี ส่วน Joker ใบที่สองแทนปี อธิกสุรทิน ที่เดือนกุมภาพันธ์มี 29 วัน
  • 1 สำรับ ประกอบด้วยไพ่สีดำและไพ่สีแดง หมายถึง โลกด้านที่เป็นกลางคืน และ โลกด้านที่เป็นกลางวัน หรือ โลกฝั่งตะวันตก และ โลกฝั่งตะวันออก และอาจมีนัยสำคัญถึงจิตใจของมนุษย์เกี่ยวกับความชั่วความดี หยินและหยาง

ไพ่ Jack, Queen และ King แทนธรรมชาติของมนุษย์

  • Jack หมายถึง วัยหนุ่มสาว
  • Queen หมายถึง ผู้หญิง
  • King หมายถึง วัยผู้ใหญ่

ไพ่ดอกจิก(Clubs) หลามตัด(Diamonds) หัวใจ(Hearts) และโพธิ์ดำ(Spades) แทนสิ่งสำคัญในชีวิตคนเรา

  • ♣ดอกจิก หมายถึง ความรู้
  • ♦หลามตัด หมายถึง ความมั่งคั่ง
  • ♥หัวใจ หมายถึง ความรัก
  • ♠โพธิ์ดำ หมายถึง ความตาย
  • Jack ดอกจิก หันหน้าออก จากดอกจิก หมายถึง เมื่อเป็นหนุ่มสาว นั้นสนใจ ในความรู้อยู่บ้าง เพราะยังไม่หันหน้าหนีซะทีเดียว แต่ดูจะสนใจ กับการเล่น ค่อนข้างมาก
  • King ดอกจิก ค่อนข้างหันหน้าไป ทางดอกจิก หมายถึง เมื่อเป็นผู้ใหญ่ มักหันมา สนใจในการหาความรู้มากขึ้น
  • Jack หลามตัด ค่อนข้างหันหน้าไป ทางหลามตัด หมายถึง เมื่อเป็น หนุ่มสาว มักมีความสนใจ ในเรื่อง การเก็บเงินทองอยู่บ้าง แต่ก็ยังไม่มาก เพราะมักใช้จ่าย ตามใจอยู่เสมอ
  • King หลามตัด หันหน้าไป ทางหลามตัด เต็มตัว หมายถึง เมื่อเป็นผู้ใหญ่ มักให้ความสนใจ กับการเก็บสะสมเงินทองเป็นพิเศษ
  • Jack หัวใจ หันหน้าไป หาหัวใจ แบบเต็มตัว หมายถึง เมื่อเป็นหนุ่มมัก จะให้ความสนใจในเรื่อง ความรักความใคร่ เป็นพิเศษ
  • King หัวใจ เริ่มเบือนหน้า ออกจากหัวใจ เล็กน้อย หมายถึง เมื่อเป็นผู้ใหญ่ จะให้ความสำคัญ กับความรักความใคร่ น้อยลง เนื่องจาก มีความรับผิดชอบ อย่างอื่นที่ให้ความสนใจ มากกว่า

ความรับของไพ่ โพธิ์ดำ เป็นเพียงอย่างเดียว ที่ทั้ง Jack, Queen และ King หันหน้า ออกทั้งหมด

  • Jack หันหน้า ออกจากโพธิ์ดำ เต็มตัว หมายถึง เมื่อเป็นหนุ่มสาว คนเรามักไม่ค่อย นึกถึงความชรา หรือความตาย
  • Queen หันออกไม่เต็มตัว เพราะผู้หญิง ยังคงนึกถึง ความชราอยู่บ้าง
  • King ก็เช่นกัน เมื่อเป็นผู้ใหญ่ ก็เริ่มนึกถึง ความตายอยู่บ้าง แม้จะไม่อยากนึกถึง มันก็ตาม แต่ทั้งหมดนี้ ไม่มีผู้ใดชอบความตาย

Joker เป็นไพ่ที่อยู่นอกเหนือสำรับไพ่มาตราฐาน บางสำรับมี บางสำรับไม่มี โจ๊กเกอร์ในไพ่ป๊อก หมายถึง สัญลักษณ์ของความมีสาระ และไม่มีสาระ ความเฉลียวฉลาด และโง่เขลาในเวลาเดียวกัน ไพ่ใบนี้ไม่มีค่าเป็นตัวเลข แต่ถือว่าเป็นเลข 0 เป็นสัญญาลักษณ์ของความเป็นทุกสิ่งทุกอย่าง หรือในทางกลับกันคือไม่มีความเป็นอะไรเลย

  • การเล่นเป็นตัวตลกของโจ๊กเกอร์ในสมัยกลางราชสำนักฝรั่งเศสมักจะมีตัวตลกที่ทำหน้าที่ในการนำเสียงหัวเราะ สร้างความเกษมสำราญให้แก่พระมหากษัตริย์และพระราชินี โดยการเปิดการแสดงอย่างหยาบๆ บางทีโจ๊กเกอร์อาจไม่ใช่คนโง่
  • ดูจากรูปลักษณ์ภายนอกโจ๊กเกอร์มักจะแต่งตัวด้วยเครื่องแต่งกายที่มีสีสันแสดงถึงความรื่นเริง มีชีวิตชีวา สวมรองเท้าและหมวกพร้อมกับไม้เท้า และเสียงกรุ้งกริ้งอันเป็นเอกลักษณ์ ถึงแม้ว่าการเล่นจะมีการล้อเลียนเจ้าขุนมูลนายไปบ้างแต่ก็ไม่ถูกทำโทษ เพราะไหวพริบปฏิภาณอันคล่องแคล่ว ประกอบกับท่าทางไร้เดียงสา ไม่มีมารยาเป็นเสน่ห์ของโจ๊กเกอร์
  • สัญลักษณ์ของความไม่รู้ถึงศักยภาพที่มีอยู่ เปรียบได้กับตัวของโจ๊กเกอร์ เพราะเมื่อใดก็ตามที่ไพ่โจ๊กเกอร์ปรากฏขึ้น จะไม่สามารถคาดเดาได้ว่าสถานการณ์จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร เพราะโจ๊กเกอร์เป็นอีกมายากลหนึ่งที่เก่งกาจ เขาสามารถที่จะแสดงเป็นคนโง่และคนฉลาดได้ในเวลาเดียวกัน และเมื่อโจ๊กเกอร์กระโดดขึ้นบนเวทีการแสดง เราก็เตรียมตัวพบกับสิ่งไม่คาดฝันได้เลย

นักตบขนไก่แชมป์โลกของไทย

นักตบขนไก่แชมป์โลกของไทย “น้องเมย์ รัชนก อินทนนท์” เจ้าของดีกรีแชมป์โลก 1 สมัย เป็นจุดเดียว หลังจากสร้างผลงานหักปากกาเซียนแบดมินตันทั่วโลกมาแล้วนับไม่ถ้วน ว่าแล้วเราไปทำความรู้จัก น้องเมย์ รัชนก อินทนนท์ กันแบบเต็มๆกันเลย

นักตบขนไก่แชมป์โลกของไทย  น้องเมย์ รัชนก อินทนนท์ เกิดเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2538 เป็นคนร้อยเอ็ดโดยกำเนิด โดย น้องเมย์ รัชนก อินทนนท์ เป็นลูกสาวของคุณพ่อวินัสชัย อินทนนท์ และคุณแม่คำผัน สุวรรณศาลา ปัจจุบัน น้องเมย์ รัชนก สังกัดโรงเรียนกีฬาแบดมินตันบ้านทองหยอด

ข้อมูลส่วนตัว

  • ชื่อเล่น  เมย์
  • สัญชาติ           ไทย ไทย
  • วันเกิด  5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2538 (25 ปี)
  • จังหวัดร้อยเอ็ด ประเทศไทย
  • แหล่งพำนัก     กรุงเทพมหานคร
  • ส่วนสูง 1.68 เมตร (5 ฟุต 6.1 นิ้ว)
  • น้ำหนัก            55 กก. (128 ปอนด์)

กีฬา

  • กีฬา              แบดมินตัน
  • รายการ           หญิงเดี่ยว
  • สโมสร            โรงเรียนแบดมินตันบ้านทองหยอด

                       สโมสรแบดมินตันชิงเต่า (ประเทศจีน)

  • ผู้ฝึกสอน        ปราโมทย์ ธีระวิวัฒน์

                       ภัททพล เงินศรีสุข

                        เซี่ย จื่อ หัว

เส้นทางเข้าสู่แบดมินตัน

  • เส้นทางสู้กีฬาแบดมินตันของน้องเมย์ รัชนก เริ่มต้นมาตั้งแต่วัยเพียง 5 ขวบ และเมื่ออายุ 7 ขวบ น้องเมย์ ก็ได้ลงแข่งขันแบดมินตันไปครั้งแรก แม้จะแพ้บ้าง ชนะบ้าง แต่น้องเมย์ก็ฝึกฝนเรื่อยมา จนมาคว้าแชมป์ได้เป็นครั้งแรกในการแข่งขัน “อุดรธานีโอเพ่น” และจากนั้นเธอก็ครองแชมป์ในการแข่งขันมาโดยตลอด
  • ตลอดเวลาที่ผ่านมา น้องเมย์ ได้พัฒนาฝีมือขึ้นเรื่อย ๆ รวมทั้งพัฒนาการเล่นให้เหนียวแน่นขึ้น ประกอบกับเป็นคนใจสู้ อยู่ในระเบียบวินัย ตั้งใจฝึกซ้อมอย่างหนัก  จึงทำให้น้องเมย์เก่งขึ้นและสร้างชื่อเสียงให้กับวงการลูกขนไก่ไทยอย่างต่อเนื่อง และกลายเป็นนักกีฬาสำคัญของทีมชาติไทยเคียงข้างนักแบดมินตันรุ่นพี่คนอื่น ๆ
  • น้องเมย์จะอายุเพียง 17 ปีในขณะนั้น แต่ความสามารถของเธอไม่ได้น้อยตามอายุเลย เพราะสาวน้อยมหัศจรรย์คนนี้ครองแชมเปี้ยนแบดมินตันเยาวชนโลกถึง 3 สมัยซ้อน ซึ่งถือเป็นคนแรกของโลกที่สร้างประวัติศาสตร์ครองแชมป์เยาวชนโลกได้ 3 สมัยซ้อน หลังจากนั้นมา ชื่อเสียงของเธอก็เป็นที่รู้จักในวงการแบดมินตันโลก จนในปี พ.ศ.2552 ทางสหพันธ์แบดมินตันโลกก็มอบรางวัลนักแบดมินตันดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปีให้กับน้องเมย์ และทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เส้นทางบนถนนนักตบลูกขนไก่ของน้องเมย์ยังอีกยาวไกลแน่นอน
  • แข่งขันซีเกมส์ครั้งที่ 26 ณ กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย น้องเมย์ก็ไม่ทำให้แฟน ๆ ผิดหวัง เมื่อรวมพลังกับทีมแบดมินตันหญิงไทยช่วยกันปราบคู่ต่อสู้จากอินโดนีเซีย คว้าเหรียญทองแบดมินตันประเภททีมหญิงมาครองได้สำเร็จ ซึ่งถือเป็นการคว้าเหรียญทองในประเภทนี้มาครองได้สำเร็จเป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปี สร้างความดีใจให้แฟน ๆ แบดมินตันชาวไทยเป็นอย่างมาก
  • นอกจากฝีมือที่ยอดเยี่ยมแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่แฟน ๆ กีฬาชาวไทยชื่นชมน้องเมย์เป็นอย่างมากก็คือ การมีสัมมาคารวะ เพราะทุกครั้งที่น้องเมย์ลงทำการแข่งขัน เธอจะไหว้ทุกคนรอบสนาม ทั้งผู้ชม กรรมการ คู่ต่อสู้ แม้กระทั่งพนักงานที่คอยเช็ดพื้นสนามแบดมินตัน กลายเป็นภาพความประทับใจที่ตรึงเข้าไปในจิตใจของผู้ที่พบเห็น และทำให้ทุกคนหลงรัก และเอ็นดูเด็กสาวคนนี้ไปโดยทันที
  • ปี 2013 น้องเมย์ก็ยังคงพัฒนาฝีมือในการเล่นแบดมินตันอย่างต่อเนื่อง โดยในการแข่งขันรายการออลอิงแลนด์ และ สวิส โอเพ่น ซึ่งถือว่าเป็นรายการใหญ่ น้องเมย์สามารถคว้าตำแหน่งรองแชมป์ได้ทั้งสองรายการ ซึ่งสร้างความเสียดายแก่แฟนแบดมินตันชาวไทยเป็นอย่างมาก แต่ทุกคนก็ยังคงให้กำลังใจน้องเมย์ต่อไป และเชื่อว่าสักวันหนึ่งน้องเมย์จะทำได้สำเร็จ
  • และน้องเมย์ก็ทำสำเร็จจริง ๆ ในการแข่งขัน อินเดีย ซูเปอร์ ซีรีส์ น้องเมย์ก็สามารถคว้าแชมป์ได้เป็นผลสำเร็จ นับเป็นการคว้าแชมป์ระดับซูเปอร์ซีรีส์ครั้งแรกอีกด้วย โดยเอาชนะ Pusarla Venkata Sindhu นักแบดมินตันจากอินเดียไปได้ และในช่วงนั้นเอง น้องเมย์ก็สามารถรั้งตำแหน่งนักแบดมินตัน มือ 3 ของโลก ซึ่งถือเป็นอันดับที่สูงที่สุดในชีวิตอีกด้วย
  •  เมื่อได้ลิ้มรสความสำเร็จแรก ความสำเร็จต่อไปก็ตามมา ในเดือนสิงหาคมปีเดียวกัน น้องเมย์ รัชนก ก็สามารถคว้าแชมป์แบดมินตันโลก ที่เมืองกวางโจว ประเทศจีน ได้เป็นผลสำเร็จ ด้วยการเอาชนะนักแบดมินตัน มือ 1 ของโลก หลี่ เสวี่ยรุ่ย ได้เป็นผลสำเร็จ 2-1 เซต และการคว้าแชมป์ครั้งนี้ ทำให้น้องเมย์ รัชนก เป็นแชมป์โลกรายการนี้ที่มีอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์

นักตบขนไก่แชมป์โลกของไทย รางวัลที่เคยได้รับ

  • นักแบดมินตันดาวรุ่งยอดเยี่ยมประจำปี 2552 สหพันธ์แบดมินตันโลก (EDDY CHOONG MOST PROMISING PLAYER OF THE YEAR AWARD 2009 – Badminton World Federation)
  • รางวัลนักกีฬาที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนทั่วโลกปี 2553 จากคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (2010 IOC SPORT-INSPIRING YOUNG PEOPLE TROPHY)
  • รางวัลนักกีฬาสมัครเล่นยุวชนหญิงยอดเยี่ยม สมาคมผู้สื่อข่าวกีฬาแห่งประเทศไทย ประจำปี 2552
  • รางวัลนักกีฬาสมัครเล่นยุวชนหญิงยอดเยี่ยม สมาคมผู้สื่อข่าวกีฬาแห่งประเทศไทย ประจำปี 2553
  • รางวัลนักกีฬาสมัครเล่นยอดเยี่ยมหญิง สมาคมผู้สื่อข่าวกีฬาแห่งประเทศไทย ประจำปี 2554 (ถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว)
  • ปี 2556 รางวัลนักกีฬาสมัครเล่นยอดเยี่ยมหญิง สมาคมผู้สื่อข่าวกีฬาแห่งประเทศไทย (ถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว)
  • รางวัลนักกีฬาสมัครเล่นยอดเยี่ยมหญิง สมาคมผู้สื่อข่าวกีฬาแห่งประเทศไทย ประจำปี 2558 (ถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว)
  • พ.ศ. 2557 รางวัลนักกีฬาสมัครเล่นยอดเยี่ยมหญิง สยามกีฬาอวอร์ดส์ ครั้งที่ 8

เครื่องราชอิสริยาภรณ์

  • พ.ศ. 2555 – Order of the Direkgunabhorn 5th class (Thailand) ribbon.svg เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ ชั้นที่ 5 เบญจมดิเรกคุณาภรณ์ (บ.ภ.)
  • พ.ศ. 2556 – Order of the Direkgunabhorn 3rd class (Thailand) ribbon.svg เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ ชั้นที่ 3 ตติยดิเรกคุณาภรณ์ (ต.ภ.)
  • พ.ศ. 2559 – Order of the Direkgunabhorn 2nd class (Thailand) ribbon.svg เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ ชั้นที่ 2 ทุติยดิเรกคุณาภรณ์ (ท.ภ.)
แบดมินตันชิงแชมป์โลก
ทอง กว่างโจว 2013 หญิงเดี่ยว
ทองแดง บาเซิล 2019 หญิงเดี่ยว
ชิงแชมป์เอเชีย
ทอง อู่ฮั่น 2015 หญิงเดี่ยว
แบดมินตันเยาวชนชิงแชมป์โลก
ทอง อลอร์สตาร์ 2009 หญิงเดี่ยว
ทอง กวาดาลาฮารา 2010 หญิงเดี่ยว
ทอง ไทเป 2011 หญิงเดี่ยว
เอเชียนเกมส์
เงิน กว่างโจว 2010 ทีมหญิง
ทองแดง จาการ์ตา-ปาเล็มบัง 2018 ทีมหญิง
ซีเกมส์
ทอง อินโดนีเซีย 2011 ทีมหญิง
ทองแดง อินโดนีเซีย 2011 หญิงเดี่ยว
ทอง สิงค์โปร์ 2015 ทีมหญิง
ทอง ฟิลิปปินส์ 2019 ทีมหญิง

Asiawin99 คาสิโนออนไลน์ หวังว่าข้อมูลข้างต้นที่ได้รวบรวมมา หวังว่าเป็นประโยชน์ต่อผู้เข้าชม   Asiawin99 คาสิโนออนไลน์ เป็นเว็บไซต์ที่มีครบทุกการเดิมพัน ไม่ว่าจะ บาคาร่า ยิงปลา สล็อต แทงบอล ไก่ชน แทงหวย มวยไทย และอื่นๆ อีกมากมาย และยังมาพร้อมกับระบบฝาก / ถอนอัตโนมัติ รวดเร็ว ทันใจ ปลอดภัย มีการเงินที่มั่นคง พร้อมให้บริการท่านตลอด 24 ชั่วโมง สนใจท่านสามารถสมัคสมาชิกฟรี กับ Asiawin99 ได้ที่นี้ www.asiawin99.org

ฟุตบอลไทย จะไปบอลโลก

ฟุตบอลไทย กีฬาฟุตบอลในประเทศไทย ได้มีการเล่นตั้งแต่สมัย “พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสิทร์ เนื่องจากสมัยรัชกาลที่ 5 พระองค์ได้ส่งพระเจ้าลูกยาเธอ พระเจ้าหลานยาเธอ และข้าราชบริพารไปศึกษาวิชาการด้านต่างๆ ที่ประเทศอังกฤษ และผู้ที่นำกีฬาฟุตบอลกลับมายังประเทศไทยเป็นคนแรกคือ “เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี (สนั่น เทพหัสดิน ณ อยุธยา)” หรือ ที่ประชนชาวไทยมักเรียกชื่อสั้นๆว่า ครูเทพ ซึ่งท่านได้แต่งเพลงกราวกีฬาที่พร้อมไปด้วยเรื่องน้ำใจนักกีฬาอย่างแท้จริง เชื่อกันว่าเพลงกราวกีฬาที่ครูเทพแต่งไว้นี้จะต้องเป็น เพลงอมตะ และจะต้องคงอยู่คู่ฟ้าไทย

ฟุตบอลไทย จะไปบอลโลก กีฬาฟุตบอลในประเทศไทย ได้มีการเล่นตั้งแต่สมัย “พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสิทร์ เนื่องจากสมัยรัชกาลที่ 5 พระองค์ได้ส่งพระเจ้าลูกยาเธอ พระเจ้าหลานยาเธอ และข้าราชบริพารไปศึกษาวิชาการด้านต่างๆ ที่ประเทศอังกฤษ และผู้ที่นำกีฬาฟุตบอลกลับมายังประเทศไทยเป็นคนแรกคือ “เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี (สนั่น เทพหัสดิน ณ อยุธยา)” หรือ ที่ประชนชาวไทยมักเรียกชื่อสั้นๆว่า ครูเทพ ซึ่งท่านได้แต่งเพลงกราวกีฬาที่พร้อมไปด้วยเรื่องน้ำใจนักกีฬาอย่างแท้จริง เชื่อกันว่าเพลงกราวกีฬาที่ครูเทพแต่งไว้นี้จะต้องเป็น เพลงอมตะ และจะต้องคงอยู่คู่ฟ้าไทย

ฟุตบอลไทย ประวัติฟุตบอล ตั้งแต่ พ.ศ. 2440 – 2451

  • พ.ศ. 2440 รัชกาลที่ 5 ได้เสด็จนิวัติพระนคร กีฬาฟุตบอลได้รับความสนใจมากขึ้นจากบรรดาข้าราชการบรรดาครูอาจารย์ ตลอดจนชาวอังกฤษในประเทศไทยและผู้สนใจชาวไทยจำนวนมากขึ้นเป็นลำดับ พ.ศ. 2443 (รศ. 119) การแข่งขันฟุตบอลเป็นทางการครั้งแรกของไทยได้เกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 2 กุมภาพันธ์
  • พ.ศ. 2443 (รศ. 119) ณ สนามหลวง ซึ่งเป็นสถานที่ออกกำลังกายและประกอบงานพิธีต่างๆการแข่งขันฟุตบอลคู่ประวัติศาสตร์ของไทย ระหว่าง “ชุดบางกอก” กับ “ชุดกรมศึกษาธิการ” จากกระทรวงธรรมการหรือเรียกชื่อการแข่งขันครั้งนี้ว่า “การแข่งขันฟุตบอลตามข้อบังคับของแอสโซซิเอชั่น” เพราะสมัยก่อนเรียกว่า “แอสโซซิเอชั่นฟุตบอล” (ASSOCIATIONS FOOTBALL) สมัยปัจจุบันอาจเรียกได้ว่า “การแข่งขันฟุตบอลของสมาคม” หรือ “ฟุตบอลสมาคม”
  • พ.ศ. 2444 (รศ. 120) หนังสือวิทยาจารย์ เล่มที่ 1 ตอนที่ 7 เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2444 ได้ตีพิมพ์เผยแพร่เรื่องกติกาการแข่งขันฟุตบอลสากลและการแข่งขันอย่างเป็นแบบแผน
  •  พ.ศ. 2448 (รศ. 124) เดือนพฤศจิกายน สามัคยาจารย์ สมาคม ได้เกิดขึ้นครั้งแรกเป็นการแข่งขันฟุตบอลของบรรดาครูและสมาชิกครู โดยใช้ชื่อว่า “ฟุตบอลสามัคยาจารย์”
  • พ.ศ. 2450-2452 (รศ. 126-128) ผู้ตัดสินฟุตบอลชาวอังชื่อ “มร.อี.เอส.สมิธ” อดีตนักฟุตบอลอาชีพได้มาทำการตัดสินในประเทศไทย เป็นเวลา 2 ปี ทำให้คนไทยโดยเฉพาะครู-อาจารย์ และผู้สนใจได้เรียนรู้กติกาและสิ่งใหม่ๆเพิ่มขึ้นมาก
  • พ.ศ. 2451 (รศ. 127) มีการจัดการแข่งขัน “เตะฟุตบอลไกล” ครั้งแรก

ฟุตบอลไทย จะไปบอลโลก ประวัติฟุตบอล ตั้งแต่ พ.ศ. 2452 – 2458

  • พ.ศ. 2452 (รศ. 128) พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้ทรงสวรรคต เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2452 นับเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของผู้สนับสนุนฟุตบอลไทยในยุคนั้น ซึ่งต่อมาในปีนี้ กรมศึกษาธิการก็ได้ประกาศใช้วิธีการแข่งขัน “แบบพบกันหมด” (ROUND ROBIN) แทนวิธีจัดการแข่งขันแบบแพ้คัดออกสำหรับคะแนนที่ใช้นับเป็นแบบของแคนาดา (CANADIAN SYSTEM) คือ ชนะ 2 คะแนน เสมอ 1คะแนน แพ้ 0 คะแนน และยังคงใช้อยู่จนถึงปัจจุบัน

ต่อมาพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 6 พระองค์ทรงมีความสนพระทัยกีฬาฟุตบอลเป็นอย่างยิ่งถึงกับทรงกีฬาฟุตบอลเอง และทรงตั้งทีมฟุตบอลส่วนพระองค์เองชื่อทีม “เสือป่า” และได้เสด็จพระราช ดำเนินประทับทอดพระเนตรการแข่งขันฟุตบอลเป็นพระราชกิจวัตรเสมอมา จากพระราชกิจวัตรของพระองค์รัชกาลที่ 6 ทางด้านฟุตบอลนับได้ว่าเป็นยุคทองของไทยอย่างแท้จริงอีกทั้งยังมีการเผยแพร่ข่าวสาร หนังสือพิมพ์ และบทความต่างๆทางด้านฟุตบอล

  • พ.ศ. 2457 (รศ. 133) พระยาโอวาทวรกิจ” (แหมผลพันชิน) หรือนามปากกา “ครูทอง” ได้เขียนบทความกีฬา “เรื่องจรรยาของผู้เล่นและผู้ดูฟุตบอล” และ “คุณพระวรเวทย์ พิสิฐ” (วรเวทย์ ศิวะศริยานนท์) ได้เขียนบทความกีฬา “เรื่องการเล่นฟุตบอล” และ “พระยาพาณิชศาสตร์วิธาน” (อู๋ พรรธนะแพทย์) ได้เขียนบทความกีฬาที่ประทับใจชาวไทยอย่างยิ่ง “เรื่องอย่าสำหรับนักเลงฟุตบอล”
  • พ.ศ. 2458 (รศ. 134) ประชาชนชาวไทยสนใจกีฬาฟุตบอลอย่างกว้างขวาง

ความเจริญก้าวหน้าของ ฟุตบอลภายในประเทศไทย ได้แผ่ขยายกว้างขวางทั่วประเทศไปสู่สโมสรกีฬา-ต่างจังหวัดหรือชนบทอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นที่นิยมกันทั่วไปภายใต้การสนับสนุนของรัชกาลที่ 6 และพระองค์ท่านทรงเล็งเห็นกาลไกลว่าควรที่ตะตั้งศูนย์กลางหรือสมาคมอย่างมีระบบแบบแผนที่ดี โดยมีคณะกรรมการบริหารสมาคมและทรงมีพระบรมราชโองการก่อตั้ง “สโมสรคณะฟุตบอลสยาม” ขึ้นมาโดยพระองค์และพระบรมวงศานุวงศ์ทรงเล่นฟุตบอลเอง

รัชกาลที่ 6 ได้ทรงมีวัตถุประสงค์ของการก่อตั้งสมาคมฟุตบอลแห่งสยามดังนี้คือ

  • เพื่อให้ผู้เล่นฟุตบอลมีพลานามัยที่สมบูรณ์
  • เพื่อก่อให้เกิดความสามัคคี
  • เพื่อก่อให้เกิดไหวพริบ และเป็นกีฬาที่ประหยัดดี
  • เพื่อเป็นการศึกษากลยุทธ์ในการรุกและการรับเช่นเดียวกับกองทัพทหารหาญ

พ.ศ. 2458 (ร.ศ. 134) การแข่งขันระหว่างชาติครั้งแรกของประเทศไทย เมื่อวันอังคารที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2458 ณ สนามราชกรีฑาสโมสร (สนามม้าปทุมวันปัจจุบัน) ระหว่าง “ทีมชาติสยาม” กับ “ทีมราชกรีฑาสโมสร”

สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ความก้าวหน้าของ วิวัฒนาการฟุตบอลไทย อีกหนึ่งขั้น

มีวิวัฒนาการตามลำดับต่อไปนี้

พ.ศ. 2459 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ตั้งสมาคมฟุตบอลแห่งสยามขึ้นเมื่อวันที่ 25 เมษายน พุทธศักราช 2459 และตราข้อบังคับขึ้นใช้ในสนามฟุตบอลแห่งสยามด้วยซึ่งมีชื่อย่อว่า ส.ฟ.ท. และเขียนเป็นภาษาอังกฤษว่า “THE FOOTBALL ASSOCIATION OF THAILAND UNDER THE PATRONAGE OF HIS MAJESTY THE KING” ใช้อักษรย่อว่า F.A.T. และสมาคมฯ

  • พ.ศ. 2468 เป็นภาคีสมาชิกสมาพันธ์ฟุตบอลระหว่างชาติ เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน พุทธศักราช 2468
  • พ.ศ. 2499 การแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับ ครั้งที่ 3 และเรียกว่าข้อบังคับ ลักษณะปกครอง

สมาคมฟุตบอลฯ ได้สิทธิ์ส่งทีมฟุตบอลชาติไทยเข้าร่วมการแข่งขัน “กีฬาโอลิมปิก” ครั้งที่ 16 นับเป็นครั้งแรกที่ประเทศไทยมีสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขัน เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2499 ณ นครเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย

  • พ.ศ. 2500 เป็นภาคีสมาชิกสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย ซึ่งมีชื่อย่อว่า เอเอฟซี และเขียนเป็นภาษาอังกฤษว่า “ASIAN FOOTBALL CONFEDERATION” ใช้อักษรย่อว่า A.F.C.
  • พ.ศ. 2501 การแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับลักษณะปกครอง ครั้งที่ 4
  • พ.ศ. 2503 การแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับลักษณะปกครอง ครั้งที่ 5
  • พ.ศ. 2504-ปัจจุบัน สมาคมฟุตบอลฯได้จัดการแข่งขันฟุตบอลถ้วยน้อย และถ้วยใหญ่ ซึ่งภายหลังได้จัดการแข่งขันแบบเดียวกันของสมาคมฟุตบอลอังกฤษคือจัดเป็นประเภทถ้วยพระราชทาน ก, ข, ค, และ ง และยังจัดการแข่งขันประเภทอื่นๆ อีกเช่น ฟุตบอลนักเรียน ฟุตบอลเตรียมอุดม ฟุตบอลอาชีวะ ฟุตบอลเยาวชนและอนุชน ฟุตบอลอุดมศึกษา ฟุตบอลเอฟเอ คัพ ฟุตบอลควีส์ คัพ ฟุตบอลคิงส์คัพ เป็นต้น ฯลฯ นอกจากนี้ยังได้จัดการแข่งขันและส่งทีมเข้าร่วมกับทีมนานาชาติมากมายจนถึงปัจจุบัน
  • พ.ศ. 2511 สมาคมฟุตบอลได้สิทธิ์ส่งทีมฟุตบอลชาติไทยเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเป็นครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พุทธศักราช 2511 ณ ประเทศเม็กซิโก
  • พ.ศ. 2514 การแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับลักษณะปกครอง ครั้งที่ 6 ชุดฟุตบอลทีมชาติไทย ชุดแรกที่เดินทางไปแข่งขัน “กีฬาโอลิมปิก” ครั้งที่ 16 ณ นครเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2499
  • พ.ศ. 2531 สมาคมฟุตบอลฯ ได้มีโครงการจัดการแข่งขันฟุตบอลภายในประเทศ รวมทั้งเชิญทีมต่างประเทศเข้าร่วมแข่งขัน และส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขันในต่างประเทศตลอดปี

ความเป็นมาฟุตบอลไทย ฟุตบอลอาชีพในประเทศไทย

ประเทศไทยมีการจัดฟุตบอลอาชีพหลักคือ ไทยลีกจัดการโดยสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย โดยในอดีตได้มีการแข่งขันโปรลีกจัดการโดยการกีฬาแห่งประเทศไทยซึ่งเป็นการแข่งขันของทีมจากหลายภูมิภาคในประเทศไทย

สำหรับทีมที่ชนะเลิศในไทยลีกจะมีสิทธิเข้าร่วมการแข่งขัน เอเอฟซีแชมเปียนส์ลีก ที่เป็นการแข่งขันระดับทวีปเอเชีย และทีมที่ชนะในลีกนี้ก็จะมีสิทธิเข้าร่วมเล่นใน ฟีฟ่าคลับเวิลด์คัพ ซึ่งเป็นการแข่งขันของทีมสโมสรในระดับโลก ในขณะเดียวกันทีมรองชนะเลิศจากไทยลีกจะไปร่วมเล่นใน เอเอฟซีคัพ

เล่นคาสีโนออนไลน์

เล่นคาสีโนออนไลน์ ชึ่งเป็นการเตรียมพร้อม ของการเดิมพัน คาสีโนที่ได้เงินจริงๆ ที่ควรบริหารที่เกี๋ยวกับ การเงินเป็นอย่างดีที่สุด
1.เตรียมวางเดิมพีนให้ดีที่สุด โดยที่เราจะนำเงินที่เย็น และไม่ใช้เงินที่เป็นภาระ

เล่นคาสีโนออนไลน์ ชึ่งเป็นการเตรียมพร้อม ของการเดิมพัน  คาสีโนที่ได้เงินจริงๆ ที่ควรบริหารที่เกี๋ยวกับ การเงินเป็นอย่างดีที่สุด

1.เตรียมวางเดิมพีนให้ดีที่สุด โดยที่เราจะนำเงินที่เย็น และไม่ใช้เงินที่เป็นภาระ หรือต้องนำไปใช้ในส่วนอื่นๆ ที่แบ่งออกมาเพื่อ ที่จะเล่นเกมส์คาสีโนออนไลน์ ในแต่ละครั้งถ้าเราได้เงินกำไรแล้ว คุณควรเก็บกำไรและเก็บสองส่วน หนึ่ส่วนที่จะนำไปต่อยอด และอีกส่วนหนึ่งเก็บใว้

ใช้จ่ายอื่นๆ แยกจากบัญชีไปเลย

2.ถอนตัวออกจาก เกมส์ ในขณะที่เรายังมีเงินกำไรอยู่ ชึ่งหากผู้เล่นนั้น เล่นสักพักกำลังที่จะเป็น ขาขึ้น แนะนำให้เล่นต่อไปเรี่อยๆ ถ้าเราได้กำไรมาเยอะพอแล้ว และขสกำลังลง ควรที่จะหยุดเล่นไปก่อนที่เงินคุณหมด คุรต้องรู้จักยับยังใจโดยที่เงินยังเหลืออยู่ ได้กลับมาบ้าง ชึ่งเงินส่วนนี้ ถือว่าเงินที่ได้มาจาก การเล่นเราก็นับว่าเป็นกำไร ไม่จำเป็นต้องเยอะมากมาย ค่อยเล่นและสะสมไปเรี่อยๆ ในแต่ละวันจะดีกว่า

3.คุณควรเปิดบัญชีใว้ จากที่เล่นเกมส์คาสีโนออนไลน์ ภายนอก โดยที่คุณควรเปิดบัญชีธนาคารแยกมาจากบัญชีรายจ่าย ที่ใช้ประจำวัน แบ่งออกมาจากบัญชีเงินเดือน โดยเด็ดขาด

จากการเล่นเกมส์ ที่ได้เอามาใว้ในบัญชีหนึ่ง การเล่นในแต่ละครั้ง ใช้เอาเงินมาแครครึ่งเดียวเท่านี้นที่จะเอามาใช้การเล่นเกมส์ เพื่อที่จะต่อยอดที่เล่นอีก เรื่อยๆและเก็บอีกหนึ่งส่วนใว้ โดยไม่ให้นำออกไปเล่น หรือว่าถ้าผู้เล่นได้ กำไรเพิ่มมาหขึ้นอีก ใหเอามาใส่ใว้ในบัญชีนี้ถือว่า เป็นการช่วยเตรียมความพร้อม ในการเล่นเกมส์ และไม่ทำให้ผู้เล่นเจ็บแต่อย่างไร่

คาสีโนออนไลน์  การเล่นเพียงแต่เรา จัดการแบ่งสรร เป็นเงินทุน ใว้เล่นและมี บริหารเงินจัดการต่างๆ ที่อยู่รอบๆตัวให้ดีที่สุด ไม่เพียงแค่ วิธีเทคนิค การเล่นหรือสึกษา ข้อมูลของผู้ร่วมเล่นด้วย

ที่เว็บไวตืต่างๆ เพียงเท่านั้น เรื่อวเงิน ที่เตรียงตัววางเดิมพัน ถือว่าสิ่งที่สำคัญ อย่างยิ่งเช่นกัน

เล่นคาสีโนออนไลน์

เล่นคาสีโนออนไลน์ ได้เงินจริง เล่นบาคาร่า เรามาพูดถึงการเล่นบาคาร่า ออนไลน์และไพ่บาคาร่า เป็นเกมส์อีกหนึ่งเกมส์ที่ ไพ่ออนไลน์ที่ได่รับการนิยม มากในหมู่นัก คนไทยพนัน และนักพนันแภบเอเชีย เพราะว่ารูปแบบวิธีการเล่นที่ได้ ไม่ยาก เล่นกันอย่างสนุกสนาน และกติกาเล่นเกมสื คาสีโนบาคาร่าออนไลน์  และอัตราของผลตอบแทน ที่ได้รับ ที่เราถือว่าสูงมาก นั้นเมื่อเราพูดถึงเกมส์ ไพ่ที่มีการนิยม เล่นกันในคาสีโน ตามเว็บพนันออนไลน์ ต้องมีเกมสไพ่ พนันบาคาร่าอยู่ในList และรายชื่ที่จะต้องเล่น ในรายการพนันอย่างแน่นอน และสำหรับพนันออนไลน์ทุกชนิด ที่ให้บริการ ในแบบของคาสีโนออนไลน์ ที่ถ่ายทอดสด ผู้ที่เล่นจะได้รับสัยาญส่งตรงมาจากที่ปอบเปด อยู่ที่ประเทศกัมพูชา แบบเรีลไทม์

เล่นคาสีโนและได้เงินจากเกมส์

เป็นอีกหนึ่งเกมส์ของคาสีโนออนลน์ ที่มีความนิยมสุดฮอด และเล่นกันได้ ทุกวัยและทุกเพศ

และเราคงหนีไม่พ้นกับ คาสีโนออนไลน์ที่ได้เงินมาจริงๆ สล้อตออนไลน์ เกมสสล็อตออนไลน์ ที่ว่ามีสมาชิก และผุ้เล่นในระบบสูงมาก สุดในอันดับ เพราะเป็นเกมส์ที่มช้เงิน ลงทุนต่ำที่มีความสามารถได้ลุ้นเงินรางวัล แจคพอตที่มีมูลค้าหลักแสน หลักล้านได้ จากรูปแบบของเกมส์

ดุน่ารักสวยงาม และวิธีการเล่น ก็แสนที่จะง่าย เพียงแต่เราผู้เล่น จะหมุนสัญลักษร์ ในวงล้อตรงกับที่เงื่อยไข ของการแจกรางวัล หากถ้าเราโชคดี ก็อาจมีลุ้นที่จะได้รางวัลแจคพอต ที่มีมูลค้าสูงหลักล้าน ได้มาจากการลงทุน เล่นสล็อตขั่นต่ำแค่ 100บาท จากนี้ยังมีเกมส์ย่อยของSlot ให้เราเลือกอีกด้วยมากกว่า 900เกมส์ และไม่ว่าจะเป็นเกมส์ย่อยสล็อต

เกมส์ในระบบ สล้อต อย่างเช่นยิงปลา หรือเกมส์แข่งม้า

คาสีโนออนไลน์ได้เงินจริง

การเราเล่นคาสีโนออนไลน์ สามารถที่จะถอนเงินจะในรูปแบบของ เกมพนันออนไลน์ สามารถเข้าเล่นได้ในเกมส์ จากโทรศัพท์มือถือ  และก็อุปกรณ์คอม โดยที่อุปกรณ์นั้นต้องมีการเชื่อมต่อ

ที่ระบบinternet โดยเกมพนันออนไลน์ มีให้เลือดเล่นมากมาย หลากหลายเกม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเกมส์ยอดนิยม อย่าเช่นเกมส์ไพ่ออนไลน์ [เช่นบาคาร่า  เสือมังกร  ดัมมี ป็อกด้ง  แบล็คแจ็ค]สล้อต รูเล็ต เกมส์ยิงปลา ไฮโล  กำถั่ว และอื่นๆละ รายการเข้าเล่นผู้ที่สนใจ ต้องสมัครกับเว็บ ของเราเพื่อได้จรับผู้ใช้งาน และรหัสผ่าน [ยุสเซอร์ และรหัสผ่าน ]ที่ใช้สำหรับการเข้าระบบ ที่จะเล่น ด้วยที่เครดิตที่ใช้การวางเดิมพัน และเกมส์นั้นจะได้รับเมื่อที่สมาชิก ต้องมีการโอนเงินเข้ามา ในระบบของเราก่อน จากนั่นราก็จะทการเติมเพื่อที่จะเปลี่ยนเครดิตให้ ม่านเล่น กรณีที่เครดิตของคุณ มีมาเพิ่มขึ้น จากกำไรที่ได้รับ ของพนันออนไลน์แค่แจ้งยอดที่ท่านต้องการจะถอนกับทีมงานเรา นั่นรอประมาณ 5-10นาที ยอดเงินก็เข้าในบัญชีของท่าน ตามที่แจ้งถอน เล่นคาสีโนออนลน์ได้เงินจริง ท่านสมัครเข้าเล่นกับเว็บไซต์ของเรา รับประกันต้องได้เล่นอย่างจริงจัง และแน่นอน ตลอด 24ชั่วโมง

ไพ่บาคาร่าออนไลน์   

วิธีการเล่นไม่ยุ่งยาก ไม่ซับซ้อนจะคล้ายๆกับการล่นไพ่ป็อกเด้ง สามารถที่เลือกวางเดิมพันว่าทั้งสองฝ่ายเสมอ และมีอัตราการจ่ายสูงถึง 8-11

ไพ่ออนไลน์ เสือมังกร  การเล่นไพ่เสือมังกร ก็จะคล้ายๆกัน กับไพ่บาคาร่า ตแตกต่างที่ เกมส์บาคาร่าก็จะใช้ไพ่ ทั้งหมดฝ่ายละ 2-3ใบ และเสือมังกร มีแค่ฝ่ายละ 1ใบเท่านั้น ส่วนฝ่ายไหนสูงสุด ก็จะชนะไป เกมสืไพ่ สายโหดที่แท่จริง

ไฮโลออนไลน์  เกมที่คุ้นเคยและรู้สึกดี นักพนันคนไทย โดยเฉพาะนักพนันต่างจังหวัด ชึ่งเป็นเกมส์ที่น่าสนุกและลุ้นกันอย่างมัน ใช้ลูกเต๋าทั้งหมด 3ลูกในการเล่น และสามารถเลือกการเดิมพัน หลากหลายแบบ หรือว่าง่ายๆ เพียงแค่ เลือกที่จะวางเดิมพัน ผลที่จะออกมา ว่าจะเป็นสูงหรือต่ำ

เล่นรูเล็ตออนไลน์  เป็นหนึ่งในการเดิมพัน มีประวัติการเป็นมา ยาวนานมาก หลายร้อยปี และเป็นเกมส์ที่ สามารถทำเงินได้ไม่ยาก มีความได้เปรียบอยู่สูง สำกรับผู้เล่น สามารถเลือกท่จะวางเดิมพันหลายรูปแบบ นั่นอาศัยที่สถิติและการเป็นมาในการเดิมพัน

เล่นสล็อต  เป็นเกมส์ที่เล่นแล้ว สนุก ไม่มีวัยเบื่อการเล่นก็จะไม่ยาก มีเกมสืให้เล่นหลายร้อยเกมส์ และลงทุนต่ำแต่ว่า เราสามารถลุ้นโชค จากรางวัลแจคพอต ได้เงินเป็นแสน เป็นล้าน และสถาพสวย และเล่นสนุก เกมส์สล็อต ใหม่ๆ อัพเดทตลอตทุกสัปดาห์  โดยรวมเกมส์ ยิงปลาด้วย แข่งม้า แล้วเกมส์อื่นๆอีกมากมาย

เล่นคาสีโนง่ายและได้เงินจริง เกมส์สล็อต เป็นแกมส์ได้ไม่ยาก และมีเกมส์ให้เล่นหลากหลายเกมส์ ที่ลงทุนเล่นน้อย และมีโชคที่จะได้แจคพอต เป้นแสนๆ  เล่นอย่างสนุก ถาพสวย และเกมส์ สล็อตใหม่ๆ อัพเดทได้ทุกสัปดาห์ รวมเกมส์ยิงปลาด้วย แข่งม้าและอื่นๆ อีกเพียบ

สำหรับวิธีการสมัครเป็นสมาชิก  คาสีโนออนไลน์ ท่านลุกค้าแค่กดลิงค์ เข้ามาที่เว็บไซต์ของเรา กรอกข้อมูล

ตามที่ทางเว็บได้ระบุใว้  ถึงตรงนี้แล้วท่านใดที่สนใจอยากเล่น คาสีโนออนไลน์ ที่เล่นแล้วได้เงินจริงๆ  อย่าช้าท่านแค่ติดต่อทีมงานของเรา เพื่อที่จะสอบถาม เกี๋ยวกับสมัครสมาชิกได้เลย

สามารถสอบถามเพิ่มเติม อย่างง่ายดาย ท่าน ต้องการเล่น แค่แจ้งชื่อของท่าน มากับมางเว็บเรา ยินดีให้บริการ ตลอต  24ชั่วโมง  และรอรับยุสกับพาสเวิดได้เลย

ลุกค้าสามารถเข้ามาได้ที่ เว็บไซต์ของเรา www.asiawin99.org  หรือสามารถทักไลน์กับแอดมินของเราได้ที่ ไอดีasiawin99

Asiawin99 เปิดใหท่านลุกค้าได้เข้าไปร่วมสนุกกับเราอย่างมีความมั่นใจ และมั่นคง

มีบริการ คาสีโน ไพ่บาคาร่า เกมส์ ยิงปลา สล้อต และกีฬาอื่นๆมากมาย

ซอฟต์บอล

ซอฟต์บอล ( อังกฤษ : Softball แปลตามตัวว่า บอลนุ่ม ) เป็นกีฬาประเภท ที่ใช้ลูกบอลในการเล่น ลูกซอฟต์บอล มีขนาดเส้นรอบวง 11 – 13 นิ้ว ( ประมาณ 28 – 30.5 เซนติเมตร ) ผู้ขว้างบอลเรียกว่า พิตเชอร์ ( Pitcher ) ส่วนผู้เล่น ฝ่ายรุก ที่ตีบอลเรียกว่า แบตเตอร์ ( Batter ) หรือตัววิ่ง แบตเตอร์จะตีบอลด้วย ไม้ตีทรงกระบอกอ่อนนุ่ม ที่เรียกว่าแบต ( Bat ) การทำคะแนน จะเกิดขึ้นเมื่อ แบตเตอร์วิ่งผ่านสี่จุด ที่เรียงกันตามลำดับ พื้นสนาม ที่เรียกว่า เบส ( Base )

ซอฟต์บอล ได้มีการรับอธิพลโดยตรงมาจาก เบสบอล ( Baseball ) ( แปลตามตัวว่า บอลแข็ง ) สมาพันธ์ซอฟต์บอล นานาชาติ ( International Softball Federation ) เป็นผู้ควบคุมดูแลกีฬา และการจัดการแข่งขัน  ในระดับโลก ทุกๆ 5 ปี

รูปแบบการเล่น

ซอฟต์บอล มีรูปแบบการเล่น มาตรฐานอยู่ 3 รูปแบบ

  • ฟาสต์พิตช์ เป็นรูปแบบการเล่นในเชิงรับ พิตเชอร์เป็นผ็ริเริ่ม เปิดการแข่งขัน โดยการขว้างบอล ออกไปด้วยความเร็วสูงสุด เพื่อให้แบตเตอร์ ตีบอลได้ยาก แบตเตอร์ จะถูกให้ออกจากสนาม เป็นจำนวนมาก เนื่องจากไม่สามารถ ตีลูกได้คะแนนจะต่ำ พิตเซอร์ที่ดี จะตีถือเป็นผู้เล่นที่มีความสำคัญ
  • สโลว์พิตช์ เป็นรูปแบบการเล่น ที่ทำให้แบตเตอร์ มีโอกาสในการตีลูก ที่มากขึ้น  การเล่นแบบสโลว์ยังมีอีกสองชนิด ซึ่งจะใช้ลูกบอล ต่างขนาดกัน รูปแบบการเล่นที่ใช้ลูกบอลขนาด ใหญ่กว่าบางครั้ง เรียกกันว่า ซูเปอร์สโลว์พิตซ์ บอลนานาชาติ ในปี พ.ศ. 2545 ( ค.ศ. 2002 ) แต่ก็ยังมีการเล่นกันอยู่ในนัด ที่แข่งขันแบบไม่เป็น ทางการ
  • มอดิฟายด์พิตช์ เป็นรูปแบบการเล่น ที่ไม่มีการกำหนด ความเร็วในการขว้าง แต่อย่างไรก็ตาม เทคนิคต่างๆ ก็ต้องเป็นไปตาม กฎกติกาที่มีการวางเอาไว้

ซอฟต์บอล  จะมีการใช้สนามในการเล่นที่แบ่ง ออกเป็นสองส่วน คือ เขคแฟร์ ( Fair Territory ) และ เขตฟาวล์ ( Foul Territory )  เขตแฟร์ยังถูกแบ่งออก เป็นสองส่วนคือ อินฟีลด์ ( Infield ) เอาต์ฟีลด์ ( Outfield ) รวมถึงบริเวณที่อยู่ เหนือรั้วของเขตเอาต์ฟีลด์ ด้วย

สนามแข่งขัน ได้ถูกกำหนดไว้โดย เบสไลน์ ( Baselines ) สองเส้น หรือ ฟาวล์ไลน์ ( Foul lines ) ที่มาทำมุมกันที่ โฮมเพลต ( Home Plate ) ความยาวขั้นต่ำของเบสไลน์ จะถูกกำหนดตามประเภท ของผู้เล่น รั่วซึ่งมีการล้อมไว้ระหว่าง เบสไลน์ทั้งสองจะเป็นตัวบ่งบอก ขนาดขอวสนาม รั่วจะมีระยะห่างจากโฮมเพลต เท่ากันไม่ว่าจะวัดมาจากจุดใด บนรั้วก็ตาม

ซอฟต์บอล  จุดที่อยู่ด้านหลัง โฮมเพลตนั้นทำมาจากยาง เป็นรูปทรงที่มีห้าด้าน คล้ายกับการผสมผสาน กันระหว่างสี่เหลี่ยม ผืนผ้า และสามเหลี่ยม กว้าง 17 นิ้ว ( 43 เซนติเมตร ) ยาว 8.5 นิ้ว ( 22 เซนติเมตร ) สามเหลี่ยม จะมีขนาดพอดีกับมุม ของเส้นที่ไปเชื่อมต่อกับเบสไลน์  โฮมเพลต เป็นมุมด้านหนึ่งของสี่เหลี่ยม  ขนมเปียกปูนที่มี เบส ( Bases ) อยู่ที่มุมของสี่เหลี่ยม เบสอื่นๆที่ไม่ใช่โฮมเพลต จะเป็นสี่เหลี่ยมจตุรัส มีขนาด 15 นิ้ว ( 38 เซนติเมตร ) ทำจากเบาะมวยปล้ำหรือยาง  และหนาไม่เกิน 5 นิ้ว ( 13 เซนติเมตร ) เบสจะถูกรั้งไว้ให้อยู่กับที่เสมอ เบสจะถูกนับ ตามเข็มนาฬิกาเป็น เบสที่หนึ่ง เบสที่สอง และเบสที่สาม ด้านนอกเบสแรก ( ซึ่ง อยู่ในเขตฟาวล์ ) จะมีดับเบิลเบส  ( Double Base ) หรือ เซฟตี้เบส ( Safety Base ) อยาติดกันกับเบสแรก เพื่อขั้นกลางระหว่างเบสแมน ( Basemจากที่ตีบอล ระหว่างที่ทีมที่อยู่ภายในสนามกำลังขว้างบอลสู่เบสแรก ก่อนที่ตัววิ่งจะเข้าไปถึงเซฟตี้เบส แต่อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกสนามที่จะมีเซฟตี้เบส และในสนามของผู้หญิงจะมีอยู่มากกว่าผู้ชาย ดับเบิลเบสนี้ต้องมีในการแข่งขันของสมาพันธ์ซอฟต์บอลนานาชาติ

เขตอินฟีลด์คือส่วนที่อยู่ภายในสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนและบริเวณที่ประชิดตัวกับอินฟิลเดอร์ ( Infielder ) เขตเอาต์ฟีลด์คือเขตที่อยู่ระหว่างเบสไลน์ รั้ว และอินฟีลด์ อินฟีลด์มักเป็นบริเวณที่ชื้นแฉะแต่เอาต์ฟีลด์จะมีการปลูกหญ้าในส่วนที่ใช้แข่งขัน

บริเวณจุดศูนย์กลางของวงกลมจะมีพิตชื่งเพลต  ( Pitching plate ) เป็นแผ่นยางรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ในฟาสต์พิตช์ พิตชิงเซอร์เคิล  ( Pitching circle ) จะมีเส้นผ่านศูนย์กลางยาว 8 ฟุต ( 2.44 เมตร )  พิชชิ่งเซอร์เคิลจะอยู่รอบพิชชิ่งเพลต และตัววิ่งจะวิ่งเข้าไปในเขตฟาวล์ที่อยู่ในส่วนของดับเบิลเบสหลัง

ในสนามจะต้องมีช่วงบริเวณประมาณ 15 ถึง 12 ฟุต ( 5 และ 4 เมตร ) จากรั้วเพื่อเตือนให้ผู้อยู่ในบริเวณนั้นระมัดระวังเรียกว่าวอร์นนิ่งแทรก ( Warning track ) แต่เกมที่เล่นในสนามใหญ่กว่าอาจไม่จำเป็นต้องมีวอร์นนิ่งแทรกหากรั้วสนามนั้นเป็นรั้วที่จัดขึ้นชั่วคราว

ในเขตฟาวล์ด้านนอกเบสไลน์จะมี โค้ชบ็อกซ์ ( Coach’s boxes) ซึ่งเป็นบริเวณของผู้ฝึกสอนอยู่สองจุด แต่ละจุดจะห่างจากเบสไลน์ 15 ฟุต ( 5 เมตร ) ยาว 12 ฟุต ( 3 เมตร )  บนเบสไลน์ทั้งสองเส้น

ลูกบอล

ขนาดของลูกบอลจะเปลี่ยนแปลงไปตามประเภทของการเล่น ขนาดมาตรฐานที่ใช้ในการแข่งขันนานาชาติคือ 12 นิ้ว ( 30 เซนติเมตร )และ 11 นิ้ว ( 28 เซนติเมตร ) ลูกบอลมักถูกหุ้มด้วยหนังสีขาว 2 ชิ้นเย็บติดกันเป็นรูปทรงที่มีสัณฐานคล้ายเลขแปดและเย็บติดกันด้วยด้ายสีแดง แต่การหุ้มด้วยวัสดุอื่นก็สามารถทำได้เช่นกัน แกนกลางของบอลจะถูกหุ้มด้วยเส้นใยนุ่น ,ไม้ก๊อกกับยาง ,โพลียูรีเทน หรือวัสดุอื่นๆ ในปี ค.ศ. 2002 ( พ.ศ. 2545 ) ลูกซอฟต์บอลสีเหลืองสะท้อนแสง เป็นลูกบอลที่มองเห็นได้ง่ายก็ได้รับการยอมรับและใช้ในการแข่งขันมากขึ้น

ไม้ตี

ไม้ตีทำมาจากไม้เนื้อแข็ง เหล็ก หรือวัสดุอื่นๆที่ได้รับการรับรอง มีความยาวไม่เกิน 34 นิ้ว ( 86 เซนติเมตร ) เส้นผ่านศูนย์กลาง 2.25 นิ้ว ( 6เซนติเมตร ) และมีน้ำหนัก 38 ออนซ์ ( 1 กิโลกรัม )

กีฬากรีฑา

กีฬากรีฑา ถือได้ว่าเป็นกีฬาที่เก่าแก่ ที่เกิดขึ้นมาพร้อมกับมนุษย์ เนื่องจากในสมัยก่อน มนุษย์ต้องอาศัยการวิ่ง ในการอยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็นการวิ่งเร็ว เพื่อให้พ้นจากสัตว์ร้าย วิ่งไล่เพื่อจับสัตว์ เอาไว้เป็นอาหาร ฯลฯ ซึ่งเมื่อเทียบกับปัจจุบัน ก็เปรียบเสมือนการวิ่ง ในประเภทต่าง ๆ นอกจากการวิ่งแล้ว ในยุคก่อนยังมีการกระโดด การใช้อาวุธต่าง ๆ ซึ่งนั่นก็เป็นที่มาของ กีฬากรีฑาหลากหลายประเภท

กีฬากรีฑา ถือได้ว่าเป็นกีฬาที่เก่าแก่ ที่เกิดขึ้นมาพร้อมกับมนุษย์ เนื่องจากในสมัยก่อน มนุษย์ต้องอาศัยการวิ่ง ในการอยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็นการวิ่งเร็ว เพื่อให้พ้นจากสัตว์ร้าย วิ่งไล่เพื่อจับสัตว์ เอาไว้เป็นอาหาร ฯลฯ ซึ่งเมื่อเทียบกับปัจจุบัน ก็เปรียบเสมือนการวิ่ง ในประเภทต่าง ๆ  นอกจากการวิ่งแล้ว ในยุคก่อนยังมีการกระโดด การใช้อาวุธต่าง ๆ ซึ่งนั่นก็เป็นที่มาของ กีฬากรีฑาหลากหลายประเภท

กีฬากรีฑา (Athletics) หมายถึงเฉพาะรายการแข่งขันกีฬา ที่เกี่ยวข้องกับการวิ่งแข่ง การกระโดด การขว้างและการเดิน ประเภทการแข่งขันกรีฑา ที่พบแพร่หลายที่สุด คือ ลู่และลาน วิ่งทางเรียบ วิ่งวิบาก และเดินแข่ง ด้วยความเรียบง่ายของการแข่งขัน และไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ราคาแพง ทำให้กรีฑา เป็นหนึ่งในกีฬา ที่มีการแข่งขันกันมากที่สุดในโลก

ประเภท

กีฬากรีฑา ประกอบด้วย การวิ่งกระโดดไกล การวิ่ง กระโดดสูง การทุ่มน้ำหนัก การขว้างจักร และ การพุ่งแหลน แต่ละประเภท ต้องอาศัยทักษะ ที่แตกต่างกัน โดยการวิ่งกระโดดไกล ระบบการทำงานของร่างกาย ระหว่างประสาทและกล้ามเนื้อ ต้องมีความสัมพันธ์กัน จะช่วยให้สามารถบังคับส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ อย่างนิ่มนวล และถูกต้อง ตามจังหวะที่ต้องการ การวิ่งกระโดดสูง ต้องรู้จักจังหวะการกระโดด การสปริงตัวขึ้น การลอยตัวในอากาศ และการลงสู่พื้นได้อย่างปลอดภัย การทุ่มลูกน้ำ หนักต้องรู้จักการทรงตัว การกระโดดได้อย่างคล่องแคล่วว่องไว และการใช้แรงส่งลูกน้ำหนัก ให้ไปไกลที่สุด การขว้างจักร ต้องอาศัยการเหวี่ยงตัว และจังหวะที่ดีในการเหวี่ยงจักร รวมทั้งต้องมีความรวดเร็วว่องไว ประสาทและทักษะในการเคลื่อนไหวดี การพุ่งปล่อยแหลน ออกไปในท่าที่ถูกต้อง รู้จักจังหวะการวิ่ง การบังคับแหลน ควรเรียนรู้ทำความเข้าใจ และฝึกปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ

การแข่งขันแบบวิ่งข้ามรั่ว

นักกีฬาจะต้องวิ่งข้ามรั้วทั้งหมด 10 ครั้ง ตลอดระยะทางการแข่งขัน

สิ่งต้องห้าม :  วิ่งข้ามรั้วเพียงขาข้างเดียว และห้ามใช้มือผลักดันรั้วหรือใช้ขาเจตนาถีบรั้วให้ล้ม

การแข่งขันประเภทลาน แบ่งออกเป็น 2 ประเภทดังนี้

  1. การแข่งขันประ เภทกระโดด ได้แก่ กระโดดสูง, เขย่งก้าวกระโดด, กระโดดสูง, กระโดดค้ำถ่อ
  • การแข่งขันประเภททุ่ม พุ่ง ขว้าง ได้แก่ ทุ่มน้ำหนัก, ขว้างจัก, ขว้างฆ้อน, พุ่งแหลน

การแข่งขันกระโดดไกล

การแข่งขัน นักกีฬากระโดด ในขั้นที่ดีที่สุด ของแต่ละคน จะถือเป็นสถิติ รวมทั้งตัดสินเสมอกันของอันดับที่ 1 ด้วย นักกีฬา กระโดดลงในบ่อทราย แล้วต้องออกไปข้างหน้า หรือด้านข้างเท่านั้น

การแข่งขันเขย่งก้าวกระโดด

ประกอบด้วยเขย่ง การก้าว และการกระโดด การเขย่งจะต้องใช้เท้าเดียว กับที่เหยียบกระดานลงสู่พื้น จะต้องกระโดด ด้วยเท้าข้างเดียว สามารถกระโดดได้ ไม่เกิน 3 ครั้ง จะหมดสิทธิ์ ในการแข่งขันความสูงต่อไป นักกีฬาที่ชนะเลิศ สามารถเลือก ความสูงได้ตามต้องการ

การแข่งกระโดดค้ำท่อ

หากกระโดดไม่ผ่าน 3 ครั้ง ถือว่าหมดสิทธิ์ ห้ามใช้ผ้ายางพันมือ หรือนิ้วมือ ยกเว้นบาดเจ็บ การแข่งขันในขั้นที่ดีที่สุด ถือว่าเป็นสถิติ

การแข่งทุ่มน้ำหนัก

นักกีฬาเข้า แข่งขันมากกว่า 8 คน การแข่งขันคนละ 3 ครั้ง ผู้ทำสถิติดีที่สุด ทำการแข่งขันรอบสุดท้าย ถ้าไม่เกิน 8 คน คนละ 6 ครั้ง ทำการฝึกซ้อมได้ไม่เกิน 2 ครั้ง ต้องทุ่มภายในบริเวณวงกลม ลูกน้ำหนัก ต้องทุ่มออกไป จากไหล่ด้วยมือข้างเดียว โดยลูกน้ำหนักต้องสัมผัส หรืออยู่ชิดคาง และมือต้องไม่ลดต่ำกว่า ไหล่เลยไปด้านหลัง ขณะจะทุ่มลูกน้ำหนักออกไป

การฟาล์ว เมื่อเข้าไปในวงกลมเพื่อทำการทุ่ม แล้วสัมผัสภายนอกวงกลม หรือขอบบนของไม้ขวาง หรือขอบบนไม้ขวาง หรือขอบบนของ วงกลม จะต้องวางอุปกรณ์ไว้ด้านนอก หรือภายในวงกลมแล้วเดินออกด้านหลัง

  • ห้ามใช้ผ้ายางพันนิ้ว มือ 2 นิ้วหรือมากกว่าเข้าด้วยกันยกเว้นบาดเจ็บ
  • ห้ามสวมถุงมือ
  • ห้ามฉีดสเปรย์หรือสารบางอย่างในวงกลมหรือรองเท้า
  • สามารถใช้สารทามือได้
  • สามารถคาดสายเข็มขัดหนัง หรืออุปกรณ์อื่น ที่จำเป็นว่าเหมาะสม เพื่อป้องกันการบาดเจ็บ ของกระดูกได้
  • ลูกน้ำหนักต้องอยู่ ภายในเส้นรัศมี และต้องไม่ออกจากวงกลม จนกว่าลูกทุ่มน้ำหนัก จะตกถึงพื้น

การขว้างจักร

จักรจะต้องตกภายใน เส้นรัศมีเท่านั้น ห้ามออกนอกวงกลม จนกว่าจักรจะตกถึงพื้น ครั้งแรกสมบูรณ์แล้ว และต้องไม่ฉีดสเปรย์ หรือ สารบางอย่างในวงกลม หรือรองเท้า ห้ามใช้ผ้ายางพันนิ้ว มือ 2 นิ้วหรือมากกว่าเข้าด้วยกัน ยกเว้น บาดเจ็บ สามารถคาดสายเข็มขัดหนัง หรืออุปกรณ์อื่น ที่จำเป็นว่าเหมาะสม เพื่อป้องกันการ บาดเจ็บของกระดูกได้ ส่วนจักรที่ขว้างออกไปแล้ว ห้ามขว้างกลับมา ให้ถือกลับมาที่วงกลม และห้ามออกนอกวงกลม จนกว่าจักรถึงเส้น

การขว้างฆ้อน

ฝึกซ้อมได้ไม่เกิน 2 ครั้ง การขว้างเริ่มจากในวงกลม เมื่อเหวี่ยงสัมผัสพื้นดิน หรือขอบของวงกลม จะไม่ถือว่าฟาล์ว แต่ถ้าหลังจาก สัมผัสพื้นดิน หรือขอบเหล็กแล้ว หยุดการหมุนจะถือว่าฟาล์ว เมื่อเข้าไปในวงกลม ห้าม สัมผัสพื้นดินนอก หรือขอบวงกลม จะถือว่าฟาล์ว ถ้าเกิดหลุดหรือขาดกลางอากาศ ไม่ถือว่าฟาล์ว ส่วนถ้า เสียหลัก จนเกิดการฟาล์ว จะถือว่าการประลอง ครั้งนั้นไม่นับเช่นกัน ตัวฆ้อนต้องตกภายในรัศมี ห้ามออกนอกวงกลม จนกว่าฆ้อน จะตกถึงพื้น นอกจากนี้ อุปกรณ์ที่ขว้างไปแล้ว ห้ามขว้างกลับให้ถือกลับมา

การพุ่งแหลน

  • ต้องจับตรงที่จับ การพุ่งจะต้องพุ่งออกไปเหนือไหล่ หรือเหนือแขนท่อนบน
  • ห้ามใช้วิธีเหวี่ยงหรือขว้าง หรือมุ่งด้วยท่าพลิกแพลงอื่น ๆ
  • การที่หัวแหลนที่เป็นโลหะ ไม่ได้ถูกพื้นก่อนส่วนอื่น ๆ ของแหลน ถือว่าการแข่งขันไม่มีผล
  • หากส่วนใดส่วนหนึ่ง ของร่างกาย หรือแขนขา ถูกไม้โค้ง หรือเส้นที่ลากต่อจากปลายของส่วนโค้ง ถือว่าการแข่งขันไม่ได้ผล
  • หากแหลนหักในระหว่างพุ่ง ให้ทำการแข่งขันใหม่ แหลนพุ่งแล้วห้ามพุ่งกลับ

การแข่งขันเดิน

ลักษณะการเดินที่ถูกต้อง ก่อนยกเท้าหลังจากพื้นเท้าหน้านำ ต้องสัมผัสพื้นก่อนด้วยส้นเท้า เมื่อเท้าหน้านำ สัมผัสพื้นแล้วต้องตึงชั่วขณะ จนกว่าจะอยู่แนวตั้งฉากกับลำตัว

การตัดสิน

นักกีฬาผู้ได้คะแนนสูงสุดเป็นผู้ชนะ ถ้าเสมอกันให้ผู้เข้าแข่งขันมากประเภทกว่า เป็นผู้ชนะ ถ้ายังเสมอกันอยู่อีก ก็ให้ถือคะแนนที่มากกว่า ในประเภทใดประเภทหนึ่ง เป็นผู้ชนะ ส่วนนักกีฬาใดไม่ประลอง ในประเภทใดประเภทหนึ่ง ให้ถือว่าหมดสิทธิ์ ในการแข่งขันต่อไป ต้องออกจากสนามทันที

กีฬายิงธนู

กีฬายิงธนู ตามประวัติศาสตร์ ของประเทศไทย เกือบที่จะไม่มีหลักฐาน กล่าวถึงเรื่องการใช้ ธนูเลยแม้แต่นิดเดียว ทั้งการใช้ธนู ในด้านของอาวุธ และทางด้านการกีฬา จะมีที่รู้กันอยู่บ้าง ก็กล่าวถึงในวรรณกรรม เช่น ธนูที่มีในพุทธประวัติ ธนูของพระราม ในเรื่องรามเกียรติ์ เกาทัณฑ์ ในเรื่อง สามก๊ก ยิ่งมาในรัชสมัยรัตนโกสินทร์ ก็ยิ่งมีการขาดการพาดพิง ถึงกิจกรรมธนูเท่าไหร่นัก

กีฬายิงธนู ที่จริงๆแล้วใครก็รู้จัก กีฬาชนิดนี้ ในทั่วไป แต่ธนูที่ร็จักกันนั้น ไม่ผิดแปลกอะไรไปกับ ปืนเถื่อนของชาวบ้าน ซึ่งเอามาเทียบ มาได้เลย กับปืนชั้นดี สมัยใหม่ ธนูที่คนไทยส่วนใหญ่ ได้รู้จักไม่ผิดอะไรกับ การรู้จักธนูของเล่น คือการเหลาไม้ปลาบแหลม แล้วมีการเอาขนนกมาติดที่หาง   หรือชนกลุ่มน้อย บางเผาใน ประเทศไทย อาจมีการใช้ฬบไม่บางชนิด มาทำหางลูกธนูก็ได้ หางลูกธนูก็เป็นเพียงลูกธนู ชาวบ้าน ชาวป่า

กีฬายิงธนู ประเทศไทยเรา มีการเริ่มรู้จัก กิจกรรมกีฬา ชนิดนี้เพียง 25 – 30  ปีที่ผ่านมา โดยที่มีบริษัท การค้าเครื่องใช้ไฟฟ้า  ได้มีการสั่งธนูที่ทำขึ้นจากไม้ไผ่ มาขาย ถึงแม้จะเป็น ธนูไม่ไผ่  แต่ก็ยังมีกรรมวิธี การประดิษฐ์ หรือมี เทคโนโลยีการผลิตที่ดี ซึ่งนี้เป็นก้าวแรก ที่ทำให้คนไทย พอจะแยกออกกับธนูที่เป็น อาวุธโดยตรง และธนูที่ทำขึ้น เพื่อเกมส์กีฬาโดยเฉพาะเท่านั้น

กีฬายิงธนู จากนั้นเมื่อปี พ.ศ. 2510 กีฬายิงธนูของไทย ได้มีการเริ่มก่อตั้งขึ้น อย่างจริงจัง โดยการมองการณ์ไกล ของนักกีฬายิงปืน 2 – 3  คน ที่มีความเห็นกีฬายิงธนู มีความใกล้เคียง และจะต้องมีความละเอียดอ่อน ในกิจกรรมที่คล้ายกีฬายิงปืน ในต่างประเทศ กีฬาชนิดนี้ก็เป็นที่นิยม  ถึงขนาดมีการจัดการแข่งขัน ระดับโลก ประเทศใกล้เคียงประเทศไทยเรา ก็เริ่มมีสมาคมกีฬาชนิดนี้กันบ้างแล้ว นักกีฬายิงปืนเหล่านั้น  จึงได้มีความตั้งใจแน่วแน่ ที่จะร่วมช่วยกันสร้าง กีฬายิงธนูให้เป็นที่นิยมใน ประเทศไทย ของเรา

กีฬายิงธนู หลังจากนั้น ก็เริ่มมีการศึกษา หาหลักฐาน ทั้งหมดทั้งมวล ที่เป็นมาตรฐาน เกี่ยวกับกีฬาชนิดนี้ ให้เป็นที่ถ่องแท้ แต่ในขณะนั้น ยังไม่มีสนามยิงโดยเฉพาะ และต้องมีการ ขออนุญาตใช้สนาม ยิงปืนของกรมการ รักษาดินแดน เป็นที่ริเริ่ม การทดลองการฝึกยิง โดยได้มีการได้รับ การสนับสนุน จากท่านเจ้ากรมการ การรักษาดินแดน ขณะนั้นเป็นอย่างดี

กีฬายิงธนู ได้ด้วยบารมีล้นพ้น บันดาลให้ความนิยมในกีฬา  ได้มีการแพร่สะพัด ไปได้อย่างรวดเร็ว แล้วได้มีสนามยิงธนูย่อมๆ ก็ได้มีการเกิดขึ้น อีกแห่งหนึ่งที่การไฟฟ้า ฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย บางกรวย จากนั้น ก็ได้มีการเริ่ม แสวงหาธนูมาตรฐาน สากล มาเล่นกันหลานท่าน จนสามารถที่จะจัดการแข่งขัน ประลองฝีมือกันได้ ทั้งระหว่างนักธนูไทย และนักธนูต่างประเทศ  การยิงธนูใน ประเทศไทยจึงได้มีการเริ่มขึ้นอย่างจริงจัง

และเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2513  วงการกีฬายิงของไทย ก็ได้รับการอนุญาต เป็นทางการให้เป็นสมาคม กีฬาใช้ชื่อว่า “ สมาคมกีฬายิงธนูแห่งประเทศไทย ” และได้มีชื่อสากลว่า “ NATIONAL ARCHERY ASSOCIATION OF THAILAND ”  ใช้ตัวย่อ ส.ธ.ท และ N.A.A.T. มีสำนักงารของสมาคมอยู่ที่ กรมการรักษาดินแดน มีสนามฝึกยิงอยู่ที่ ชั้นล่างยิมเนเซี่ยม 1 ในสนามกีฬาแห่งชาติ

กฎกติกาการยิงธนู

  1. พึ่งรักษากฎแห่งความปลอดภัย อย่างเคร่งครัด รำลึกเสมอว่า ธนูเป็นอาวุธที่ใช้ใน เกมส์กีฬาเท่านั้น  ลูกธนูที่ยิงออกไป ก่อให้เกิดอันตรายได้ หากผู้ยิงขาดความระมัดระวัง
  2. ในขณะที่รอจะเข้าเส้นชัย หรือช่วยดูตำแหน่ง ลูกธนูให้กับนักยิงผู้อื่น ขณะทำการยิง ให้อยู่ด้านหลังของผู้ยิง หรือบนเส้นยิง เมื่อทุกคนยิงเสร็านน็จแล้วจึงจะเดินไปที่เป้าได้
  3. เก็บลูกธนูไว้ในซองลูกธนูจนกว่า จะเข้าเส้นยิง และถึงเวลายิง
  4. อย่าปล่อย ลูกออกไปจนกว่า จะเห็นเป้าหมานที่ชัดเจน  และแน่ใจว่าบริเวณนั้น หรือด้านหลังของเป้า ปลอดภัย
  5. อย่าพยายยามแสดงความสามารถ ด้วยการใช้ผู้อื่นเป็นเป้า หรือให้ผู้อื่นถือเป้าที่จะยิง
  6. อย่าปล่อยลูกออกไป ถ้าไม่สามารถ เห็นตำแหน่งที่ลูกจะไปตก อย่ายิงจากระยะไกลที่เป็นป่า อย่ายิงขึ้นฟ้าตรงๆ
  7. อย่าใช้ลูกที่ชำรุด ตรวจดูลูกแต่ละลูก โดยละเอียดในขณะที่เก็บลูก
  8. อย่าขึ้นคันธนู ของผู้อื่นโดยที่ไม่ได้รับอนุญาต และห้ามนาวสาย ไม่ว่าจะกรณีใดๆก็ตาม  อย่าแตะต้องอุปกรณ์ผู้อื่น โดยไม่ได้รับอนุญาต
  9. อย่าสวมรองเท้าแตะ หรือไม่สวมรองเท้า  เดินในสนามยิง
  10. ช่วยเหลือเพื่อนนักกีฬาด้วยกัน

ประเภทของธนู

  • ธนูประดิษฐ์ ( Self Bow ) เป็นการประดิษฐ์ในยุคแรกเริ่ม มีโครงสร้าที่ไม่ซับซ้อน และมีขนาดเล็ก สะดวกในการพกพา ในพื้นที่จำกัด อย่างเช่น การล่าสัตว์ในป่า
  • ธนูยาว ( Long Bow ) เป็นสิ่งที่พัฒนา เพื่อใช้ในทางการทหาร โดยลักษณะ ของธนูส่วนปีก จะมีความยาวมากกว่าส่วนสั้น เพื่อเพิ่มแรงส่งของลูก ให้ไกลขึ้น และเพื่อเพิ่มอำนาจการทำลานล้าง เพิ่มขึ้น ประเภทของธนูยาว จะแบ่งตามวัฒนธรรมต่างๆ เช่น ของอังกฤษ ของประเทศญี่ปุ่น
  • ธนูคอมโพสิท ( Composite Bow ) ที่มีส่วนประกอบของคัน หลายชิ้นส่วน มาประกอบเข้าด้วยกัน

อุปกรณ์หลัก

  • คัน ( Riser )
  • ปีก ( Limb ) เป็นส่วนที่เพิ่มแรงดีด
  • สาย ( Bow String )
  • ที่จับ ( Grip )
  • ช่องมองเป้า ( Sight Window ) สมัยใหม่จะทำช่องโค้งเพื่อให้สามารถเล็งเป้าได้
  • ที่พักลูก ( Arrow Rest )  ฐานพักลูกขณะง้างสาย
  • น็อก ( Nock ) เป็นที่ยึดลูกขณะเล็งเป้า และเป็นจุดกระแทกปลายลูก เมื่อเกิดแรงดีด
  • ร่องพาดสายธนู ( Center String Serving ) เป็นจุดสำหรับพาดนิ้วและง้างสาย
  • ปลายปีก ( Bow Tip ) มีผลต่อการสะบัดและความแม่นยำในการยิง
  • ที่คล้องสาย ( String Nock )

ศูนย์เล็ง ( Sight )

  • แท่งปรับศูนย์เล็ง ( Sight bar with scale ) ใช้สำหรับ ปรับระยะเล็งตามหลัก โปรเจ็กไทล์
  • หมุดเล็งเป้า ( Sight pin & aperture ) เพื่อเพิ่มความแม่นยำ
  • จุดยึดศูนย์เล็ง ( Sight block ) เพื่อไม่ให้ศูนย์เล็งเขยื่อนเมื่อปรับระยะแล้ว

กีฬาฮอกกี้

กีฬาฮอกกี้ (Hockey) เป็นกีฬาแข่งขันกันระหว่าง 2 ทีม มีผู้เล่นฝ่ายละ 11 คน โดยการตีลูกบอล ที่มีลักษณะกลม แข็ง เรียกว่า “ลูกพัค” (Puck) ให้เข้าโกลด์ตะข่ายของฝั่งตรงข้าม โดยจะให้ลูกบอลถูกส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายไม่ได้ เว้นผู้รักษาประตูที่มีสิทธิใช้เท้าเตะ และมือปัดลูกได้ แต่เฉพาะในเขตที่ยิงประตูเท่านั้น การยิงประตูที่ถือว่าได้ประตู ต้องเป็นการยิงจากภายในเขตประตู คือภายในเขต 16 หลา โดยมีเส้นโค้งเป็นเครื่องหมาย เรียกกันเป็นที่เข้าใจว่าหัวกระโหลก คือจะต้องพาลูกเข้าไปยิงประตูภายในหัวกระโหลกนั้น

กีฬาฮอกกี้ (Hockey) เป็นกีฬาแข่งขันกันระหว่าง 2 ทีม มีผู้เล่นฝ่ายละ 11 คน โดยการตีลูกบอล ที่มีลักษณะกลม แข็ง เรียกว่า “ลูกพัค” (Puck) ให้เข้าโกลด์ตะข่ายของฝั่งตรงข้าม โดยจะให้ลูกบอลถูกส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายไม่ได้ เว้นผู้รักษาประตูที่มีสิทธิใช้เท้าเตะ และมือปัดลูกได้ แต่เฉพาะในเขตที่ยิงประตูเท่านั้น การยิงประตูที่ถือว่าได้ประตู ต้องเป็นการยิงจากภายในเขตประตู คือภายในเขต 16 หลา โดยมีเส้นโค้งเป็นเครื่องหมาย เรียกกันเป็นที่เข้าใจว่าหัวกระโหลก คือจะต้องพาลูกเข้าไปยิงประตูภายในหัวกระโหลกนั้น

ประวัติกีฬาฮอกกี้

กีฬาฮอกกี้ เป็นกีฬาเก่าแก่ที่มีประวัติ ความเป็น มายาวนาน มีหลักฐานภาพวาด อียิปโบราณเก่าแก่ 40,000 ปี ที่มีลักษณะคล้ายกีฬาฮอกกี้ และอีกหลักฐานประมาณ 44 ปี ก่อนคริสต์ศักราช พบหลักฐานโดยชาวกรีกโรมัน สมัยโบราณได้เล่นกีฬานี้อยู่แล้ว อุปกรณ์การเล่นและวิธีการเล่น คล้ายคลึงกับการเล่น ฮอกกี้ในสมัยปัจจุบัน แตกต่างกันที่ไม้ตีฮอกกี้ สมัยกรีกและโรมันจะสั้นกว่าปัจจุบัน ลูกบอลสมัยนั้นทำด้วยหนัง ภายในอัดด้วยขนสัตว์

ต่อมากีฬาฮอกกี้ ได้แพร่หลายเข้าไปในประเทศอังกฤษ ช่วงแรกได้เข้าสู่โรงเรียประถม และได้มีการเปินคลับแรกในปี พ.ศ.2392 ที่ Black heath ใน South – East ลอนดอน และมีประชาชนสนใจอย่างจริงจังในศตวรรษที่ 19

กีฬาฮอกกี้ ในปัจจุบันมีอยู่ 2 ชนิด คือ ฮอกกี้ที่เล่นกัน บนสนามหญ้า และฮอกกี้ที่เล่นบนลานน้ำแข็ง (Indoor Hockey หรือ Shake Hockey หรือ Ice Hockey) ต่อมา ในประเทศอังกฤษ ประมาณปี พ.ศ.2428 ได้จัดให้มีการแข่งขัน ในประเภทหญิงขึ้น ระหว่างวิทยาลัย อ๊อกซ์ฟอร์ดกับเคมบริดจ์ ในปี พ.ศ.2444 กีฬาฮอกกี้ได้แพร่เข้าไปในประเทศสหรัฐอเมริกา โดยสุภาพสตรีชาวอังกฤษ ชื่อ Constance Applebee โดยได้ให้คำแนะนำ ในการเล่นระหว่างปิดภาคฤดูร้อน ที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และหลังจากนั้นกีฬาฮอกกี้ จึงเป็นที่นิยมในหมู่สุภาพสตรีเป็นจำนวนมาก

ต่อมาในปี พ.ศ.2465 ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ก่อตั้ง สมาคมขึ้น โดยใช้ชื่อว่าสมาคมฮอกกี้แห่งสหรัฐอเมริกา และได้มีการปรับปรุงพัฒนา ให้เจริญก้าวหน้าขึ้นจนถึงระดับชาติ ในช่วงแรกได้รับความนิยมเล่นในหมู่สตรี เท่านั้น ต่อมาเมื่อกีฬาประเภทนี้ได้บรรจุ ไว้ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ซึ่งมีการแข่งขันเฉพาะชายเท่านั้น

ในสหรัฐอเมริกา มีการก่อ ตั้งสมาพันธ์กีฬา ฮอกกี้หญิง ระหว่างประเทศขึ้น ในปี พ.ศ.2475 และได้จัด ให้มีการแข่งขันขึ้นทุกๆ 3 ปี โดยสหรัฐได้ ส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขันตั้งแต่ปี พ.ศ.2476   เป็นต้นมา และสหรัฐอเมริกา ได้จัดตั้งสมาคมฮอกกี้ชาย ขึ้นในเวลาต่อมา

กติกาของการแข่งขันกีฬาฮอกกี้

  1. การส่งลูกจากจุดกลางสนาม (Center Pass) การผลักหรือตีลูกบอล จากจุดกลางสนามไปในทิศทางใดก็ได้ โดยผู้เล่นทุกคนจะต้องอยู่ในแดนของตัวเอง ยกเว้นผู้ที่ส่งลูก
  • ผู้เล่น (Player) คือ หนึ่งในจำนวนผู้ร่วมทีม
  • ทีม (Team) ประกอบด้วยผู้เล่น 16 คน เป็นผู้เล่นที่อยู่ในสนาม 11 คน และเป็นผู้เล่นสำรอง 5 คน
  • ผู้เล่นในสนาม (Field Player) คือ หนึ่งในจำนวนผู้ร่วมทีม ที่เล่นอยู่ในสนาม ซึ่งไม่ไช่ผู้รักษาประตู
  • ฝ่ายรุก (Attack) หมายถึง ทีมที่พยายามจะทำประตู
  • ฝ่ายรับ (Defense) หมายถึง ทีมที่พยายามป้องกันประตู
  • การเล่นบอล (Playing the ball) การหยุดการกระทำ หรือกรเคลื่อนลูกบอลด้วยไม้ และในกรณีของผู้รักษาประตู การหยุดด้วย เครื่องป้องกัน (Pads) หรือ เท้าเตะ มือปัด หรือส่วนใดส่วน หนึ่งของลำตัว ในเขตยิงประตู
  • การตีลูกหนึ่งครั้ง (A stroke) การที่ลูกบอลได้ถูกเล่น ตี หรือ หักเหเปลี่ยนทิศทางด้วยไม้
  • ลูกโทษหน้าประตู (Penalty Stroke) การผลัก (Push), งัด (Flick) หรือ ตัก (Scoop) ลูกบอลจากจุดโทษหน้าประตู
  1. การตี (Hit) การเหวี่ยงไม้ผ่านลูกบอล
  1. การผลัก (Push) การทำให้ลูกบอลเคลื่อนที่ ไปตามสนาม โดยการผลักไม้ที่อยู่ใกล้ลูกบอล ให้เคลื่อน ที่ออกไปซึ่งหัวไม้ และลูกบอลจะยังสัมผัสพื้นที่สนาม
  1. การตวัด (Flick) การผลักลูกบอล ให้ลอยขึ้นเหนือพื้นสนาม
  1. การตัก, งัด (Scoop) การที่ลูกบอลถูกทำให้ ลอยขึ้นอย่างนิ่งๆ หรือ ช้าๆ เหนือสนาม โดยให้หัวไม้วางค่อนไปใต้ลูกบอล แล้วเคลื่อนไม้การแซะ หรือช้อน
  1. การยิงประตู (Shot at goal) การที่ผู้เล่นตีลูกบอล ให้เข้าประตูในเขตยิงประตู
  1. ระยะการเล่น (Playing distance) ระยะที่ผู้เล่นจะเล่นบอลได้
  1. การกระทำผิดซ้ำซาก (Persistent) การทำผิดครั้งแรกและครั้งต่อๆ ไป หลังจากที่มีการเตือนหรือลงโทษ
  1. การถ่วงเวลา (Time – wasting) กริยา หรือท่าทางการเล่น ที่ทำให้การเล่นไม่ต่อเนื่อง หรือไม่ป็นไปตามเวลา
  1. การเล่นที่อันตราย (Dangerous play) ท่าทางหรืออาการใดๆ ที่ทำให้เกิดอันตรายต่อผู้เล่น หรือต่อผู้คนอื่น หรือนำไปสู่สถานการณ์อันตราย
  1. การเล่นผิดมารยาท (Misconduct) การเล่นบอล ที่หยาบคายเกเร หรือ การเล่นที่อันตราย การถ่วงเวลา เจตนากระทำผิด หรือการมีพฤติกรรมที่ไม่ดี

การได้ประตู

  • การได้ประตู เกิดขึ้นเมื่อบอลได้ผ่านเส้นประตู ไปหมดทั้งลูก ระหว่างเสาประตูภายใต้คาน โดยผู้เล่นฝ่ายรุกเล่นบอลในเขตยิงประตู และลูกบอลต้องไม่ออกไปนอกเขต ยิงประตู ก่อนที่ลูกบอลผ่าน ข้ามเส้นประตู
  • ลูกบอลจะต้องถูกเล่น หรือสัมผัสไม้ หรือร่างกาย ของฝ่ายรับก่อน หรือหลังการเล่นของฝ่ายรุกในเขตยิงประตู
  • หลังจากหยุดการเล่นใน เขตยิงประตู ผู้เล่นฝ่ายรุก จะต้องเล่นในเขตยิงประตู อีกครั้งก่อนจึงจะถือว่าได้ประตู
  • เมื่อผู้รักษาประตูเสียเสียการยิงจุดโทษ ณ จุดโทษ
  • ฝ่ายที่ทำประตูได้มากกว่าเป็นผู้ชนะ

กีฬาคริกเก็ต

กีฬาคริกเก็ต มีต้นกำเนิดเกิดก่อนกีฬาฟุตบอล ที่เป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลาย ในยุคปัจจุบัน และจากการค้นหาข้อมูล ยังพบอีกว่าการเล่นกีฬาคริกเก็ต ได้ถูกจดบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษร ตั้งแต่ 300 ปี ที่ผ่านมา ในศตวรรษ ที่ 16 คริกเก็ตแพร่หลายจากประเทศอังกฤษ ไปยังประเทศต่างๆ ทั้งในยุโรปและทวีปอื่นๆ และเมื่ออังกฤษ ไปครอบครองอาณานิคม ในทวีปต่างๆ ก็นำเอากีฬาคริกเก็ตไปเล่น มีการนำมาเล่นในอินเดีย และเอเชีย จนเป็นที่รู้จักแพร่หลายและนิยมกัน แม้ต่อมาประเทศต่างๆ จะได้รับเอกราชจากอังกฤษแล้ว แต่ก็ยังนิยมเล่นคริกเก็ต ในปัจจุบันมีประเทศต่างๆ มากกว่าร้อยประเทศเล่นกัน โดยเฉพาะประเทศ ในเครือจักรภพ เช่น ออสเตรเลีย ศรีลังกา บังคลาเทศ และอินเดีย

กีฬาคริกเก็ต มีต้นกำเนิดเกิดก่อนกีฬา ฟุตบอล ที่เป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลาย ในยุคปัจจุบัน และจากการค้นหาข้อมูล ยังพบอีกว่าการเล่นกีฬาคริกเก็ต ได้ถูกจดบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษร ตั้งแต่ 300 ปี ที่ผ่านมา ในศตวรรษ ที่ 16 คริกเก็ตแพร่หลายจากประเทศอังกฤษ ไปยังประเทศต่างๆ ทั้งในยุโรปและทวีปอื่นๆ และเมื่ออังกฤษ ไปครอบครองอาณานิคม ในทวีปต่างๆ ก็นำเอากีฬาคริกเก็ตไปเล่น มีการนำมาเล่นในอินเดีย และเอเชีย จนเป็นที่รู้จักแพร่หลายและนิยมกัน แม้ต่อมาประเทศต่างๆ จะได้รับเอกราชจากอังกฤษแล้ว แต่ก็ยังนิยมเล่นคริกเก็ต ในปัจจุบันมีประเทศต่างๆ มากกว่าร้อยประเทศเล่นกัน โดยเฉพาะประเทศ ในเครือจักรภพ เช่น ออสเตรเลีย ศรีลังกา บังคลาเทศ และอินเดีย

ประวัติกีฬาคริกเก็ตประเทศไทย

กีฬาคริกเก็ต ได้ถูกนำเข้ามาเล่น เป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี ค.ศ.1890 รัชสมัยของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) และในเวลาต่อมา สมัยรัชกาลที่ 6 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงนำกีฬาคริกเก็ต มาเล่นในพระราชวัง โดยเฉพาะที่ห้องเก็บของ พระราชวังค่ายมฤคทายวัน มีชุดอุปกรณ์ การเล่นกีฬาคริกเก็ตของ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) และได้มีการจัดนิทรรศการแสดงอยู่ ก็ถือว่าเป็นจุดกำเนิด การเล่นกีฬาคริกเก็ต ในประเทศไทย

ต่อมาในปี ค.ศ.1971 ก็เริ่มมีการแข่งขันกีฬาคริกเก็ต ขึ้นมาในกรุงเทพฯ และจังหวัดเชียงใหม่ โดยได้ถูกจัดให้มีการแข่งขันกีฬา โดยตั้งชื่อรายการแข่งขันว่า “คริกเก็ตลีกแห่งประเทศไทย” ลีกการแข่งขันได้ถูกขยาย จากแรกเริ่มมีเพียง 6 ทีม เฉพาะในกรุงเทพฯ จนได้จัดตั้งเป็นชมรม “ไทยแลนด์คริกเก็ตลีก” ขึ้นในปี ค.ศ.1972 เรื่อยมา “ไทยแลนด์คริกเก็ตลีก” ได้เพิ่มจำนวนทีมมาเป็น 19 ทีมโดยจะแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม รวมถึงทีมจากจังหวัดเชียงใหม่ ในปี ค.ศ. 1989 จากนั้นไม่เพียงเฉพาะ แค่ในกรุงเทพฯ และจังหวัดเชียงใหม่

กีฬาคริกเก็ต ก็ได้ถูกนำไป เผยแพร่ที่ จ.ขอนแก่น, อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ และจังหวัดภูเก็ต จนมาถึงปี ค.ศ.2004 ด้วยกิจกรรม ของชมรม “ไทยแลนด์คริกเก็ตลีก” ได้มีกิจกรรมเข้าร่วมการแข่งขัน ในระดับนานาชาติมากขึ้น ทางชมรมก็ขอจดทะเบียน เป็นสมาคมอย่างเป็นทางการ กับทางกระทรวงวัฒนธรรม ในนาม “สมาคมคริกเก็ต” ความเห็นชอบของ การกีฬาแห่งประเทศไทย จากไทยแลนด์คริกเก็ตลีก 1972 ได้ถูกเปลี่ยนชื่อมาเป็น “สมาคมคริกเก็ต” ของหน่วยงานศูนย์วัฒนธรรม

สมาคมคริกเก็ตแห่งประเทศไทย

สมาคมคริกเก็ต แห่งประเทศไทย มีเป้าหมายอย่าง ต่อเนื่อง ที่จะนำ “กีฬาคริกเก็ต” ไปสู่ยุคใหม่ และกลุ่มท้องถิ่น นอกจากพัฒนาคริกเก็ต และปรับปรุงมาตรฐาน ให้อยู่ในการเล่นระดับนานาชาติ สมาคมคริกเก็ตแห่งประเทศไทย ได้เป็นสมาชิกของ สภาคริกเก็ตเอเชีย (Asian Cricket Council) และในปี ค.ศ.2005 ได้เข้าร่วมกลุ่มสมาชิก สภาคริกเก็ตนานาชาติ (International Cricket Council) และในปีเดียวกันนั้นเอง สมาคมคริกเก็ต แห่งประเทศไทย ก็ได้สถานภาพในระดับสมาคม หลังจากที่ปฏิบัติตน อย่างเคร่งครัด ภายใต้การดูแลของ การกีฬาแห่งประเทศไทย

สมาคมคริกเก็ตแห่งประเทศไทย ประกอบด้วยขอบข่ายบุคลากร จากผู้ดำเนินการ ครูฝึก และกรรมการตัดสิน โดยแบ่งสรรหน้าที่กัน ในแต่ละส่วนใน การแข่งขันระดับประเทศ และผู้เล่นดำเนินไปตามกฎ ข้อปฏิบัติ ของการกีฬาแห่งประเทศไทย ในขณะเดียวกัน สมาคมคริกเก็ตแห่งประเทศไทย ได้ร่วมมือกับ สภาคริกเก็ตเอเชีย และสภาคริกเก็ตนานาชาติ ในการสัมนาแนวทางการปฏิบัติ และการแข่งขันนานาชาติ สมาคมคริกเก็ตแห่งประเทศไทย ได้ต่อสู้เพื่อที่จะแผ่ขยายความรู้ ในกีฬาคริกเก็ต และสร้างเอกลักษณ์เฉพาะ ในกลุ่มการเล่น คริกเก็ตนานาชาติ

กติกาพื้นฐานกีฬาคลิกเก็ต

  1. แบ่งเป็น 2 ทีม ทีมหนึ่งมีผู้เล่นในสนาม 11 คน แต่สำหรับการแข่งขัน ระดับยุวชนหรือเยาวชน บางครั้งจะใช้ 8 คน
  • ในเกมการแข่งขันหนึ่ง จะมีอย่างน้อย 1 อินนิ่ง กล่าวคือทั้งสองทีม จะผลัดกันเป็นฝ่ายลงสนาม (Fielding) และฝ่ายตี (Batting) อย่างน้อยทีมละ 1 ครั้ง
  • ทั้งสองทีมจะได้เล่น โอเวอร์ มากสุดเท่ากัน ส่วนใหญ่จะกำหนดไว้ที่ 10 โอเวอร์, 20 โอเวอร์, หรือมากสุดที่ 50 โอเวอร์ ซึ่งโอเวอร์หนึ่งมี 6 ลูกเว้นแต่ทีมนั้น มีมือตีออกจากสนามครบ 10 คน ก่อนจะเล่นครบโอเวอร์ เมื่อจบโอเวอร์หนึ่งแล้วฝ่ายลงสนาม สามารถเปลี่ยนมือขว้างได้
  • ฝ่ายลงสนาม จะมีมือขว้าง (Bowler) ทำหน้าที่เป็นคนขว้างลูก ให้มือตี (Batsman) ที่ต้องตีลูกคริกเกต โดยฝ่ายลงสนาม ต้องทำให้ฝ่ายตี ออกจากสนาม (Out)
  • มือขว้าง ขว้างลูกให้โดน ไม้วิคเก็ต (Wicket) ที่อยู่ด้านหลังของมือตี
  • จับลูกที่มือตี ตีออกมาโดยที่ลูก ยังไม่สัมผัสพื้น หรือออกจากสนาม
Chennai: Indian skipper MS Dhoni and Suresh Raina takes a run during the 1st ODI match against Pakistan at MAC Stadium in Chennai on Sunday. PTI Photo by R Senthil Kumar(PTI12_30_2012_000050A)
  • มือขว้าง ขว้างลูกให้โดนขา ของมือตีที่อยู่ด้านหน้า ของไม้วิคเก็ต
  • ฝ่ายลงสนาม โยน ขว้าง หรือปาลูก ไปโดนไม้วิคเก็ต ก่อนที่มือตีจะวิ่งมาถึง สุดเส้นของลานวิ่ง ถ้าโดนไม้วิคเก็ตฝั่งไหน มือตีที่ยืนฝั่งนั้น ก่อนจะเริ่มเล่นลูกนั้น ต้องออกจากสนาม
  • ขณะที่มือตี มีหน้าที่ทำคะแนน หรือรัน (Run) จนกว่าจะออกจากสนาม หรือครบรอบโอเวอร์
  1. ตีลูกคริกเกต และวิ่งไปยังไม้วิคเก็ตอีกฝั่งหนึ่ง ก่อนที่ฝ่ายลงสนาม จะโยนลูกไปโดนไม้วิคเก็ต ฝั่งใดฝั่งหนึ่ง เมื่อมือตีทั้งสองคน วิ่งไปสุดทางวิ่งแล้ว จึงนับเป็น 1 รัน แต่มือตีสามารถตัดสินใจได้ ว่าจะไม่วิ่งออกไปเลยก็ได้ ถ้าเห็นว่าลูกนั้นเสี่ยง ถูกทำให้ออกจากสนาม หรือจะวิ่งเอามากกว่า 1 รันก็ได้ ถ้าเห็นว่าฝ่ายลงสนาม ไม่สามารถโยนบอล เข้ามาได้ทัน
  1. ตีลูกให้ออกจากสนาม โดยที่ลูกกระดอน หรือสัมผัสพื้น นับเป็น 4 รัน
  1. ตีลูกให้ออกจากสนาม โดยที่ลูกลอยออก หรือไม่สัมผัสพื้นเลย นับเป็น 6 รัน
  1. เป้าหมายของฝ่ายลงสนาม คือทำให้ฝ่ายตีออกจากสนามให้ครบ 10 คน
  1. ฝ่ายไหนได้รันมากที่สุด ถือเป็นผู้ชนะ