กอล์ฟ

กอล์ฟ คือกีฬาหรือเกมประเภทหนึ่ง ซึ่งผู้เล่นใช้ไม้หลายชนิดตีลูกให้ลงหลุม จากกฤกอล์ฟระบุว่า กีฬากอล์ฟประกอบด้วยการเล่นลุกใดลุกหนึ่งด้วยไม้กอล์ฟจากแท่นตั้งที่ไปลงหลุมโดยการสโตรคหนึ่งครั้งต่อเนื่องกันตามกฎข้อบังคับ กอล์ฟเป็นกีฬาประเภทบอลเพียงไม่กี่ชนิดที่ไม่มีอณาเขต การเล่นที่แน่นอน สนามแต่ละแห่งสามารถมีรุปปร่างและขนาดต่างกัน

กอล์ฟ คือกีฬาหรือเกมประเภทหนึ่ง ซึ่งผู้เล่นใช้ไม้หลายชนิดตีลูกให้ลงหลุม จากกฤกอล์ฟระบุว่า กีฬากอล์ฟประกอบด้วยการเล่นลุกใดลุกหนึ่งด้วยไม้กอล์ฟจากแท่นตั้งที่ไปลงหลุมโดยการสโตรคหนึ่งครั้งต่อเนื่องกันตามกฎข้อบังคับ กอล์ฟเป็นกีฬาประเภทบอลเพียงไม่กี่ชนิดที่ไม่มีอณาเขต การเล่นที่แน่นอน สนามแต่ละแห่งสามารถมีรุปปร่างและขนาดต่างกัน

ต้นกำเนิดของกอล์ฟนั้นยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ระหว่าง เนเธอร์แลน สกอตแลนต์ และ จีน โดยมีการเล่นมาแล้วอย่างน้อบห้าศตวรรษในหมู่เกาะบรีเดนในรูปแบบปัจจุบันได้มีการเล่นในสกอตแลนต์ตั้งต่ พ.ศ. 2215 เป็นกีฬาที่ให้ความสำคัญกับกฎกติกาและมารยาทเป็นอย่างมาก โดยองค์กรที่ทำหน้าที่ในการบัญญัติและกำกับกฎกติกาหรือที่รู้จักกันในชื่อ R&A ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ประเทศ สกอตแลนต์ นอกจากนั้น R&A ยังเป็นผู้จัดทำคู่มือกติกากอล์ฟ ที่สมักเล่นที่จะสอบเพื่อเลื่อนสถานภาพเป็นนักกอล์ฟอาชีพจะต้องท่องให้ได้ขึ้นใจอีกด้วย

ประวัติ

กีฬากอล์ฟเฉแ ในวีนที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 1840 เป็นครั้งแรกในเนเธอร์แลนต์ ในเมืองที่ชื่อว่า Loenen aan de Vech โดยชาวดัตช์เล่นเกมส์และไม้ลูกบอลหนัง โดยผู้ที่ตีลูกบอลลงในเป้าหมายที่อยู่ห่างออกไปหลายร้อยเมตรด้วยจำนวนครั้งการตีน้อยที่สุด เป็นผู้ชนะ

ชาวสกอตแลนด์ถือว่ากอล์ฟเป้นการคิดค้นของสกอตแลนต์ โดยเชื่อว่ามีการกล่าวถึงในกฎหมายสองฉบับ ในพุทธศตวรรศที่ 20 ซึ่งมีการห้ามเล่นกีฬาที่เรียกว่า gowf อย่างไรก็ตาม นักวิชาการเชื่อว่าเป็นการกร่าวถึงกีฬาซึ่งมีลักศณะเป็นกีฬาประเภททีมบนสนาม ใกล้คัยงกับฮอกกี้มากกว่า โดยกล่าวว่าเป็นกีฬาที่ใช้ไม้ตีลูกบอลให้ลงหลุมนั้นมีการเล่นใน พุทธศตวรรษที่ 22 ในเนเธอร์แลนด์มากกว่าสกอตแลนด์

สนามกอล์ฟที่เก่าที่สุดที่มีการเล่นอย่างต่อเนื่องคือสนามกอล์ฟใน Musselburgh สกอตแลนด์ โดยมีกลักฐานว่ามีการเล่นกีฬากอล์ฟที่สนามแห่งนี้ตั่งแต่ปี 2215 แม้ว่าจะมีการกล่าวกันว่า สมเด็จพระราชินี แมรี่แห่งสกอตแลนด์ ททรงเล่นกอลล์ฟที่สนามแห่งนี้ในปี 2110

ในอดีต สนามกอล์ฟไม่ได้มี 18 หลุมเสมอไป สนามกอล์ฟเซนตืแอนดรูว์ส ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นที่แคบๆตามแนวชายฝั่งทะเล ในช่วง พุทธศตวรรษที่ 20 นักกอล์ฟที่เซนต์แอนดรูว์สได้เล่นกอล์ฟบนพื้นที่มีสภาพเป็นลุกคลื่น และมีหลุมซึ่งที่ตั้งถูกบีบบังคับโดยสภาพพื้นที่ สนามกอล์ฟที่เกิดขึ้นนี้มี 11 หลุม โดยเริ่มจากคลับเฮาสืไปจนสุดอีกฝั่งนึงของพื้นที่ เมื่อเล่นออกไปจนสุดแล้ว นักกอล์ฟก็จะกันกลับและเล่นกลับเข้ามา รวมเป็นทั้งหมด 22 หลุม ในปี 2307 ครเริ่มรู้สึกว่าหลุมหลายหลุมมีระยะสั้นไป จึงนำหลุมบางหลุมมารวมกัน ลดจาก 11 เหลือเพียง 9 หลุม และรวมกันแล้วเป็น 18 หลุม

ในเดือน มกราคม พ.ศ.2549 มีหลักฐานใหม่ เกี่ยวกับต้นกำเนิดของกอล์ฟ ค้นพบโดยศาสตราจารย์ จากมหาวิทยาลัยหลานโจ๋วซึ่งชวนให้เชื่อได้ว่า มีกีฬาซึ่งมีลักษณะไกล้เคียงกับกอล์ฟในปัจจุบันในประเทศจีน ตั่งแต่ห้าร้อยปี ก่อนการกร่าวถึงในสกอตแลนต์ บันทึกจากสมัยราชวงศ์ซ่ง มีการกล่าวถึงเกมฉุยหวาน มีภาพวาดด้วยเกมนี้มีการใช้ไม้ 10 ชนิดซึ่งรวมถึงไม้ซึ่งมีลัษณะไหล้เคียงกับโรเวอร์ หัวม้สอง และหัวไม้สามด้วย ไม้ต่างๆมีการประดับด้วยหยกและทอง ทำให้เชื่อได้ว่าเป็นกีฬาสำหลับผู้มีฐานะร่ำรวย สาสตราจารย์หลินเชื่อว่ากีฬากอล์ฟถุกนำเข้าสู่ยุโรปและต่อมาสกอตแลนต์โดยนักเดินทางชาวมองโกลในช่วงปลายยุคกลาง

โฆษกของรอยัลแอนด์เอนเซียนกอล์ฟคลับออฟเซนต์แอนดรูว์ส หนึ่งในองค์กรกอล์ฟที่เก่าแก่ของสกอตแลนต์ กล่าวว่า กีฬาที่ใช้ไม้และลุกบอลนั้นมีการเล่นมาหลายศตวรรษแต่กอล์ฟที่เรารู้จักกันทุกวันนี้ เล่นกัน 18 หลุมมาจากสกอตแลนต์อย่างแน่นอน

ในประเทศไทย สนามกอล์ฟแห่งแรกได้ถูกสร้างขึ้นในรัขสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว

สนามกอล์ฟ

กีฬากอล์ฟเล่นในพื้นที่ที่ซึ่งเรียกว่า สนามกอล์ฟ สนามกอล์ฟประกอบไปด้วยหลุมหลายหลุม โดยในทางกอล์ฟ หลุม หมายถึงทั้งหลุมที่เจาะลงไปจนถึงกรีนสนามกอล์ฟส่วนใหญ่ประกอบไปด้วย หลุม 18 หลุม

แท่นตีกอล์ฟ

การตีครั้งแรกในแต่ละหลุม เริ่มจากเขตที่เรียกว่า แท่นตั้งตี ผู้เล่นสามารถใช้แท่นหมุดขนาดเล็กซึ่งเรียกว่าที่ตั้งลูก ทจากไม้หรือพลาสติก ช่วยให้การตีที่ช๊อตง่ายขึ้นก่อนที่จะมีที่สมัญใหม่นั้นนักกอล์ฟมักจะก่อกอลทรายเล้กเป็นทรงพรีระมิดในการตั้วลูกกอล์ฟ สนามกอล์ฟส่วนใหญ่สนามกอล์ฟส่วนใหญ่จะมีแท่นตั้งตีหลายระยะให้เลือก ซึ่งทำให้หลุมนั่นยาวขึ้นหรือสั้นลงแต่จะเลือก บริเวณแท่นตั้งที่นั่น มักจะมีพื้นผิวเลียก

แฟร์เวย์และรัฟ

หลังจากตีลูกออกจากแท่นตังที  ผู้เล่นจะตีลูกกอล์ฟ

จากจุดที่ลูกมาหยุดอยู่ซึ่งอาจจะ แฟร์เวย์ หรือว่า รัฟ บนแฟร์เวย์นั้นหญาจะถูกตัดสั้นและเรียบทำไห้ตีลุกนั้นง่ายกว่าการตีรัฟ ซึ่งมักจะไว้กย้ายาว

อุปรรค

 ในสนามกอล์ฟ หลุมหลายหลุมอาจมีเขต อุปสรรค ซึ่งแบ่งออกเป็นสองขนิดคือ เขตอุปสรรคน้ำ และ บังเกอร์ บางครั้งเลียกว่าหลุมทราย หรือ อุปสรรคทรายจะมีกฎบังคับการเพิ่มเดิม ซึ่งทำให้กรเล่นลำบากมากขึ้นตัวิย่างเช่นในเขตอุปสรรค ผู้เล่นไม่สามารไช่ไม้กอล์ฟสัมพื่นก่อนการเล่นลูกได้ ลูกที่อยูในเขตอุปสรรคสามารถสามารถเล่นจากจุดที่ลูกหยุดได้โดยไม่ถูกปรับแต้ม หากไม่สามารถเล่นลูกได้จากตำแหน่ง    ในเดือน ก.ค. 2549 กอล์ฟและไมค์ได้รับรางวัล ศิลปินหน้าใหม่

2549: การรวมกันเฉพาะกิจในญี่ปุ่นและไทย

นิยม จากการประกาศรางวัล Channel [V] Thailand Music Video Awards 2006 ปลายเดือนนั้นทั้งคู่ได้ปรากฏตัวที่ประเทศญี่ปุ่น ก่อตั้งวงนานาชาติวงแรกของค่าย Johnny’s Entertainment วงเฉพาะกิจนี้ใช้ชื่อว่า Kitty GYM[3] ร่วมกับกับศิลปินดังของญี่ปุ่น ยามาชิตะ โทโมฮิสะ หรือ ยามะพี สมาชิกวง NEWS GYM มาจากตัวย่อชื่อของ “Golf” “Yamashita” และ “Mike” ส่วน Kitty มาจากจอห์นนี่ส์จูเนียร์ 4 คน ได้แก่ Kitayama (Kis-my-ft2), Inoo (J.J. Express, หรือภายหลังเป็นวง Hey! Say! JUMP), Totsuka (A.B.C.) และ Yaotome (Ya-Ya-Yah หรือภายหลังเป็นวง Hey! Say! JUMP) GYM ได้ออกซิงเกิล “Fever to Future” (ฟีเวอร์ โตะ ฟิวเจอร์) [4] เพื่อเป็นเพลงเชียร์ประจำการแข่งขันวอลเล่ย์บอลหญิงเวิร์ลด์กรังปรีซ์ ซิงเกิลนี้ขึ้นอันดับ 1 บนโอริกอนชาร์ต[5] ซึ่งทำให้ กอล์ฟ & ไมค์ เป็นศิลปินเอเชียน (นอกเหนือจากญี่ปุ่น) คู่แรกที่มีเพลงขึ้นอันดับหนึ่งโอริกอน ในครั้งนี้ กอล์ฟไมค์ ยังได้ร่วมแสดงในคอนเสิร์ต จอห์นนี่ส์จูเนี่ยร์โนะไดโบเคน จำนวน 25 รอบ

22 สิงหาคม 2549 สองหนุ่ม กอล์ฟ-ไมค์ ยังออกโปรเจกต์อัลบั้มพิเศษกับอีก 8 หนุ่ม จี-จูเนียร์ ได้แก่ ชิน กาย แฮปปี้ มะเดี่ยว เจ ณัฐ เคน และไอซ์ โดยตั้งเป็นวง “จี-เจอาร์” ออกอัลบั้ม “10 Club” มีซิงเกิลแรก “Show Time”

ในวันที่ 7 ตุลาคม 2549 จี-เจอาร์ ได้จัดคอนเสิร์ต “The Show Must Go On by Golf-Mike & Friends” ซึ่งเป็นคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งที่ 2 ของสองหนุ่มและเพื่อนๆที่ อิมแพคอารีน่า เมืองทองธานี คอนเสิร์ตนี้ที่จริงถูกวางแผนไว้เป็น Thai-J Pop Concert with Arashi & Golf-Mike แต่วงอาราชิจำต้องยกเลิกคอนเสิร์ตเนื่องจากความไม่สงบทางการเมืองในประเทศไทยในเวลานั้น[6] ภายในปลายเดือนเดียวกัน จี-เจอาร์ ได้รับรางวัล Popular Vote New Band จาก Virgin Hitz Awards 2006

หลังจากเสร็จสิ้นจากอัลบั้ม 10 Club กอล์ฟ-ไมค์ เข้าสตูดิโออัดเสียงอีกครั้งเพื่อทำอัลบั้ม 2 ปลายปี 2549 กอล์ฟ-ไมค์ ตัดสินใจออกอัลบั้มพิเศษแทนอัลบั้ม 2 ซึ่งยังอยู่ในระหว่างการทำงาน ในวันที่ 22 ธันวาคม 2549 อัลบั้ม “365 Days With Golf-Mike” วางแผงพร้อมด้วยวีซีดีรวมภาพประทับใจของสองหนุ่ม ซิงเกิลเพลง “ขอบคุณ…ยังน้อยไป”

2550: One By One และซิงเกิลอัลบั้มที่ญี่ปุ่น

กอล์ฟ-ไมค์ มีอัลบั้มเต็มชุดที่ 2 “One By One” กับซิงเกิลแรก “Fight For You” ต่อด้วยเพลงช้าสุดฮิตอย่าง “ไม่ต้องบอกแล้วว่าเธอรักฉัน” และ เซ็ง,sexy girl,ที่ปรึกษา ก่อนจระเบิดความมันส์อย่างยิ่งใหญ่ พร้อมแสง สี เสียงตระการตา และพัฒนาการที่เติบโตของ กอล์ฟ-ไมค์ ที่โชว์ทั้งร้อง เต้น เล่นละคร…บนเวทีคอนเสิร์ตเป็นครั้งแรกโดยใช้ชื่อคอนเสริ์ตใหญ่ว่า“กอล์ฟ-ไมค์ วัน บาย วัน คอนเสิร์ต” (Golf-Mike One By One Concert) ที่จัดโดย จีเอ็มเอ็ม ไลฟ์ ร่วมกับ ทรู มิวสิก และ ยามาฮ่า ณ ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี ในวันที่ 19 พฤษภาคม 2550 ในเวลาต่อมากอล์ฟ-ไมค์ ก็ได้ไปออกซิงเกิลอัลบั้มที่ญี่ปุ่น ชื่ออัลบั้ม Golf-mike Nippon Ainiikuyo (นิปปอน ไอนิอิคุโย) เป็นซิงเกิล 4 เพลงก่อน และจะวางแผงที่ญี่ปุ่นวันที่ 27 มิถุนายน[7]

2551: Get Ready และละครทีวีเรื่องแรก

ในปี กอล์ฟ-ไมค์ ออกผลงานสตูดิโออัลบั้มชุดที่ 3 ชุด Get Ready โดยมีเพลงเปิดตัวคือ “Let’s Get Down” ที่ร่วมงานกับ ขัน – ขันเงิน เนื้อนวล จากวง ไทยเทเนี่ยม อัลบั้มวางขาย 12 ธันวาคม พ.ศ. 2551[8] ก่อนจะปล่อยเพลงช้าในละครเรื่อง “อุบัติรักข้ามขอบฟ้า” ที่ฮิตติดชาร์ทอย่าง ยิ่งรักยิ่งเจ็บ,ไม่ดีพอ ไม่พอดี,จะไปส่งถึงมือ ตามมาด้วยการแสดงสดเต็มรูปแบบ ครั้งที่ 4 ของ ศิลปิน ดูโอ้กอล์ฟไมค์ ใช้ชื่อในคอนเสริ์ตใหญ่ว่า “Golf Mike Get Ready Concert by Puriku “

2552: ทัวร์คอนเสิร์ตทั่วประเทศครั้งแรก และการโปรโมทในต่างประเทศ

ปี 2552 กอล์ฟและไมค์ได้มีทัวร์คอนเสิร์ตทั่วประเทศเป็นครั้งแรกของทั้งคู่ ชื่อว่า The Closer GOLFMIKE By Puriku International tour concert โดยกอล์ฟและไมค์จะทัวร์คอนเสิร์ตทั่วประเทศ 9 จังหวัด ได้แก่ ขอนแก่น อุบล โคราช เชียงใหม่ พิษณุโลก ชลบุรี สงขลา ภูเก็ต และ กรุงเทพฯ ซึ่งเริ่มทัวร์คอนเสิร์ตครั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 6 ตุลาคม 2552 ไปจนถึงวันที่ 14 พฤศจิกายน 2552 ซึ่งคอนเสิร์ตครั้งนี้มีแขกรับเชิญมากมาย ตั้งแต่ พิ้งค์กี้-สาวิกา, จุ๋ย จุ๋ย, น้ำชา, ไมตี้ เม้าท์ กอล์ฟและไมค์ได้แต่งเพลงใหม่ซึ่งเป็นธีมคอนเสิร์ตครั้งนี้ เป็นเพลงที่ชื่อว่า let’s stay togeter ซึ่งมีเนื้อหาถึงการก้าวไปด้วยกันของกอลฟไมค์และแฟนคลับของพวกเขา

กีฬาคาราเต้

กีฬาคาราเต้ ( ญี่ปุ่น : โรมาจิ : Karate : คาราเตะ ) หรือ คาราเตโด เป็น ศิลปะการต่อสู้ ถือกำเนิดที่ โอะกินะวะ ประเทศญี่ปุ่น เป็นการผสมผสาน ระหว่างการต่อสู้ ของชาวโอะกินะวะ และชาวจีน คาราเต้ ได้เผยแพร่ เข้าสู่ญี่ปุ่นในปี พ.ศ. 2464 ( ค.ศ.  1921 ) เมื่อชาวโอะกินะวะ อพยพเข้าสู้ประเทศญี่ปุ่น

กีฬาคาราเต้ มันจะถูกเข้าใจผิด ว่าเป็นการต่อสู้ด้วยการ ฟันอิฐ แต่ที่จริงแล้ว คือการต่อสู้ ด้วยการใช้อวัยวะ ต่างๆ เช่น กำปั้น เท้า สัน มือ นิ้ว ศอก เป็นต้น แต่เมื่อถูกดัดแปลง เป็นกีฬาแล้วเหลือเพียง มือ และ เท้า  

กีฬาคาราเต้ ที่มียาวนาน มากตั้งแต่สมันอดีต ในขณะนั้น ได้มีการแลกเปลี่ยน วัฒนธรรม วิชาการความรู้ แขนงต่างๆ รวมถึงศิลปะการป้องกันตัว โอะกินะวะ ได้มีศิลปะป้องการต่อสู้ ปะจำอยู่แล้ว และได้ผสมผสาน กับทักษะที่ได้รับมาจาก จีนแผนดินใหญ่ ซึ่งก็คือมวย จนสามารถเรียกได้ว่าญีปุ่น เป็นต้นกำเนินของคาราเต โดยโอะกินะวะ จะเรียกศิลปะ ป้องกันตัว ของตนเอง โทเต้ ( Tode ) ในภาษาโอะกินะวะ หรือในภาษาญี่ปุ่น จะเรียก โอะกินะวะเต้ ( Okinawa Te ) โดย โอะกินะวะเต้ จะมีวิชาที่ สามารถแยกเป็นจุดเด่น ของแต่ละสนัก หลักๆ ได้แก่ 3 สำนักหลักๆ ซึ่งชื่อสำหนัก ได้ตั้งตามชื่อเมืองใหญ่ที่วิชานั้นๆ อาศัยอยู่ ได้แก่ ชูริเต้ ( Shuri Te )  นาฮาเต้ ( Naha Te ) และโทมาริเต้ ( Tomari Te )

กีฬาคาราเต้ ชูริเต้ มวยแห่งเมืองชูริซคอน มัทสุมูระ ( Sokon Mutsumura ) ผู้เชี่ยวชาญ แห่งชูริเต้ได้เดินทาง ไปจีนเพื่อศึกษาค้นคว้า เพิ่มเติมความรู้ของตน และนำกลับมา พัฒนาชูริเต้ ความรู้ใหม่ที่โซคอน นำมาก็คือ ทักษะของมวยสิงอี้ฉวน ต่อมา โชกิ โมโตบุ Shoki Motobu ผู้เชี่ยวชาญแห่งชูริเต้ ได้แลกเปลี่ยนความรู้กับ T’ung Gee Hsing  ( ผู้สืบทอดวิชาสิงอี้ และปากั้ว ซึ่งอพยพมาอยู่ที่โอะกินะวะ )

กีฬาคาราเต้ ในปี ค.ศ. 1922 ฟูนาโกชิ กิชิน ลูกศิษย์ของ อังโก อิโตสึ ( Anko Itosu ) แห่งชูริเต้ ได้พัฒนาคาราเต และเผยแพร่เข้าสู่ญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการที่โตเกียวโดยได้รับการสนับสนุนของ จิกาโร่ คาโน ( Jikaro Kano ) ผู้ก่อตั้งยูโดโคโดกัน Kodokan Judo และต่อมา บรรดาศิษย์ของฟูนาโกชิ ได้เรียกรูปแบบการสอนของฟูนาโกชิว่า โชโต ( Shoto ) ตามนามปากกาของท่าน และได้เรียกโรงฝึกแห่งแรกของท่านว่า โชโตกัน

คันเรียว ฮิกาอนนะ ( Kanryo Higaonna ) ลูกศิษย์ ของ อาราคากิ เซย์โช

 ( Arakagi Seisho ) ผู้เชียวชาญนาฮาเต้ ได้เดินทางสู่ฟู เจี้นชยน เพื่อหาประสบการณ์ และศึกษาวิชาการต่อสู้ของจีน ได้เรียนกับ เซี่ยจงเสียง ( Xic Zongxiang 1852 – 1930 ) หรืออีกชื่อหนึ่ง ริวริวโก ( Ryu Ryu Ko ) ผู้เชี่ยวชาญ มวยกระเรียน หมิงเฮ่อฉวน ( Minghe Quan ) และเดินทาง กลับมาพัฒนา นาฮาเต้ ต่อมา โชจุน มิยากิ ( Miyagi Chojun ,  1888 – 1953 ) ผู้สืบทอดนาฮาเต้ของคันเรียว ได้เปลี่ยนชื่อ สำนักนาฮาเต้ เป็น โกจูริวคาราเต เพื่อที่จะพัฒนา ให้ทันสมัยมากขึ้น และได้เข้ามาในญี่ปุ่น และเริ่มทำการสอน คาราเต ( ที่แต่เดิมสอนอยู่ใน โอะกินะวะ ) เป็นเวลาไม่นานนัก หลังจาก ฟานโกวิ แห่งโชโตกัน

หลังจากที่ มิยากิ ได้ทำการสอนในญี่ปุ่น และโอะกินะวะ ท่านได้ตัดสินใจ เดินทางไปยังประเทศจีน แผ่นดินใหญ่ เพื่อกราบเซี่ยจงเสียง เป็นอาจารย์ศึกษาในด้านของมวยจีน ตามแบบของอาจารย์ตน และก็ได้มีการกลับมาญี่ปุ่นอีกครั้ง เพื่อเรียบเรียง ตำราการฝึกสอน ของสำนักโกจูริว ขึ้นใหม่ ให้เหมาะสม กับที่ท่านได้เรียนรู้มา
ปัจจุบันประวัติศาสตร์ ส่วนนี่มีประเด็นถกเถียงกันว่า เซี่ยจงเสียง กับ ริวริวโก เป็นคนละคนกัน เนื่องจากบันทึกของ มิยากิโชจุน กล่าวไว้ว่า ตอนที่เดินทางไปฟุเจี้ยนกราบ ริวริวโก เป็นอาจารย์ถึงได้ทราบว่า ริวริวโกเสียชีวิตไปแล้ว จึงได้กราบ เซี่ยจงเสียงเป็นอาจารย์แทน ( ขณะนั้น เซี่ยจงเสียงได้รับสมญานามว่า หรูเกอ หรือ ริวโก ซึ่งแปลว่าเหมือนดั่งพี่ชาย หรือเหมือนดั่งครู ไม่ใช่ หรูหรูเกอ หรือ ริวริวโก ) และจากประวัติที่ คันเรียว ฮิกาอนนะไปกราบ ริวริวโกเป็นอาจารย์ ขณะนั้น เซี่ยจงเสียงยังเป็นเพียงเด็อายุ13ปี(คันเรียว ฮิกาอนนะ อายุมากกว่า เซี่ยจงเสียง1ปี) ซึ่งในขณะนั้น ริวริวโกได้รับ นากาอิมะ โนริซาโต้ ( Nakaima Norisato ) ผู้ก่อตั้งสำนักริวเอริว เป็นศิษย์มานานกว่าสิบปีแล้ว

ในขณะที่ มิยากิ เดินทางไปประเทศจีน แผ่นดินใหญ่ หนึ่งในนักเรียน ที่ดีที่สุด ของ มิยากิ ที่รู้จักกันดีในญี่ปุ่น ก็คือ โกเกน ยามากูจิ ( Gogen Yamaguchi , 1909 – 1989 ) ฉายา The Cat ผู้ได้รับสายระดับ 10 ดั้งจากมิยากิ ได้ทำการสอนต่อไป ในญี่ปุ่น โดยยึดหลักการสอนแบบ ดั้งเดอมที่ได้เรียนรู้จาก มิยากิ ก่อนที่จะไปฝึกงานต่อที่จีน

ภายหลัง จึงเป็นเหตุให้ เกิดการแบ่งแยกสำนักโกจูริว เป็น 2 พวก คือ โกจูริว ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงท่าใหม่ ซึ่งผสมผสานศิลปะของมวยจีน โดย โชจุน มิยากิ และ โกจูไก พวกที่มีการสอนในญี่ปุ่นตั้งแต่แรกเริ่ม โดย โกเกน ยามากูจิ

กีฬายูโด

กีฬายูโด ( Judo ) เป็นศิลปะการป้องกันตัวประเภทหนึ่งที่ถือกำเนิดจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีมาแต่ดึกดำบรรพ์ ปัจจุบันมีผู้นิยมฝึกหัดเล่น กันอย่างแพร่หลายไปทั่วโลก ยูโดเป็นรูปแบบของการป้องกันตัว เป็นศิลปะส่วนหนึ่งของชาวญี่ปุ่นที่มีการดัดแปลงปรับปรุงแก้ไขให้ทันสมัย นอกจากจะเป็นการฝึก เพื่อป้องกันตัวเองแล้วยังเป็นการบริหารร่างกายเพื่อให้ เกิดความแข็งแรง ฝึกสมาธิให้มั่นคง ผู้ฝึกจะได้รับประโยชน์ทั้งด้านร่างกาย และสมาธิด้านจิตใจอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการจู่โจมคู่ต่อสู้ หรือการตั้งรับ ยูโดมีชื่อเต็มว่า โคโดกัน ยูโด ( Kodokan Judo ) เดิมทีเดียวเรียกกันว่า ยูยิตสู ( Jiujitsu ) ซึ่งเป็นวิชาที่สามารถต่อสู้ กับคู่ต่อสู้ที่มีอาวุธ ด้วยมือเปล่าและเป็นการ ทำลายจุดอ่อนของคู่ต่อสู้

กีฬายูโด ในประเทศญี่ปุ่นมีการเล่น ยูยิตสู กันอย่างแพร่หลายมากญี่ปุ่นมีความเชื่อว่า ตนเองมีเชื้อสายมาจากเทพยดา เทพธิดา และเชื่อว่าตนเองเป็นลูกพระอาทิตย์ มีถิ่นที่อยู่บนเกาะใหญ่น้อยทั้งหลาย ราวๆ 3,000 – 4,000  เกาะ จากการที่อยู่อาศัยบนเกาะต่างๆ นี้เองจึงมีความคิดเห็นไม่ตรงกัน และไม่สามารถรวมกลุ่มกันได้ ทำให้เกิดการแย่งชิง อำนาจความเป็นใหญ่ ผู้ที่ได้รับชัยชนะก็พยายามซ่องสุมเสริมสร้างกำลังพลให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ผู้ที่พ่ายแพ้ก็พยายามที่จะรวบรวมสมัครพรรคพวกที่พ่ายแพ้ขึ้นใหม่เพื่อรอ จังหวะช่วงชิงอำนาจกลับคืนมา ในสมัยนั้นประเทศญี่ปุ่น มีแต่ความทารุณโหดร้าย นักรบของแต่ละเมืองจะได้รับการฝึกฝนศิลปะการต่อสู้ที่ใช้ในสงครามหลายชนิด และมีความชำนาญมาก เช่น การฟันดาบ การยิงธนู การใช้หอก ทวน หลาว การขี่ม้า และยูยิตสู ซึ่งเป็นการต่อสู้ที่ใช้มือเปล่าในระยะประชิดตัว ไม่สามารถที่จะใช้อาวุธได้ถนัด การต่อสู้แบบยูยิตสูมิได้มุ่งที่จะทำให้คู่ต่อสู้มีอันตรายถึงชีวิต แต่มีจุดประสงค์เพื่อให้คู่ต่อสู้ได้รับบาดเจ็บและยอมแพ้ ถ้าไม่ยอมแพ้ก็อาจทำให้พิการทุพพลภาพ โดยใช้วิธีจับมือหักข้อต่อส่วนต่างๆ ของร่างกาย

กีฬายูโด ในสมัยนั้น นักรบญี่ปุ่นจะต้องฝึกการต่อสู้วิชายูยิตสูทุกคน การฝึกต้องฝึกสมาธิ และฝึกกำลังใจให้บังเกิดความแข็งแรง ร่างกายแข็งแกร่ง ทุกคนจะต้องมีความตั้งใจในการฝึก มิฉะนั้นจะเป็นอันตรายได้ ยูยิตสูไม่มีความเมตตาปราณีใดๆ มิได้คำนึงถึงศีลธรรม จะคอยหาโอกาสซ้ำเติมคู่ต่อสู้ตลอดเวลา จึงทำให้อาจารย์ที่ตั้งสถานที่ฝึกอบรมวิชานี้ พยายามคิดค้นประดิษฐ์ท่าทางกลวิธีแตกต่างกันออกไปอย่างอิสระ สถานที่เปิดฝึกสอนหรือที่เรียกว่าโรงเรียนสำหรับสอนวิชายูยิตสูสมัยนั้นมี ประมาณ 20 แห่ง ซูโม่ ถือเป็นกีฬาอีกประเภทหนึ่งของญี่ปุ่นที่แพร่หลาย ซูโม่เป็นการต่อสู้ของคน 2 คน ใช้มือเปล่าและกำลังกายเข้าทำการต่อสู้กันมาแต่สมัยโบราณกว่า 2,500 ปีมาแล้ว นักประวัติศาสตร์ในวิชายูยิตสูได้สนใจซูโม่มาก จากหนังสือเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น ที่รวบรวมโดย Imperial Comm ชื่อนิฮอนโซกิ ( Nihon -Sho-Ki ) ในปี พ.ศ. 1263 กล่าวถึงการแข่งขันในสมัยของจักรพรรดิ์ ซุยนิน

กีฬายูโด ก่อนคริสต์ศักราช 230 ปี ( พ.ศ. 2313 ) ยืนยันว่าเป็นการเริ่มต้นของวิชาซูโม่ ซึ่งแปลว่าการต่อสู้โดยใช้กำลังเข้าประลองกัน การต่อสู้ตามหลักวิชาซูโม่ บางท่าจะตรงกับวิชายูยิตสู เช่น การใช้สะโพกเป็นกำลังบังคับขากวาดเหวี่ยงคู่ต่อสู้ให้เสียหลักล้มลงซึ่งท่า นี้วิชายูยิตสูเรียกว่า ฮาราย กุชิ ( Harai Gosh) เป็นการยืนยันว่าวิชาซูโม่มีความสัมพันธ์กับวิชายูยิตสูแน่นอน การพัฒนาวิชายูยิตสูเป็นวิชายูโด ตอนปลายสมัย เซนโกกุ ( Sengoku ) วิชายูยิตสูได้ถูกรวบรวมไว้เป็นแบบแผนอย่างมีระเบียบ โตกูกาวา ( Tokugawa ) เป็นตระกูลที่ทำการปราบปรามการกระด้างกระเดื่องบรรดาเจ้าผู้ครองนครตามหัว เมืองต่าง ๆ ให้สงบลงอย่างราบคาบและตั้งตนเป็นมหาอุปราชปกครองประเทศญี่ปุ่น เมื่อบ้านเมืองสงบสุข

วิชาการรบของพวก ซามูไร ที่ได้รับการศึกษาอบรมมา ติ้งปรับปรุงใหม่ให้เหมาะสม กับกาลสมัย คือนอกจาก การรบแล้วซามูไรต้องเรียนหนังสือ เพื่อที่จะศึกษาวิธีการปกครอง การอบรมจิตใจ ให้มีศีลธรรม มาเป็นการป้องกัน การต่อสู้ด้วยกำลังกาย และกำลังใจ อันประกอบด้วนคุณธรรม มีจรรยามายาท ที่สุภาพเรียบร้อยขึ้น เพื่อให้เหมาะสมกับสถานยูยิตสู ซึ่งหมายความถึง ศิลปะแห่งความสุภาพ จากการที่มีการปรับปรุง และการวางระเบียบ เกี่ยวกับบทบัญญัติ ทางศีลธรรมของนักรบ ให้รัดกุมนั้นเอง ทำให้ช่วง 50 ปีของสมัยกาไน บันจิ และคันม่ง ( Kanei Banji and Kanmon พ.ศ. 2167 – 2216 )   ก่อนคริสต์ศักราช 230  ปี ( พ.ศ. 23130 ) ยืนยันว่าเป็นการเริ่มต้นของวิชาซูโม่ ซึ่งแปลว่าการต่อสู้โดยใช้กำลังเข้าประลองกัน การต่อสู้ตามหลักวิชาซูโม่ บางท่าจะตรงกับวิชายูยิตสู เช่น การใช้สะโพกเป็นกำลังบังคับขากวาดเหวี่ยงคู่ต่อสู้ให้เสียหลักล้มลงซึ่งท่า นี้วิชายูยิตสูเรียกว่า ฮาราย กุชิ ( Harai Goshi  ) เป็นการยืนยันว่าวิชาซูโม่มีความสัมพันธ์กับวิชายูยิตสูแน่นอน การพัฒนาวิชายูยิตสูเป็นวิชายูโด ตอนปลายสมัย เซนโกกุ (  Sengoku ) วิชายูยิตสูได้ถูกรวบรวมไว้เป็นแบบแผนอย่างมีระเบียบ โตกูกาวา ( Tokugawa ) เป็นตระกูลที่ทำการปราบปรามการกระด้างกระเดื่องบรรดาเจ้าผู้ครองนครตามหัว เมืองต่าง ๆ ให้สงบลงอย่างราบคาบและตั้งตนเป็นมหาอุปราชปกครองประเทศญี่ปุ่น เมื่อบ้านเมืองสงบสุข

กีฬายูโด ( Judo ) เป็นศิลปะการป้องกันตัวประเภทหนึ่งที่ถือกำเนิดจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีมาแต่ดึกดำบรรพ์ ปัจจุบันมีผู้นิยมฝึกหัดเล่น กันอย่างแพร่หลายไปทั่วโลก ยูโดเป็นรูปแบบของการป้องกันตัว เป็นศิลปะส่วนหนึ่งของชาวญี่ปุ่นที่มีการดัดแปลงปรับปรุงแก้ไขให้ทันสมัย นอกจากจะเป็นการฝึก เพื่อป้องกันตัวเองแล้วยังเป็นการบริหารร่างกายเพื่อให้ เกิดความแข็งแรง ฝึกสมาธิให้มั่นคง ผู้ฝึกจะได้รับประโยชน์ทั้งด้านร่างกาย และสมาธิด้านจิตใจอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการจู่โจมคู่ต่อสู้ หรือการตั้งรับ ยูโดมีชื่อเต็มว่า โคโดกัน ยูโด ( Kodokan Judo ) เดิมทีเดียวเรียกกันว่า ยูยิตสู ( Jiujitsu ) ซึ่งเป็นวิชาที่สามารถต่อสู้ กับคู่ต่อสู้ที่มีอาวุธ ด้วยมือเปล่าและเป็นการ ทำลายจุดอ่อนของคู่ต่อสู้

กีฬายูโด ในประเทศญี่ปุ่นมีการเล่น ยูยิตสู กันอย่างแพร่หลายมากญี่ปุ่นมีความเชื่อว่า ตนเองมีเชื้อสายมาจากเทพยดา เทพธิดา และเชื่อว่าตนเองเป็นลูกพระอาทิตย์ มีถิ่นที่อยู่บนเกาะใหญ่น้อยทั้งหลาย ราวๆ 3,000 – 4,000  เกาะ จากการที่อยู่อาศัยบนเกาะต่างๆ นี้เองจึงมีความคิดเห็นไม่ตรงกัน และไม่สามารถรวมกลุ่มกันได้ ทำให้เกิดการแย่งชิง อำนาจความเป็นใหญ่ ผู้ที่ได้รับชัยชนะก็พยายามซ่องสุมเสริมสร้างกำลังพลให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ผู้ที่พ่ายแพ้ก็พยายามที่จะรวบรวมสมัครพรรคพวกที่พ่ายแพ้ขึ้นใหม่เพื่อรอ จังหวะช่วงชิงอำนาจกลับคืนมา ในสมัยนั้นประเทศญี่ปุ่น มีแต่ความทารุณโหดร้าย นักรบของแต่ละเมืองจะได้รับการฝึกฝนศิลปะการต่อสู้ที่ใช้ในสงครามหลายชนิด และมีความชำนาญมาก เช่น การฟันดาบ การยิงธนู การใช้หอก ทวน หลาว การขี่ม้า และยูยิตสู ซึ่งเป็นการต่อสู้ที่ใช้มือเปล่าในระยะประชิดตัว ไม่สามารถที่จะใช้อาวุธได้ถนัด การต่อสู้แบบยูยิตสูมิได้มุ่งที่จะทำให้คู่ต่อสู้มีอันตรายถึงชีวิต แต่มีจุดประสงค์เพื่อให้คู่ต่อสู้ได้รับบาดเจ็บและยอมแพ้ ถ้าไม่ยอมแพ้ก็อาจทำให้พิการทุพพลภาพ โดยใช้วิธีจับมือหักข้อต่อส่วนต่างๆ ของร่างกาย

กีฬายูโด ในสมัยนั้น นักรบญี่ปุ่นจะต้องฝึกการต่อสู้วิชายูยิตสูทุกคน การฝึกต้องฝึกสมาธิ และฝึกกำลังใจให้บังเกิดความแข็งแรง ร่างกายแข็งแกร่ง ทุกคนจะต้องมีความตั้งใจในการฝึก มิฉะนั้นจะเป็นอันตรายได้ ยูยิตสูไม่มีความเมตตาปราณีใดๆ มิได้คำนึงถึงศีลธรรม จะคอยหาโอกาสซ้ำเติมคู่ต่อสู้ตลอดเวลา จึงทำให้อาจารย์ที่ตั้งสถานที่ฝึกอบรมวิชานี้ พยายามคิดค้นประดิษฐ์ท่าทางกลวิธีแตกต่างกันออกไปอย่างอิสระ สถานที่เปิดฝึกสอนหรือที่เรียกว่าโรงเรียนสำหรับสอนวิชายูยิตสูสมัยนั้นมี ประมาณ 20 แห่ง ซูโม่ ถือเป็นกีฬาอีกประเภทหนึ่งของญี่ปุ่นที่แพร่หลาย ซูโม่เป็นการต่อสู้ของคน 2 คน ใช้มือเปล่าและกำลังกายเข้าทำการต่อสู้กันมาแต่สมัยโบราณกว่า 2,500 ปีมาแล้ว นักประวัติศาสตร์ในวิชายูยิตสูได้สนใจซูโม่มาก จากหนังสือเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น ที่รวบรวมโดย Imperial Comm ชื่อนิฮอนโซกิ ( Nihon -Sho-Ki ) ในปี พ.ศ. 1263 กล่าวถึงการแข่งขันในสมัยของจักรพรรดิ์ ซุยนิน

กีฬายูโด ก่อนคริสต์ศักราช 230 ปี ( พ.ศ. 2313 ) ยืนยันว่าเป็นการเริ่มต้นของวิชาซูโม่ ซึ่งแปลว่าการต่อสู้โดยใช้กำลังเข้าประลองกัน การต่อสู้ตามหลักวิชาซูโม่ บางท่าจะตรงกับวิชายูยิตสู เช่น การใช้สะโพกเป็นกำลังบังคับขากวาดเหวี่ยงคู่ต่อสู้ให้เสียหลักล้มลงซึ่งท่า นี้วิชายูยิตสูเรียกว่า ฮาราย กุชิ ( Harai Gosh) เป็นการยืนยันว่าวิชาซูโม่มีความสัมพันธ์กับวิชายูยิตสูแน่นอน การพัฒนาวิชายูยิตสูเป็นวิชายูโด ตอนปลายสมัย เซนโกกุ ( Sengoku ) วิชายูยิตสูได้ถูกรวบรวมไว้เป็นแบบแผนอย่างมีระเบียบ โตกูกาวา ( Tokugawa ) เป็นตระกูลที่ทำการปราบปรามการกระด้างกระเดื่องบรรดาเจ้าผู้ครองนครตามหัว เมืองต่าง ๆ ให้สงบลงอย่างราบคาบและตั้งตนเป็นมหาอุปราชปกครองประเทศญี่ปุ่น เมื่อบ้านเมืองสงบสุข

ประวัติคาราเต้

ประวัติคาราเต้ สมัยคริสต์ศตวรรษที่ 14 โอะกินะวะได้มีการติดต่อการค้ากับทางจีนแผ่นดินใหญ่ที่มีมานานมากตั่งแต่สมัยอดีตในขนะนั้นได้มีการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม วิชาการควบคุมรู้แขนงต่างๆ รวมถึงศิลปะการป้องกันตัว โอะกินะวะได้มีศิลปะการต่อสู้ประจำอยู่แล้ว และได้ผสมผสานกับทักษะที่ได้รับมาจากจีนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งก็คือ มวยใต้ จนสามารถเรียกได้ว่าญีปุ่นเป็นต้นกำเนิด

ประวัติคาราเต้ สมัยคริสต์ศตวรรษที่ 14 โอะกินะวะได้มีการติดต่อการค้ากับทางจีนแผ่นดินใหญ่ที่มีมานานมากตั่งแต่สมัยอดีตในขนะนั้นได้มีการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม วิชาการควบคุมรู้แขนงต่างๆ รวมถึงศิลปะการป้องกันตัว โอะกินะวะได้มีศิลปะการต่อสู้ประจำอยู่แล้ว และได้ผสมผสานกับทักษะที่ได้รับมาจากจีนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งก็คือ มวยใต้ จนสามารถเรียกได้ว่าญีปุ่นเป็นต้นกำเนิด

ของคาราเต้ โดยโอะกินาวะจะเรียนศิลปะป้องกันตัวของตนเองว่า โทเต้ ในภาษาโอะกินะวะ หรือในภาษาญีปุ่นจะเรียกว่า โอะกินะวะเต้ โดย โอะกินะวะเต้ จะมีวิชาที่สามารถแยกเป็นจุดเด่นของแต่ละสำนัก หลักๆ ได้แก่ 3 สำนักหลัก ซึ่งชื่อสำนักได้ตั้งตามชื่อเมืองใหญ่ที่วิชานั้นๆ อาศัยอยู่ได้แก ชูริเต้ นาฮาเต้ และ โทมาริเต้

ชูริเต้ มวยแห่งเมืองชูริ

โซคอน มัทสุมูระ ผู้เชี่ยวชาญแห่งชูริเต้ได้เดินทางไปจีนเพื่อศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมความรู้ของตนและนำกลับมาพัฒนาชูริเต้ ความรุ้ใหม่ที่โชคอนนำมาก็คือ ทักษะของมวยสิงอี้ฉวน ต่อมา โชกิ โมโตบุ ผู้เชี่ยวชาญแห่งชูริเต้ ได้แลกเปลี่ยนความรู้กับ ผู้สืบทอดวิชาสิงอี้ และปากั้วซึ่งอพยพมาอยู่ที่โอะกินะวะ

ต่อมาปี 1992 ฟูนาโกชิ กิชิน ลูกศิษย์ของ อังโก อิโคสึ แห่งชูริเต้ ไดพัฒนาคาราเต้ และ เผยแพร่เข้าสู่ญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการที่โตเกียว โดยได้รับการสนับสนุน จิกาโร่ คาโน ผู้ก่อตั้งยุโดโคโดกัน และต่อมา บรรดาศิษย์ของฟูนาโกชิ ได้เรียกรูปแบบการสอนของฟูนาโกชิว่า โชโด ตามนามปากกาของท่าน และได้เรียกโรงฝึกปห่งแรกของท่านนามว่า โชโดกัน

นาฮาเต้ มวยแห่งเมือนนาฮา

คันเรียว ฮิกาอนนะ ลูกศิษย์ของ อาราคากิ เซน์โช ผุ้เชี่ยวชาญนาฮาเต้ ได้เดินทางสู่ฟูเจี้ยนเพื่อหาประสบการณ์และศึกษาวิชาการต่อสู้ของจีน ได้เรียนกับ เซี่ยจงเสียง หรืออีกชื่อหนึ่ง ริวริวโก ผู้เชี่ยวชาญมวยกระเรียนหมิงเฮ่อฉวน และเดินทางกลับมาพัฒนา นาฮาเต้ ต่อมา โชจุน มิยากิ ผู้สืบทอดนาฮาเต้ของคันเรียว ได้เปลี่ยนชื่อสำนักนาฮาเต้เป็น โกจูริวคาราเต้ เพื่อพัฒนาให้ทันสมัย และได้เข้ามาในญีปุ่นและเริ่มทำการสอนคาราเต้ แต่เดิมสอนอยู่ในโอกินะวะ เป็นเวลาไม่นานนักหลังจากฟูนาโกชิ แห่งโชโตกัน

หลังจากที่ มยากิ ได้ทำการสอนในญีปุ่นและโอกินะวะท่านได้ตัดสินใจเดินทาง ไปยังประเทสจีนแผ่นดินใหญ่เพื่อกราบเซี่ยจงเสียงเป็รอาจารย์ ศึกศาในด้านของมวยจีนตามแบบอาจารย์ของตน และได้กลับมาญีปุ่น อีกครั้ง เพื่อเรียบเรียงตำราการฝึกสอนของสำนักโกจูริวขึ้นใหม่ ให้เหมาะสมกับที่ท่านได้เรียนรู้มา

ปัจจุบัน ประวัติคาราเต้ ส่วนนี้มีประเด็นถกเถียงกันว่า เซี่ยขงเสียง กับ ริวริวโก เป็นคนละคนกัน เนื่องจากบันทึกของ มิยากิโชจุน กล่าวไว้ว่า ตอนที่เดินทางไปฟุเจี้ยนกราบ ริวริวโก เป็นอาจารย์ถึงได้ทราบว่า ริวริวโกเสียชีวิตไปแล้ว จนได้กราบ เซี่ยจงเสียงเป็นอาจารย์แทน ขณะนั้น เซี่ยจงเสียงได้รับสมญานามว่า หรูเกอ หรือ ริวโก ซึ่งแปลว่าเหมือนดังชื่อพี่ชาย หรือเหมือนดั่งครู ไม่ไช้หรูหรูเกอ หรือ ริวริวโกและจากประวัติที่ คันเรียว ฮิกาอนนะไปกราบ ริวริวโกเป็นเป็นอาจารย์ ขณะนั้น เซี่ยจงเสียงยังเป็นเพียวเด็กอายุ 13 ปี คันเรียว ฮิกาอนนะ อายุมากกว่า เซี่ยจงเสียง 1 ปี ซึ่งในขณะนั้น ริวริวโกได้รับ นากาอิมะ โนริชาโด ผู้ก่อตั้งสำนักริวเอริวเป็นศิษย์มานานกว่า 10 ปีแล้ว

ในขณะที่ มิยากิ เดินทางไปจีนแผ่นดินใหญ่ หนึ่งในนักเรียนที่ดีที่สุดของ มิยากิ ที่รู้จักกันดีในญีปุ่นก็คือ โกเกน ยามากูจิ ฉายา The cat ผู้ได้รับสายดำระดับ 10 ดั้งจากมิยากิ ได้ทำหารสอนต่อไปในญีปุ่น โดยยึดหลักการสอนแบบดั่งเดิมที่ได้เรียนรู้มาจากมิยากิ ก่อนที่จะไปศึกษาต่อที่จีน

ความหมายคำว่า คาราเต้

คำว่า คาราเต้ เดิมทีมาจากการอ่านออกเสียงแบบชาวโอกินะวะ ตัว คารา ในภาษาจีน หมายถึง ประเทศจีน หรือ ราชวงค์ถัง ส่วนเต้ หมายถึงมือ คาราเต้ หมายความว่า ฝ่ามือจีน หรือ ฝ่ามือราชวงศ์ถัง หรือ กำปั้นจีน หรือ ทักษะการต่อสู้แบบจีน ในรูปแบบการเขียนแบบนี้ ฝ่ามือราชวงศ์ถัง จึงกมายถึง การต่อยมวยแบบถัง หรือ ฝ่ามือจีน ก็บ่งบอกถึง อิทธิพลที่รับมาจากลักษณะการต่อสู้ของชาวจีน ในปี 1933 หลังจากสงค์ครามระหว่างจีน กับ ญีปุ่นครั้งที่ 2 กิชิน ฟุนาโคชิ ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะ บิดาแห่งคาราเต้สมัยใหม่ ได้เปลี้ยนตัวอักษร คารา ไปเป็นตัวอักษรที่มีเสียงเหทือนกันแต่มีความหมายว่า ความว่างเปล่า แทน

เมื่อปี 1936 หนังสือเล่มที่สองของฟุนาโคชิใข้ตัวอักษร คารา ที่มีความหมายว่าความว่างเปล่า และในการชุมนุมบรรดาอาจารย๋ชาวโอกินะวะก็ใช้ตัวอักษรเดียวกัน ตั่งแต่นั้นมาคำว่า คาราเต้ ซึ่งออกเสียงเหมือนแต่ ใช้ตัวอักษรใหม่ จึงหมายถึง มือเปล่า

คำว่า มือเปล่า ไม้เพียงแต่นักคาราเต้จะต่อสู้โดยปราศจากอาวุต แล้ว ยังซ่อนความหายตามความเชื่อแบบเซ้นไว้ด้วย เพราะด้วยวิธีปห่งเซ็นการพัฒนาความสามารถ และศิลปะของแต่ละบุคคล จะต้องทำจิตใจให้ว่างเปล่าละเว้นจากความปรารถนา ความมีทิฐิและกิเลสต่างๆ

คาราเต้แปลว่า วิธีทาง ลู่ทาง ศาสตร์ อีกทั้งยังหมายถึงปรัชญาเต๋าอีกด้วย โดย เป็นคำต่อท้ายสำหลับศิลปะการต่อสู้หลายชนิด ให้ความหมายว่านอกจากศิลปะเหล่า นั้นจะเป็นทักษะแล้ว ยังต้องมีพื้นฐานของจิตวิญญานอยุ่ด้วย สำหลับความหมายที่เกี่ยวข้องกับศิลปะการต่อสุ้ อาจจะแปลได้ว่า วิธีแห่ง เช่น ในไอคิโด ยูโด เคนโด ดังนั้น คาราเต้โด จึงหมายถึง วิธีแห่งมือเปล่า

  • โด อาจมองได้ 2 แบบ คือ แบบปรัชญา และแบบกีฬา
  • โด แบบปรัชญา ด้วยคสามหมายที่แปลว่า วิถีทาง และเป็นชื่อศาสนาเต๋าของศาสดาเหล่าจื๊อซึ่งมีอิธิพลอย่างมากในด้านปรัชญาพุทธศาสนานิกายเซนของญีปุ่น การตีความหมายคำนี้จึง
  • อาจมองได้ว่า วิถีทางการดำเนินชีวิต จิตวิญญาณของนักคาราเต้ เป็นต้น ซึ่งนักคาราเต้บางท่าน อาจใข้ คาราเต้เป็นวิธี แห่งการเข้าถึง จิตวิญญาณแห่งธรรมชาติ เต๋า เซน ได้ ดังนั้น คำว่า โด ของแต่ละคนจะไม่เหมือนกันเพราะแต่ละคนจะมีวิธีการในการเดินแตกต่างกัน
  • โด แบบกีฬา จริงๆ ในปัจจุบันเราเห็นได้ว่าท้ะงคำว่า คาราเต้ และคาราเต้โด ทำไมต้องเพิ่มคำว่า โด เริ่มใช้ครั้งแรกในศิลปะการป้องกันตัว ยูโด โดยปรมาจารย์จิก่โร คาโน แห่งโคโคกันยูโด เพื่อเปลี่ยนแปลงและแบ่งแยกวิชาใหม่ โดยแยกตัวออกจากวิชา ยูยิทสุ ซึ่งยูโดได้
  • ตัดทอนกระบวนท่าที่อันตรายออกไป เพื่อการฝึกฝน ได้อย่างเต็มที่ และสามารถจัดการแข่งขันได้ คาราเต้แต่เดิมไม่มีคำว่าโด

กีฬาโบว์ลิ่ง

กีาโบว์ลิ่ง เป็นอีกหนึ่ง ชนิดกี่ฬาในร่มที่ๆกได้รับความสนใจ จากทั่วทุกมุมโลก และกีฬาที่มี ประวัติอันยาวนมากกว่า 5000 ปี ซึกจาดหลักฐานพบว่า ชาวอียิปต์ โบราณ ได้มีการ เล่นกีฬาชนิดหนึ่ง โดยใช้ลูกหินกลมๆ กลิ้งไปทอยแก่นไม้ให้ล้ม ซึ่งมีลักษณะ รูปแบบการดล่นคล้ายกับ โบว์ลิ่งในยุคปัจจุบัน

กีฬาโบว์ลิ่ง ขณะที่ในเยรมนีปราฏก หลักฐานว่าเป็นแหงล่งกำเนิด ของกีฬาโบว์ลิ่ง เพราะเมื่อช่วงปี ค.ศ. 300 มีการเล่นกีฬาชนิดหนึ่ง ที่เรียกว่า เคเกล ( Kegel ) ซึ่งเป็นกีฬา ส่วนหนึ่งของพิธีกรรมทางศาสนา โดยนักบวชจะโยน ลูกบอลให้กลิ้งไปบนทางเดินของโบสถ์ เพื่อเสี่ยงทาย ต่อมา มาร์ติน ลูเทอร์ ผู้ก่อตั้งนิกายปรเตสแตนต์ในศาสนาคริสต์ นักเล่นเคเกลคนสำคัญ ครหนึ่งในช่วงศตวรรษที่ 15

กีฬาโบว์ลิ่ง มีบทบาทในการวางกฏเกณฑ์ การเล่นดังกล่าว ว่าจะต้องมี 9 พินซึ่งนั้นทำให้เคเกลเป็นที่นิยมอย่างมาก ในหลายประเทศ ของยุโรป เช่น ในอังกฤษมีการดัดแปลง กีฬาทอยแก่น ไปเล่นบนสนามหญ้า เรียกว่าลอนโบว์ลิ่ง ( Lawn Bowling ) นอกจากนี้เมื่อคนยุโรป อพยพไปตั้งถิ่นกำเนิด ในอเมริกา ก็ได้นำเอากีฬาชนิดนี้เข้าไปเล่น ด้วยจนพัฒนา รูปแบบมาเป็นกีฬาโบว์ลิ่ง

กีฬาโบว์ลิ่ง ในช่วงยุคแรกๆนิยมเล่นทอยแก่นกัน ในที่โล่งแจ้ง แต่เรื้อยมาจนถึงช่วงปี 2166 ได้มีการสร้างสถานที่สำหรับ เล่นกีฬาดังกล่าว ขึ้นเป็นครั้งแรก และถือเป็นจุดเปลี่ยน ครั้งสำคัญที่ถูกนำมาเล่นในที่ร่ม นอกจากนี้แก่นไม้หรือพินก็ได้ถูกเพิ่มขึ้นมาจากเดิมอีก 1 รวมเป็น 10 พิน จึงเรียกว่า โบว์ลิ่ง ขณะทีก่อนหน้าน้ 9 พิน ก็คือการเล่นเคเกล นั้นเอง

นอกจากนี้ยังพบหลักฐาน ชาวโปลิเนเซียน ที่มีอารยธรรม เก่าแก่โบราณ และอาศัยอยู่ ตามเกาะต่างๆ ในมหาสมุทร แปซิฟิก ก็มีการเล่นอูลาไมกา ( Ula Maika ) โดยกลิ้งก้อนหิน ไปให้ถูกเป้า ซึ่งตั้งอยู่ห่างออกไป 60 ฟุต เท่ากับระยะจากเส้นฟาวล์ถึงพินหนึ่งของโบว์ลิ่ง ในปัจจุบันพอดี

กีฬาโบว์ลิ่ง ได้ถูกบบรจุ ครั้งแรกในการแข่งขัน กีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 8 ซึ่งจัด ขึ้นที่ กรุงเทพมหานคร และในการแข่งขัน กีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 18  ปีนี้ ที่ประเทศอินโดนีเซีย กีฬาโบว์ลิ่ง จะแข่งขันกันระหว่าง วันที่ 22 – 27 สิงหาคม พ.ศ. 2561 ที่เจเอสซี โบว์ลิ่ง  เซนเตอร์ เมืองปาเล็มบัง  การแข่งขัน โบว์ลิ่ง ในศึกเอเชียนเกมส์ มีทั้งหมด 6 ประเภท แบ่งเป็นประเภทชาย 3 ประเภท ประเภทหญิง 3 ประเภท ได้แก่ Trios ชาย Trios หญิง ทีมชาย ทีมหญิง Masters ชาย Masters หญิง

การแข่งขันแบบ Trios ( ผู้เล่น 3 คนต่อทีม)

  • แต่ละประเทศ ( หรือสมาพันธ์ ) ส่งเข้าแข่งขัน ได้สูงสุด 2 Trios
  • ผู้เล่นแต่ละคน จะเล่นทั้งหมด 6 เกม
  • แต่ละเกมส์จะเล่นสลับ เล่นคู่กันไปตลอด
  • คะแนนรวมคิดตาม จำนวนพินที่ล้ม ทั้ง 18 เกมส์ จะเป็นตัวตัดสิน ผู้ชนะอันดับ 1 – 2 – 3
  • หากมีคะแนน เสมอกัน เหรียญรางวัล จะมอบให้ใน ลักษณะ ผู้ได้รับรางวัลร่วมกัน หรือผู้ชนะร่วม
  • ทีมที่แข่งไม่จบสามารถ ฟอร์มทีมเพื่อ โยนใหม่ให้จบ เพื่อนับคะแนน รวมพิจารณา เข้าไปแข่งขัน รอบ Master Final

การแข่งขันแบบทีม

  • แต่ละประเทศ ( หรือสหพันธ์ ) ส่งเข้าแข่งขันได้ 1 ทีม ผู้เล่น 6 คน
  • ผู้เล่นแต่ละคน จะเล่นทั้งหมด 6 เกมส์
  • แต่ละทีม จะถูกกำหนด เล่นให้เล่น ในแต่ละเกมส์จะโยนสลับเลน กันไป มา จนจบ
  • คะแนนรวม คิดตามจำนวน พินที่ล้มทั้ง 36 เกมส์ จะเป็นตัวตัดสิน ผู้ชะอันดับที่ 1 – 2 – 3
  • หากมีคะแนนเสมอกัน เหรียญรางวัลจะมอบให้ ในลักษณะ ผู้ได้รับรางวัลร่วม หรือผู้ชนะร่วม
  • ไม่สามารถ เปลี่ยนตัวผู้เล่น ได้ในระหว่างการแข่งขัน
  • ทีมที่เล่นไม่จบ สามารถฟอร์มทีม เพื่อโยนให้จบ เพื่อนับคะแนน รวมพิจารณา ข้าไปแข่งขันรอบ Master Finai

การแข่งขันแบบ Masters

  • ผู้เข้าแข่งขัน 16 คน ที่มีคะแนน รวมสูงสุด เรียงลำดับ ตามผลคะแนน การแข่งขันทั้ง 12 เกม ที่แข่งในประเภท Trios และทีม จะผ่านเข้าไปแข่งขัน ประเภท Masters
  • แต่ละประเทศ ( หรือสหพันธ์ ) ส่งนักกีฬาเข้า แข่งขันได้สูงสุด 2 คน
  • คะแนนที่ได้จาก การแข่งประเภท Trios และทีมจะตัดทิ้งไม่นำมารวมในรอบ Masters
  • ผู้เล่นแต่ละคนจะโยน 15 เกมส์ และเป็นการแข่งขันแบบ Match Play ตามตารางที่คณะกรรมการจัด นอกจากนั้น ต้องแข่ง Final Mastch เพื่อจัดอันดับ อีก 1 ครั้ง ทำให้ต้องเล่น ทั้งหมด 16 เกม
  • การจัดตำแหน่งดำเนิน การด้วยวิธีจับสลาก ( หากเป็นไปได้ ผู้ข้าแข็งขัน จากประเทศเดียวกัน จะถูกจัดตาราง ให้แข่งขันกันในช่วง 8 เกมแรก ) อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการ ด้านเทคนิค จะจัดลำดับ ของผู้เล่นจากประเทศเดียวกัน เพื่อให้แน่ใจว่าจะได้แข่งขันกันใน 8 เกมแรก เท่านั้น
  • การแสดงลำดับคะแนนที่กำลังแข่งขัน จะอยู่บนพื้นฐาน ของคะแนนที่ได้จากพินที่ล้ม ในแต่ละแมตช์ รวมกับโบนัส 10 คะแนน กรณีที่ชนะ แต่ละแมตช์ ในกรณี ที่คะแนนเสมอกัน ในแมตช์ จะได้โบนัสคนละ 5 คะแนน

เอเชียนเกมส์

เอเชียนเกมส์ เป้นมหกรรมกีฬาที่ใหญ่ที่สุดของทวีปอเชีย โดยจะจัดการแข่งขันทุกๆ 4 ปี กีฬาถือกำเนิดมาจากการแข่งขันกีฬา แชมเปี้ยนแห่งภาคตะวันออกไกล โดยบุคคนกลุ่มหนึ่งในภาคพื้นเอเชีย แต่การแข่งขันก็ได้เลิกราไปด้วยสภาพปัญหาทางการเมืองและเศรษฐกิจในขณะนั้น

เอเชียนเกมส์ เป้นมหกรรมกีฬาที่ใหญ่ที่สุดของทวีปอเชีย โดยจะจัดการแข่งขันทุกๆ 4 ปี กีฬาถือกำเนิดมาจากการแข่งขันกีฬา แชมเปี้ยนแห่งภาคตะวันออกไกล โดยบุคคนกลุ่มหนึ่งในภาคพื้นเอเชีย แต่การแข่งขันก็ได้เลิกราไปด้วยสภาพปัญหาทางการเมืองและเศรษฐกิจในขณะนั้น

ต่อมาปี พ.ศ 2490 การแข่งขันกีฬาระหว่าประเทศในภาคพื้นเอเชียก็ได้เกิดขึ้นภายไต้ชื่อของการแช่งขันว่าอเซียนเกมส์ ซึ่งเป็นความคิดริเริ่มของ ตร.จี.ดี สนธิ คณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศอินเดีย ทั้งนี้โดยมีความเห็นว่า จากการแช่งขันกีฬาโอลิมปิกทุกครั้งที่ผ่านมา ประเทศในแถบเอเชียมีโอกาศเข้าร่วมการแข่งขันน้อยมากเนื่อจากนักกีฬาเอเชียมีความเสียเปรียบนักกีฬาจากประเทศยุโรปและออเมริกา ไม่ว่าจะเป็นรูปร่างหรือมาตรฐานการกีฬา จึงคิดที่จะยกระดับมาตรฐานการกีฬาของประเทศในกลุ่มฃียไห้ได้มาตรฐานทัดเยมกับนักกีฬาในกลุ่มประเทศยุโรปและอเมริกา

โดยเฉพาะประการสำคัญที่สุดคือ สานสสัมพันธ์อันดีระหว่าประเทศในภาคพื้นเอเชีย เนื่องจากในช่วงเวลานั้นประเทศในกลุ่มเอเชียหลายประเทศ มีความแตกจ่างกันในทางเศราฐกิจและความคคิดเห็นทางการเมือง

กระทั่งเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2491 จึงสามารถจัดตั่ง สหพันธ์ก๊ฬาแห่งเอเชีย ได้ด้วยความร่วมมือกันของ  อินเดีย จีน เกาหลี พม่า ฟิลิปินส์ และ ศรีลังกา ตามมาด้วยประเทศกล่มเอเชียอื่นๆ อีกในปี พ.ศ. 2492 จนประเทศไทยได้เข้าร่วมสังเกตการณ์เป็นครั้งแรก เชียนเกมส์ จึงถทอกำเนิดขึ้น อย่างเป็นทางการนับ แต่นั้นเป็นต้น มา พร้อมกับกำหนดการ แช่งชันทุก 4 ปี ในช่วงกึ่งกลางของกีฬาโอลิมปิก โดยให้ทุกประเทศ ผลัดกันเป็นเจ้าภาพตามลำดับตัวอัการ และถึงแม้ไทยจะเข้าร่วมเป็ นสนมาชิกช้ากว่าประเทสอื่น ๆ แต่ก็น่าภูมิใจม่น้อยที่ไทยได้รับเลือกให้เป็น เจ้าภาพมากที่สุดถึง 4 ครั้งจากการจัดการแข่งขันทั้งหมด 17 ครั้งที่ผ่านมา

ทั้งนี้ตลอดการแข่งขันที่จัดมา 17 ครั้งที่ผ่านมามีเพียงแค่ 2 ประเทศเท่านั้นที่ได้คลองความเป็นเจ้าเหลียญทองโดย ญีปุ่น ได้เจ้าเหลียญทองในครั้งที่ 1-8 ส่วน ตั้งแต่เอเชียนเกมส์ครั้งที่ 9 มาจนถึงครั้งล่าสุด ครั้งที่ 18 ประดทศ จีน ครองความเป็นเลิศในการยึดบัลลังเจ้าเหลียญทองมาโดยตลอด

เอเชียนเกมส์ครั้งที่ 18

กีฬาเอชียนเกมส์ 2018 ที่ประเทศอินโดนิเซีย รับกน้าสื่อเป็นเจ้าภาพจะแช่งชีนในระหว่างวันที่ 18 สิงหาคม ไปจนถึง 2 กันยายน พ.ศ. 2561 โดยเป็นการแข่งขันกาเชียนเกมส์ครั้งที่ 18

ชื่อที่เป็นทางการ กีฬาเชียนเกมส์ครี้งที่ 18 หรือเป็นที่รู้จักในชื่อ จสกสร์ต ปาเล็มบัง 2018 เป็นมหกรรม กีฬานานาชาติที่สำคัญ ที่สุดในทวีปเอเชีย ควบคุมโดยสภาโอลิมปิกแห่ง เอเชีย ซึ่งจัดขึ้นในกรึงจาการ์ตา และเมือง ปาเล็มบังยะ ประเทศ อินโดนี้ซีย ได้รับเกียจเป็นเจ้าภาพกีฬาเอเชียนเกมส์อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ.2557 ในการประชุมสามัญแห่งสภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย สมัยที่ 33 ณ เมืองอินช็อน ประเทศเกาหลีใต้ กรุงจาการืตาเคยเป็นเจ้าภาพมา 1 ครั้ง คือ กีฬาเชียนเกมส์ 1962 ซึ่งครั้งนี้กรุงจาการ์ตา เป็นเมืองที่ 3 ที่ได้การแข่งขันกีฬาเชียนเกมส์มากกว่า 1 ครั้ง และเมืองที่อยู่นอกเขตเมืองหลวง เมืองที่ 5 ที่ได้จัดการแข่งขันเอเชียนเกมส๋

สัญลักษณ์การแข่งขัน

สัญลักษณ์ประจำการแข่งขันเชียนเกมส์ 2018 (โลโก้) ได้ถูกเปิดเผยครั้งแรกในวันที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2558 ระหว่างการเฉลิมฉลองวันกีฬาแห่งชาติ สัญลักษณ์แบบแรกมีลักษณะคล้ายกับ นกปักษาสวรรค์ ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่พบได้ยาก ในประเทศอินโดนีเซีย

จำนวนกีฬาที่แข่งขันจะกำหนดให้ลดน้อยลง เหลือเพียง 35 ชนิดในการแข่งขันครั้งที่ 17 ซึ่งจะจัดขึ้นที่นครอินช็อนของเกาหลีใต้ และคราวนี้ จะ เป็นครั้งสุดท้ายที่การแข่งขันจะจัดขึ้นตามระยะเวลาเดิม เมื่อ โอซีเอผลักดันให้การแข่งขันครั้งถัดไป เกิดขึ้นก่อนกีฬาโอลิมปิกเพียงหนึ่งปี จึงหมายความว่าเอเชียนเกมส์ครั้งที่ 18 ซึ่งตามปกติจะมีกำหนดจัดในปี พ.ศ. 2561 ( ค.ศ. 2018 ) จะผลักดันไปเป็น พ.ศ. 2562 ( ค.ศ. 2019 )

ในปัจุบันได้มีการยุติการเปลี่ยนระยะเวลา จัดการแข่งขันออกไป จากที่จะจัดการแข่งขันก่อนโอลิมปิกเกมส์เพียงหนึ่งปีเป็น จัดการแข่งขัน ตามระยะเวลาเดิม เนื่องจากประเทศ อินโดนีเซียซึ่งเป็นเจ้าภาพเชียนเกมส์ครั้งที่ 18 ไม่สามารถที่จะจัดภายในปีค.ศ. 2019 ได้ ซึ่งในปีค.ศ. 2019 นั้นได้มีการจัดการเลือกตั้งประธานธิบดีของประเทศอินโดนีเซีย จึงจัดภายในปีค.ศ. 2018 ตามระยะเวลาเดิมแทน

ในเดือนมกราคม 2559 คณะกรรมการ จัดการแข่งขันได้ยกเลิกสัญลักษณ์แบบแรกไป หลังจากถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ในเรื่องความทันสมัย และลักษณะของสัญลักษณ์ ซึ่งคณะกรรมการจัดการแข่งขัน ได้เปิดการแข่งขันเพื่อออกแบบสัญลักษณ์ใหม่ ภายใต้คำขวัญ “Energy of Asia” และได้ประกาศรางวัลชนะเลิศเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

โดยสัญลักษณ์แบบใหม่ได้แรงบันดาลใจจาก หลังคาของสนามกีฬาเกลอรา บังการ์โน ส่วนสัญลักษณ์นำโชคใหม่ ได้แรงบันดาลใจจากสัตว์ที่หาพบได้ในประเทศ อินโดนีเซีย อาทิ นกปักษาสวรรค์ (“Bhin Bhin”), กวางบาวีน (“Atung”) และแรดชวา (“Kala”)

ผลงานนักกีฬาไทยในเชียนเกมส์ที่ผ่านมา

กีฬา เอเชียนเกมส์ 2014 ประเทศเกาหลีใต้ อินชอนเกมส์ เมื่อ 4 ปีที่แล้ว ทัพกีฬาจากแดนมังกรประเทศจีน ประกาศศักดา คว้าเจ้าเหลียญทองแบบม้วนเดีนวจบ โดยทำไปได้ถึง 151 เหลีญทอง

ส่วนผลงานนักกีฬาไทย ดีกว่าครั้งก่อนที่กว่างโจว เป็นเจ้าภาพ เมื่อปี 2010 อยู่ 1 เหรีญทอง ซึ่งถือว่า 12 เหรียญทอง 7 เหรียญเงิน และ 28 เหรียญทองแดง เป็นผลงานที่ยอดเยี่ยม แถมเรายังจบด้วยอันดับ 6 เป็นรองแค่ จีน เกาหรีใต้ ญี่ปุ่น คาซัคสถาน และ อีหร่าน เท่านั้น

ชนิดกีฬาและจำนวนเหรียญทองที่ชิงชัยในเอเขียนเกมส์ 2018

  • กีฬาทางน้ำ
  • ยิงธนู
  • กรีฑา
  • แบตมินตัน
  • เบสบอล
  • บาสเกตบอล
  • โบว์ลิ่ง
  • มวยสากลสมักเล่น
  • เรอแคนู
  • จักรยาน
  • ขี่ม้า
  • ฟันดาบ
  • ฮอกกี้
  • ฟุตบอล
  • กอล์ฟ
  • ยิมนาสติก
  • แฮนด์บอล
  • ยูโด
  • กาบัดดี
  • คาราเต้
  • เรือพาย
  • รักบี้ 7 คน
  • เรือใบ
  • เซปักตะกร้อ
  • ยิงปืน
  • เทควันโด
  • เทนนิส

ซีเกมส์

ซีเกมส์ (อังกฤษ : South – East Asian Games ) เป็นการแข่งขัน กีฬาระหว่างกลุ่ม ประเทศในภูมิภาค เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมีการจัดขึ้นในทุกสองปี ( ปีเว้นปี ) ดำเนินการแข็งขันโดย สมาพันธ์กีฬาแห่งเอเชีย ตะวันออกดฉียงใต้ ( South – East Asian Games Federation ; SEAGF ) ภายใต้การกำกับ ดูแลของ คณะกรรมการโอลิมปิกสากล ( International Olympic Committee ; IOC ) และสภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย ( Olympic Council Of Asia ; OCA )

ซีเกมส์ วันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2501 ( ค.ศ. 1985 )  องค์กรการกีฬา ของประเทศไทย ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่เข้าร่วมการแข่งขัน กีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 3 ซึ่งจัดขึ้นที่กรุง โตเกียว ของปะเทศญี่ปุ่น ร่วมกันจัดการประชุม เพื่อที่ก่อตั้ง องค์กรการกีฬา ในระดับภูมิภาค โดน หลวงสุขุมนัยประดิษฐ์  อดีตรองประธาน  คณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย และผู้ก่อตั้งองค์การส่งเสริม กีฬาแห่งประเทศไทย ( ปัจจุบันคือ การกีฬาแห่งประเทศไทย ) เสนอว่าควรจัดการแข่งขันกีฬา ระหว่างประเทศในกลุ่มเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อสนับสนุนความเข้าใจและความสัมพันธ์อันดีต่อกัน 0 – 0

ซีเกมส์ สหพันธ์การกีฬา แหลมทอง ( SEAP Games Federation ) จึงถือกำเนิดขึ้น โดยมีคณะกรรมการ สมาชิกผู้ก่อตั้งประกอบด้วย

  • ประเทศไทย
  • ประเทศมลายา
  • ประเทศเวียดนามใต้
  • ราชอาณาจักรลาว
  • ประเทศพม่า
  • ราชอาณาจักรกัมพูชา
  • สิงคโปร์ ( เข้ามาภายหลัง )

โดยตกลงรวมกันว่า จะจัดกีฬารแข่งขัน กีฬาระหว่างภูมิภาคขึ้นในทุกสองปี คือ กีฬาแหลมทอง (Southeast Asian Peninsular Games ) หรือ เชียปเกมส์  ( SEAP Games )

ซีเกมส์ จัดขึ้นครั้งแรกที่ กรุงเทพมหานคร ประเทศไทยระหว่างวันที่ 12 – 17 ธันวามคม พ.ศ. 2502 ( ค.ศ. 1959 ) โดยมีเจ้าหน้าที่ และนักกีฬา จากประเทศไทย มลายา สิงคโปร์ เวียดนามใต้ ลาว และ พม่า เข้าร่วมรายการ แข่งขันกีฬา 12 ชนิด รวมทั้งสิ้น 527 คน สำหรับกัมพูชา เข้าร่วมการแข่งขัน เป็นครั้งแรก ในกีฬาแหลมทอง ครั้งที่ 2 เมื่องปี พ.ศ. 2504 ( ค.ศ. 1961 )

ซีเกมส์ ในปี พ.ศ. 2520 ( ค.ศ. 1977 ) สมาพันธ์กีฬาแหลมทอง ประกาศเปลี่ยนชื่อเป็น สมาพันธ์กีฬาแห่งเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ และเปลี่ยนชื่อการ แข่งขันเป็น ซีเกมส์ ดังที่ใช้มาจนถึงปัจจุบัน พร้อมทั้งมีมติให้ อินโดนีเซีย ฟิลิปปิส์ และบรูไน เข้าเป็นสมาชิก และกรรมการสมาพันธ์ อย่างเป็นทางการ จึงได้สิทธิเข้าร่วมการแข่งขันครั้งที่ 9 ที่กัวลาลัมเปอร์ของมาเลเซีย เป็นครั้งแรกด้วย และในปี พ.ศ. 2546 ( ค.ศ. 2003 ) สมาพันธ์ฯ มีมติให้ ประเทศติมอร์-เลสเต ติมอร์-เลสเต เข้าร่วมการแข่งขัน เป็นครั้งแรกใน ซีเกมส์ครั้งที่ 22 ที่ฮานอยของเวียดนาม

สมาพันธ์กีฬาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้    มีสำนักงานตั้งอยู่เลขที่ 154 กรีฑาสถานแห่งชาติ ถนนพระรามที่ 1 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย และประกอบพิธีเปิดเมื่อปี พ.ศ. 2552 (ค.ศ. 2009) ในวาระครบรอบ 48 ปีของซีเกมส์ โดยนับตั้งแต่การแข่งขัน กีฬาแหลมทองเป็นต้นมา

ประเทศสมาชิก

  1. กัมพูชา พ.ศ. 2504
  2. ลาว        พ.ศ.  25204
  3. มาเลเซีย พ.ศ 24053
  4. พม่า พ.ศ. 2504
  5. สิงคโปร์   พ.ศ 2504
  6. ไทย พ.ศ 2504
  7. เวียดนาม พ.ศ 2504
  8.  บรูไน (ชื่อตั้งโดยไอโอซี: บรูไนดารุสซาลาม) พ.ศ. 2520
  9. อินโดนีเซีย พ.ศ. 2520
  10. ฟิลิปปินส์ พ.ศ. 2520
  11. ติมอร์-เลสเต พ.ศ. 2546

เมืองที่เป็นเจ้าภาพสูงสุด 3 ครั้งคือ กรุงเทพมหานครของไทย ในปี พ.ศ. 2502, 2510 และ 2518 นครหลวงที่เป็นเจ้าภาพมาแล้ว 2 ครั้งมี 2 เมืองคือ กรุงย่างกุ้งของพม่า ในปี พ.ศ. 2504 และ 2512 และกรุงกัวลาลัมเปอร์ของมาเลเซีย ในปี พ.ศ. 2508 และ 2514 ส่วนกรุงพนมเปญของกัมพูชา เคยได้รับเลือกเป็นเจ้า

เมื่อปี พ.ศ. 2506 แต่เนื่องจากปัญหาภายในประเทศ ก่อนแข่งขันจึงต้องประกาศยกเลิกไป

เมืองที่เป็นเจ้าภาพสูงสุดถึง 4 ครั้งคือ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ของมาเลเซีย ในปี พ.ศ. 2520, 2532, 2544 และ 2560 โดยนครหลวงที่เป็นเจ้าภาพมาแล้ว 1 ครั้งมีถึง 7 เมืองคือ กรุงเทพมหานครของไทย (พ.ศ. 2528), กรุงจาการ์ตาของอินโดนีเซีย (พ.ศ. 2522, 2530, 2540 และ 2554 ร่วมกับเมืองปาเล็มบัง), สิงคโปร์ (พ.ศ. 2526, 2536 และ 2558), กรุงฮานอยของเวียดนาม (พ.ศ. 2564 ร่วมกับเมืองนครโฮจิมินห์) และกรุงมะนิลาของฟิลิปปินส์ (พ.ศ. 2524, 2534, 2548 และ 2562) ส่วนกรุงย่างกุ้งของพม่า เคยเป็นเจ้าภาพมาสองครั้ง ตั้งแต่ส่วนการแข่งขันในปี พ.ศ. 2556 เมียนมายังคงจัดที่นครหลวง แต่หลังจากประกาศย้ายไปยังกรุงเนปยีดอ และเปลี่ยนชื่อประเทศไปเมื่อปี พ.ศ. 2553

ขณะที่เวียดนามให้กรุงฮานอยและนครโฮจิมินห์ เป็นเจ้าภาพร่วมกันเมื่อปี พ.ศ. 2546 อนึ่ง ส่วนกรุงบันดาร์เซอรีเบอกาวันของบรูไน (พ.ศ. 2542), กรุงพนมเปญของกัมพูชา (พ.ศ. 2566) และนครหลวงเวียงจันทน์ของ สปป.ลาว (พ.ศ. 2552) เคยเป็นเจ้าภาพมาแล้วเมืองละหนึ่งครั้ง สำหรับกรณีประเทศไทย การแข่งขันในปี พ.ศ. 2538 จัดขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นซีเกมส์ครั้งแรก ที่จัดแข่งขันนอกนครหลวง เมื่อปี พ.ศ. 2550 จัดขึ้นที่จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นซีเกมส์ครั้งที่สอง

ท๊อตแน่ม ฮ๊อทสเปอร์

ท๊อดแน่ม ฮ๊อทสเปอร์ สโมสรฟุตบอลประเทศอังกฤษหรือที่เหล่าแพนบอลเรียกสั้นๆว่า สเปอ ลงแข่งอยู่ในลีกสูงสุดของอังกฤษอย่างพรีเมียร์ลีก นับว่าเป็นอีกหนึ่งสโมสรที่มีความยิ่งใหญ่และมีเรื่องราวน่าสนใจให้แฟนบอลได้ศึกษา และเป็นอีกหนึ่งทีมที่มีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา จนปัจจุบันสามารถเทียบชั้นกับทีมอันดับต้นๆชองลีกจนได้ยอมรับให้เป็น Top 6 Premier League โดยมีคู่อริร่วมเรื่องอย่าง เชลซี และ อาร์เซน่อล

ท๊อดแน่ม ฮ๊อทสเปอร์ สโมสรฟุตบอลประเทศอังกฤษหรือที่เหล่าแพนบอลเรียกสั้นๆว่า สเปอ ลงแข่งอยู่ในลีกสูงสุดของอังกฤษอย่างพรีเมียร์ลีก นับว่าเป็นอีกหนึ่งสโมสรที่มีความยิ่งใหญ่และมีเรื่องราวน่าสนใจให้แฟนบอลได้ศึกษา และเป็นอีกหนึ่งทีมที่มีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา จนปัจจุบันสามารถเทียบชั้นกับทีมอันดับต้นๆชองลีกจนได้ยอมรับให้เป็น Top 6 Premier League โดยมีคู่อริร่วมเรื่องอย่าง เชลซี และ อาร์เซน่อล

ท๊อดแน่มฮ๊อทสเปอร์ เริ่มก่อตั้งขึ้นเมื่อ ค.ศ. 1882 โดยกลุ่มนักเรียน นำโดย Bobby Buckkle เดิมใช้ชื่อทีมว่า ฮอตสเปอร์ ชิกเก้น คลับ หนึ่งปีต่อมาพวกเค้าได้รับการช่วยเหลือจาก John Ripsher ครูสอนพระคัมภีร์ และเขาก็เป็นประธานสโมสรคนแรก

ต่อมาในเดือน เมษายน ค.ศ. 1884 ชื่อสโมสรได้เปลี่ยนเป็น ฮอคสเปอร์ เอฟซี โดยมีสนามประจำตัวคือ ทอตนัม มาเชส กิ่นที่มาในปี ค.ศ. 1897 สนาม ทอตนัม มาร์เชส ถูกให้ระงับการใช้งาน เนื่องจากเหตุการณ์ปัญหาสงครามโลก ทำให้ ฮอตสเปอร์

เอฟซีต้องไปเช่าบริเวณย่านเมือง นอททีมเบอร์แลนด์ และขอเช่าสนาม นอททัมเบอร์แลนด์ พาร์ค เป็นเวลา 8 ปี ก่อนที่จะย้ายไปยังสนามตัวเองอย่าง ไวต์ฮาร์ตเลน สนามประจำที่สโมสรที่มีอายุยาวนานมากที่สุด จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1901 พวกเค้าก็ได้แชมป์ เอฟเอคัพ ถ้วยที่เก่าแก่ที่สุดบนเกาะอังกฤษ ทั่งที่เวลานั้นพวกเขายังเป็นเพียงแค่ทีมสมัคเล่น

ในปี ค.ศ. 1908 พวกเค้าก็ขึ้นมาเล่นบนเวทีฟุตบอลลีกดิวิชั่น 2 ของประเทศอังกฤษ ก่อนที่จะได้รองแชมป์ ส่วนนักเตะที่มีชื่อเสียงของไก่เดือยทอง คือ อาเทอร์ กนิมส์เดล กัปตันทีมคนเก่ง โดยพวกเค้าสามารถคว้ารองแชมป์ในลีกได้ในปี 1912 โดยมีผู้จัดการทีมเป็น ปีเตอร์ แมควิลเลียม ก่อนที่สเปอร์จะจบอันอับท้ายตารางในซีน 1914-15 ก่อนที่ฟุตบอลอังดฤษจะหยุดแข่งขัน เนื่องจากเกิดเหตุสงครามโลกครั้งที่ 1

การแข่งขันฟุตบอลอังกฤษกลับมาเริ่มเตะกันอีกครั้งในปี โดยสเปอร์ต้องลงไปแข่งขันในลีกรอง ก่อนที่พวกเขาจะคว้าแชมป์ลีกรองและกลับมาเล่นบนลีกสูงสุดได้อีกครั้งในเวลาอันรวดเร็ว ในฤดูกาล 1919-1920 ต่อมาในวันที่ 23 เมษายน 1921 แมควิลเลียม นำสเปอร์สชูถ้วยแชมป์เอฟเอคัพได้เป็นสมัยที่ 2 ของประวัติศาสตร์สโมสร

ด้วยการชนะวูล์ฟแฮมป์ตัน 1-0 ส่วนผลงานในลีกปีเขาเป็นรองแชมป์ลีกโดยมีลิเวอร์พูลเป็นแชมป์ลีกในปี 1922 แต่ใน 5 ฤดูกาลถัดมาพวกเขาทำได้แค่จบกลางตาราง ก่อนที่จะตกชั้นไปเล่นลีกรองอีกครั้งในฤดูกาล 1927-28 หลังจากนั้น แมควิลเลียม ก็ตัดสินใจออก

หลังปี ค.ศ.1949 ฮอตสเปอร์ เอฟซี ได้เปลี่ยนชื่อสโมสรของตัวเองเป็น ทอตนัมฮอตสเปอร์ โดยเป็นสัญลักษณ์และชื่อประจำเมืองของถิ่น ไวต์ฮาร์ตเลน ซึ่งมีผู้จัดการทีมอย่าง อาเทอร์ โรเวย์ ชาวอังกฤษ เขาคิดค้นรูปแบบการเล่น “Push and Run” ซึ่งมันประสบความสำเร็จอย่างมากในปีแรก สามารถนำทีมขึ้นเล่นใน

ฟุตบอลลีกดิวิชั่น 1 ได้สำเร็จ และในช่วงเดียวกันนั่นเองพวกเขาสามารถคว้าแชมป์ลีกดิวิชั่น 1 ในฤดูกาล 1950-51 ได้สำเร็จ สุดท้ายเขาตัดสินใจยุติบทบาทผู้จัดการทีมของตัวเองด้วยการตัดสินใจลาออกในเดือน เมษายน1955

เนื่องจากปัญหาด้านความเคลียดกับการจัดการสโมสร บวกกับอาการเจ็บป่วย แต่ก่อนออกไปเขามอบของขวัญสุดพิเศษให้กับสโมสรและแฟนบอล กับดีลยักษ์ใหญ่กับการเซ็นสัญญากับยอดนักเตะ “Danny Blanchflower” ด้วยดีกรีรางวัลส่วนตัว FWA Footballer of the Year 2 ปี

ก่อนที่ตำนานของทีมอย่าง บิล นิโคลสัน ได้กลับมาคุมทีมอีกครั้งเมื่อเดือนตุลาคม 1958 หลังจากเลิกเล่นฟุตบอลไป  และเขาเป็นผู้จัดการทีมที่ประสบความสำเร็จสูงสุดคนหนึ่ง 1960-61 เขาสามารถพาทีมเป็นรองแชมป์ดิวิชั่น 1 ได้ 2 ครั้ง, แชมป์ เอฟเอคัพ 3 สมัย, ลัก คัพ 1 สมัย, คอมมูนิตีชิลด์ 3 สมัย

และรายการระดับยุโรปเขาสามารถคว้าแชมป์ ยูฟ่าคัพ (ยูโรป้า ลีก ในปัจจุบัน) 1 สมัย และ แชมป์ ยูฟ่าคัพวินเนอร์สคัพ 1 สมัย ตลอด 16 ปี ในถานะผู้จัดการทีม เขาพาความสำเร็จมากมายเข้าสู่สโมสร

ท๊อดแน่ม ฮ๊อทสเปอร์ เริ่มเข้าสู่ยุคตกต่ำหลังจากประสบความสำเร็จมากมายจากต้นยุค 70 และนิโคลสันลาออก พวกเข้าเริ่มตกต่าในฤดูกาล 1974-75 พวกเขาตกลงสู่ลีกรองในฤดูกาล 1976-1977 ทำให้ผู้จัดการทีมอย่าง คีธ เบอร์คินชอว์ (Keith Burkinshaw) กลับมาช่วยกู้วิกฤตของทีมโดยเร็วที่สุด

ช่วงเวลานั้นต้องยอมรับเลยว่า สเปอร์ ประสบความสำเร็จแบบสุดๆ หลังจาก เบอร์คินชอว์ เข้ามาคุมทีม สเปอร์ส สามารถรักษาฟอร์มมาตรฐาน

ได้อย่างดีตลอดมา เช่นในช่วง ค.ศ.1981 ถึง ค.ศ.1982 สเปอร์สามารถคว้าแชมป์ เอฟเอคัพ ได้ 2 สมัยติด ซึ่งเป็นยุคของ คีธ เบอร์คินชอว์ นอกจากนั้นพวกเขายังเถลิงบัลลังแชมป์ ยูฟ่าคัพ ได้อีก ส่งผลให้เป็นแชมป์สมัยที่ 2 ของสโมสร

ในยุค 1980 นับว่าเป็นช่วงเวลาการเปลี่ยนแปลงของ สโมสรมากมาย เช่น เริ่มด้วยการพัฒนา ไวต์ฮาร์ตเลน (White Hart Lane) รวมถึงยังเปลี่ยนแปลงกรรมการสโมสร ซึ่งผู้ที่เข้ามารับตำแหน่งคือ เออร์วิง สโคลาร์ เข้ามาบริหารให้สโมสรมีทิศทางในเชิงพาณิชย์มากขึ้น

โดยให้มีบทบาททางธุรกิจการค้าสูงขึ้น นอกจากนี้พวกเขายังชนะถ้วยเอฟเอ คัพ ได้อีกครั้งฤดูกาล 1990-91 ทำให้พวกเขาเป็นทีมแรกที่เอาชนะศึกเอฟเอ คัพ ได้แปดครั้ง

ท๊อดแน่ม ฮ๊อทสเปอร์ คือ เป็นหนึ่งใน 5 สโมสร

ที่ผลักดันให้ก่อตั้งพรีเมียร์ลีกขึ้นมา โดยจากความเห็นชอบของสมาคมฟุตบอล ให้พรีเมียร์ลีกเป็นลีกสูงสุดของฟุตบอลอังกฤษ พวกเขามีนักเตะชั้นยอดอย่าง Teddy Sheringham,

Jürgen Klinsmann, David Ginola ที่ลงเล่นอยู่กับทีมเป็นเวลาจนถึงปลายยุค 2000 พวกเขาเป็นทีมอยู่ จบอยู่กลาง

ตาราง และ ไม่ค่อยมีถ้วยแชมป์ติดมือมากนัก ก่อนที่ในปี 2010 ภายใต้การคุมทีมของ แฮร์รี เรดแนปป์ (Harry Redknapp) พวกพลังของนักเตะชั้นนำของโลกอย่าง แกเร็ธ เบล, ลูก้า โมดริช ส่งให้พวกเขาจบอันดับ 5 ครั้งแรกบนเวทีพรีเมียร์ลีกในปีนั้น

เลสเตอร์ซอตี้

เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมฟุตบอลแห่งเทพนิยาย สโมสรแห่งประวัติศาสตร์เลสเตอร์ ซิตี้ หรือ Leicester City Football Club เป็นสโมสรฟุตบอลที่มีประวัติความขลังและเก่าแก่ เจ้าของฉายา จิ้งจอกสีน้ำเงิน ของทีมฟุตบอลในช่วงยุคบุกเบิกศตวรรษที่ 19 ก่อตั้งยาวนานกว่า 100 ปี นับตั้งแต่ ค.ศ. 1884 อยู่ในเขตตะวันออกของเกาะอังกฤษแถบมิดแลนด์ ภายใต้ชื่อ Leicester Fosse (ตั้งมาจากชื่อถนนของสนามเหย้า) จากกลุ่มเด็กนักเรียนที่อาศัยอยู่กับโบสถ์ Emanuel Chapel ห้องเรียนไบเบิ้ล Rev Lyewellyn Parsons ด้วยการรวมเงินกัน 9 เพนนี เพื่อซื้อลูกฟุตบอลมาเตะเล่นกันอย่างสนุกสนาน การแข่งขันที่ถูกบันทึกเอาไว้ว่าเป็นการแข่งขันครั้งแรกของสโมสรนั้น คือ การเอาชนะทีม Syston Fosse ในวันที่ 1 พ.ย.1884 ที่สนาม Victoria Park

เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมฟุตบอลแห่งเทพนิยาย สโมสรแห่งประวัติศาสตร์เลสเตอร์ ซิตี้ หรือ Leicester City Football Club เป็นสโมสรฟุตบอลที่มีประวัติความขลังและเก่าแก่ เจ้าของฉายา จิ้งจอกสีน้ำเงิน ของทีมฟุตบอลในช่วงยุคบุกเบิกศตวรรษที่ 19 ก่อตั้งยาวนานกว่า 100 ปี นับตั้งแต่ ค.ศ. 1884 อยู่ในเขตตะวันออกของเกาะอังกฤษแถบมิดแลนด์ ภายใต้ชื่อ Leicester Fosse (ตั้งมาจากชื่อถนนของสนามเหย้า) จากกลุ่มเด็กนักเรียนที่อาศัยอยู่กับโบสถ์ Emanuel Chapel ห้องเรียนไบเบิ้ล Rev Lyewellyn Parsons ด้วยการรวมเงินกัน 9 เพนนี เพื่อซื้อลูกฟุตบอลมาเตะเล่นกันอย่างสนุกสนาน การแข่งขันที่ถูกบันทึกเอาไว้ว่าเป็นการแข่งขันครั้งแรกของสโมสรนั้น คือ การเอาชนะทีม Syston Fosse ในวันที่ 1 พ.ย.1884 ที่สนาม Victoria Park

เลสเตอร์ซิตี เป็นสโมสรแรกที่มีสนามเหย้า ก่อนการก่อตั้งสโมสรอย่างเป็นทางการในปีค.ศ. 1886 เมื่อมีสมาชิกครบ 40 คนพอดี ก่อนที่จะเข้าร่วมกับสมาคมฟุตบอลอังกฤษในปี ค.ศ. 1890 และย้ายไปเล่นที่สนามใหม่บนถนนฟิลเบิร์ตสตรีท สนามเก่าแก่ที่ใช้แข่งขันฟุตบอลในปีค.ศ. 1891 ก่อนจะแข่งขันนัดสุดท้ายและยกเลิกไปในปี ค.ศ. 2002 นับเป็นเวลายาวนานถึง 111 ปี และ สร้างสนามเหย้าแห่งใหม่ขึ้นชื่อ Walkers Stadium จากการเข้ามาดูแลภายใต้บริษัทขนม Walkers และการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ในปี ค.ศ. 2010

ภายใต้การควบคุมดูแลของบริษัท คิง เพาเวอร์ กับการเปลี่ยนไปตลอดกาล

การเป็นแชมป์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ในฤดูกาล 2015-16 และ เป็นแชมป์เพียงครั้งเดียวบนลีกสูงสุดทำให้ เลสเตอร์ ซิตี้ กลายเป็น 1 ใน 6 สโมสรที่ก่อนตั้งก่อน ปี 1992 ที่สามารถคว้าแชมป์ได้ และ รับชื่อทีม The Unbelievables ไปในทันที

ปี 1884 นักเรียนของโรงเรียน Wyggeston and Queen Elizabeth I College เมือง Leicester รวมตัวกันก่อตั้งทีมฟุตบอลจากการรวมเงิน ในนาม Leicester Fosse FC ยุคสมัยนั้นใช้สนามเหย้าถึง 5 แห่ง รอบๆ ถนน Fosse

ปี 1891 มีสนามเหย้าหลัก Filbert Street เป็นครั้งแรก และ ร่วมเข้าแข่งขันฟุตบอลมิดแลนด์ลีก

ปี 1894 แข่งขันเกมลีกดิวิชั่น 2 อย่างเป็นทางการครั้งแรก ก่อนจะพ่ายแพ้ให้กับ Grimsby Town ไปอย่างน่าเสียดาย 4 – 3 แต่ว่าชัยชนะครั้งแรกของสโมสรเกิดขึ้นหลังจากนั้นเพียง 1 สัปดาห์กับ Rotherham United และ ประวัติศาสตร์ขีดเขียนด้วยสถิติการถล่มประตู Notts Olympic แบบมโหฬาร 13 – 0 จนกลายเป็นสถิติที่มีอยู่จวบจนถึงปัจจุบันและเมื่อถึงฤดูกาล 1907 – 1908 เลสเตอร์ ซิตี้ เลื่อนขึ้นมาอยู่ดิวิชั่น 1 เป็นครั้งแรกต่อจากนั้นในปี 1914 ได้เกิดมหาสงคราม ทำให้อยู่ในช่วงสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ทีมเลสเตอร์ ซิตี้ จึงต้องย้ายไปแข่งขันในระดับภูมิภาคแทน (มิดแลนด์ลีก) ปี 1919 Leicester Fosse FC เปลี่ยนชื่อสโมสรเป็น Leicester City Football Club (ใช้จนถึงปัจจุบัน) และ กลับเข้าสู่การแข่งขันดิวิชั่น 2

นายวิชัย ศรีวัฒนประภา

ซึ่งหลังจากที่เค้าได้เข้าไปซื้อกิจการ ภายในเวลาเพียง 4 ปีเท่านั้น เลสเตอร์ ซิตี้ สามารถที่จะก้าวขึ้นมาเป็นแชมป์ในฤดูการ 2013-2014 เดอะแชมป์เปี้ยนชิปและผลงานที่ทำให้เป็นที่รู้จักและเป็นที่จับตามองของคนทั่วโลกเพราะถือว่าเป็นทีมม้ามืดที่สามารถขนะทีมดังอย่างมากมายมาอย่างคาดไม่ถึงพวกเค้ากลายเป็นทีมที่น่าจับตามองในวงการพรีเมียร์ลีกมากขึ้นนั่นก็คือการเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก 2015-2016

สนามแข่งเลสเตอร์ ซิตี้

เลสเตอร์ ซิตี้ มีสนามสนามแข่งขันตั่งแต่ในยุคเริ่มต้นจนถึงปัจจุบัน ทั้งหมด 5 สนามด้วยกัน โดยเริ่มแรกใช้สนาม วิกตอเรียพาร์กและในปี 1887 ได้ย้ายสนามไปยังสนามเบลเกรจโรดสปอร์ต แต่สนามนี้ก็ได้ตกเป็นของสหพันธ์รักบี้ทำให้ จิ้งจอกสยาม ต้องย้ายกลับไปยังสนามเดิม

สนามฟิลเบิร์ตสตรีท

เมื่อถึงปี 1891 ได้ย้ายสนามอีกครั้งหนึ่งมาอยู่ที่ ฟิลเบิร์ตสตีทและใช้สนามยาวนานมากเป็นเวลา 111 ปี ก่อนที่เดือน กรกฎาคม ปี 2002 จะย้ายสนามมาที่วอล์คเกอร์สเตเดียม ซึ่งก็คือสนามคิงพาวเวอร์สเตเดียมในปัจจุบันนั่นเองซึ่งตั้งอยู่เมืองเลสเตอร์ ประเทศอังกฤษมีความจุที่นั้ง 32500 ที่นั่ง เป็นสนามที่สวยงามและสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างสมบูรณ์

ตราสโมสร จิ้งจอกสยาม

การพัฒนาตราสโมสร หรือโลโก้ประจำสโมสรของเลสเตอร์ซิตี้นั้น จะเห็นได้ว่ามีรูปสุนัขจิ่งจอกอยู่ เพราะเมืองที่ตั้งอยู่นั้น มีสุนัขจิ่งจอกอยุ่เป็นจำนวนมากนั่นเอง จึงได้รับฉายาว่า จิ้งจอกสีน้ำเงิน โลโกที่ถูกเปลี่ยนแปลงกว่าจะมาเป็นโก้ที่ใช้ในปัจจุบันนี้ทุกอันจะมีรูปสุนัขจิ่งจอกอยู่ในนั้นด้วย ซึ่งมีการออกแบบอย่างเรียบง่ายในช่วงแรกๆ และมาใช้สัญลักษ์วงกรมสีน้ำเงิน มีรูปสุนัคจิ้งจอกสีเหลืองอยู่ตรงกลางและมีคำว่า Leicester City football club บนโลโดก้ด้วย ที่เริ่มใช้ตั่งแต่ปี 2010 จนถึงตอนนี้

สำหลับชุดการแข่วขันของเลสเตอร์ ซิตี้ ตั่งแต่เริ่มยุคแรกแล้ว ที่มีการออกแบบชุดแข่งเป็นสีน้ำเงิน ส่วนใหญ่แล้ว พูม่า ผู้สนับสนุนหลักที่อยู่ด้วยกันมานานจะออกแบบชุดให้อยู่เสมอ แต่ก็มีข่าวว่าอดีดาส จะเข้ามาดูแลแทนเพราะสัญญากับพูม่าไกล้จะหมดลงแล้สซึ่งส่วนใหญ่นั้นเสื้อจะเป็นสีน้ำเงินเหมือนเดิม ซึ่งมีการใช้ผ้าที่ระบายอากาศได้อย่างดี

เกียรติประวัติและถ้วยแชมป์

  • พรีเมียร์ลีก 1 สมัย 2015-2016
  • ฟุตบอลลีกแชมป์เปี้ยนชิป 7 สมัย 1924 – 1925 1936 – 1937 1953 – 1954 1956 – 1957 -1970 – 1980 2013 – 2014
  • ฟุตบอลลีกวัน 1 สมัย 2008 – 2009
  • ฟุตบอลลีกคัพ 3 สมัย 1964 – 1997 – 2000

ปฎิเสธไม่ได้ว่าตั้งแต่ที่ Leicester City  มีเจ้าของเป็นคนไทยทำให้มีแฟนชาวไทยเพิ่มมากขึ้น และยังมีความภาคภูมิใจในสโมสรนี้ เพราะมีคนไทยเป็นผู้นำและทำให้ทีมประสบความสำเร็จได้ ในการคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ในฤดูกาล 2015-2016  แน่นอนว่าความสำเร็จนี้ไม่ได้สร้างขึ้นมาในระยะเวลาอันสั้นเพราะกว่าที่คิงพาวเวอร์จะพาทีมประสบความสำเร็จได้ถึงขนาดนี้ ต้องผ่านอุปสรรคและความยากมากมายซึ่งทำให้สร้างความน่าเชื่อถือสำหรับแฟนบอลชาวไทยและแฟนบอลทั่วโลก ที่สโมสรม้ามืดสโมสรหนึ่งสามารถท่ี่จะคว้าแชมป์ลีกดังได้ จนกลายเป็น สโมสรที่หกที่ได้ครองถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีก ถือว่าเป็นปรากฎการณ์ใหม่ๆที่ดีสำหรับวงการ พรีเมียร์ลีก และวงการฟุตบอลในประเทศไทย มากขึ้นอีกด้วย

กว่าจะมาเป็น เลสเตอร์ซิตี้ ทีมที่ประสบความสำเร็จและเป็นที่รู้จักอย่างในปัจจุบันนี้ประวัติ ความเป็นมาของสโมสรอันเก่าแก่ของอังกฤษทีมนี้ มีความเป็นมาที่ยาวนาน

กีฬาโอลิมปิก

กีฬาโอลิมปิก ( อังกฤษ : Olympic Games ) ( ฝรั่งเศษ : Ies Jeux Olympiques,JO ) หรือโอลิมปิกสมัยใหม่ ( อังกฤษ : Modern Olympic Game ) เป็นการแข่งขันกีฬา ระหว่างประเทศที่มีความสำคัญ  มีทั้งกีฬาฤดูร้อน และฤดูหนาว โดยมีนักกีฬากว่าหลายพันคน ที่เข้าร่วมการแข่งขัน ในหลากหลายชนิดกีฬา 

กีฬาโอลิมปิก ถูกมองว่าเป็นการ แข่งขันกีฬาที่มีความสำคัญ ที่สุดในโลก โดยที่มีประเทศเข้าร่วการแข่งขัน มากกว่า 200 ประเทศ ปัจจุบัน โอลิมปิก จะมีการจัดขึ้นทุกๆ 4 ปี โดยมีการผลัดกัน ระหว่าง โอลิมปิกฤดูร้อน กับ โอลิมปิกฤดูหนาว  ห่างกันทุก 2 ปี

กีฬาโอลิมปิก ได้มีการรับแรงบันดาลใจจาก กีฬาโอลิมปิกโบราณ  ที่เคยมีการจัดขึ้นใน โอลิมเปีย กรีซ จากในระหว่างศตวรรษที่ 8 ก่อนคริสตกาล จนถึงคริสต์ศตวรรษที่ 4 โดย บารอน ปีแยร์ เดอ กูแบร์แต็ง ชาวฝรั่งเศษ ได้เป็นผู้ก่อตั้ง  คณะกรรมการ โฮลืมปิกสากล ( ไอโอซี ) ใน พ.ศ.  2437 จนได้นำไปสู่การจัด โอลิมปิกสมัยใหม่ ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2439 ณ กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ นับตั้งแต่นั้นมาไอโอซี ก็ได้กลายมาเป็น องค์การ ที่ดูแล กระบวนการโอลิมปิก ( Olympic Movement )  โดยได้มี กฏบัตรโอลิมปิก นิยามโครงสร้าง และอำนาจหน้าที่ของ คณะกรรมการ

กีฬาโอลิมปิก วิวัฒนาการของกระบวนการ โอลิมปิกระหว่างคริสต์ศตวรรษ ที่ 20 และ 21 ได้มีการส่งผลให้เกิดความ เปลี่ยนแปลงต่อกีฬา โอลิมปิก หลายประการ  การปรับแก้บางอย่างรวมไปถึง การริเริ่มโอลิมปิกฤดูหนาว เพื่อมีการแข่งขัน กีฬาน้ำแข็ง และฤดูหนาว  กีฬาพาราลิมปิก เพื่อนักกีฬา ที่มีความพิการ ทางด้านร่างกาย และกีฬาโอลิมปิก เพื่อนักกีฬาเยาวชน เพื่อให้นักกีฬาวัยรุ่น ไอโอซี ได้มีการปรับตัวให้สอดคล้อง  กับสถานการณ์ทาง เศรษฐกิจ การเมือง และเทคโนโลยี แห่งศตวรรษที่ 20 ตามความจริง ผลคือ กีฬาโอลิมปิก ได้ขยับจากลักษณะ มือสมัครเล่นบริสุทธิ์ ( Pure Amateurism ) ตามแนวคิดของ กูแบร์แต็ง เพื่อให้นักกีฬา อาชีพได้มีการร่วมการแข่งขันได้ ความสำคัญที่เพิ่มขึ้นขอวสือมวลชน ได้ก่อให้เกิดปัญหา การอุปถัมภ์ โดยบริษัท และการใช้ประโยชน์ เชิงพาณิชย์ จากกีฬา สงครามโลกได้นำไปสู่ การยกเลิกโอลิมปิก เมื่อปี พ.ศ. 2459 , พ.ศ. 2483 และ พ.ศ. 2487  ได้มีการคว่ำบาตร ครั้งใหญ่ระหว่าง สงครามเย็น ซึ่งจำกัดการเข้าร่วมการแข่งขัน ในโอลิมปิก เมื่อ พ.ศ. 2523 และ พ.ศ. 2527

กระบวนการโอลิมปิก ประกอบด้วยสหพันธ์กีฬา ระหว่างประเทศ คณะกรรมการโอลิมปิกแห่งชาติ และคณะกรรมการ จัดการแข่งขันของกีฬาโอลิมปืก แต่ละครั้ง เมืองเจ้าภาพจะเป็นผู้รับผิดชอบ การจัดการแข่งขัน และการจัดหาเงินทุน เพื่อสมโภช ( Celebrate ) กีฬาตามกฏบัตรของโอลิมปิก โปรแกรมการแข่งขันโอลิมปิก ซึ่งจะประกอบด้วย กีฬาที่จะมีการแข่งขัน ในโอลิมปิก ถูกกำหนดโดยไอโอซี เช่นกัน การสมโภชกีฬา โอลิมปิก จะหมายรวมพิธีการ และสัญลักษณ์ จำนวนมาก อาธิเช่น ธงและการเคบเพลิงโอลิมปิก ตลอกจนพิธีเปิดและปิด มีนักกีฬากว่า 13000 คน เข้าร่วมการแข่งขัน โอลิมปิกฤดูร้อน และฤดูหนาว ใน 33 ชนืดกีฬา เกือบ 400 รายการ ผู้ที่ชนะเลิศเป็นอันดับหนึ่ง สอลและสามในแต่ละ รายการจะได้รับ เหรียญโอลิมปิก เหรียญทอง เหรียญเงิน และ เหรียญทองแดง ตามลำดับ 1 – 2 – 3

กีฬาโอลิมปิก โบราณ ( Ancient Olympic Game )  เป็นเทศกาลทางศาสนา และกรีฑา ซึ่งจัดขึ้นในทุกสี่ปี ณ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ แห่งซุล ในโอลิมเปีย กรีซ โดยนครรัฐ และราชนาจักรกรีซโบราณ ได้มีการส่งตัวแทน เข้าร่วมการแข่งขัน โอลิมปิกโบราณ นี้เน้น กีฬากรีฑา เป็นหลัก แต่ก็ยังมีการแข่งขันต่อสู่ และรถม้าด้วย ระหว่างการแข่งขัน ความขีดแย้ง ระหว่างนครรัฐ ที่เข้าร่วมทั้งหมด จะถูกเลื่อนออกไปจนกว่า จะมีการแข่งขันเสร็จสิ้น  จุดกำเนิดของกีฬาโอลิมปิค เหล่านี้ยังคงเป็นปริศนา และตำนาน เรื่องปรัมปราหนึ่ง ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ชี้ว่า เฮราคลีส และ ซุส ผู้เป็นบิดาเป็นแบบฉบับ ของการกีฬาดังกล่าว ตามตำนาน เฮราคลีส เป็นผู้แรกที่เรียกกีฬานี้ว่า โอลิมปิก  และได้มีการ ตั้งธรรมเนียมจัดการ แข่งขันขึ้นทุกสี่ปี ตามตำนานยืนยันว่า หลังจากที่เฮราคลีส สำเร็จภารกิจสิบสองประการ ( Twelve Iabors ) แล้ว เขาได้รับทรงสนามกีฬา โอลิมปิกเพื่อถวายเกียรติแด่ซุส หลังการแข่งขันนี้ เขาเดินเป็นเส้นตรงระยะ 200 ก้าว และเรียกระยะทางนี้ว่า ( Stadion ) ซึ่งภายหลังชาวกรีก ยังใช้เป็นการหน่วยวัดระยะทางอีกด้วย เรื่องปรัมปราอีก เรื่องหนึ่งเชื่อมโยงกีฬาโอลิมปิคเป็นครั้งแรก กับมโนทัศน์ การพักรบโอลิมปิก ของกรีซ วันก่อตั้งกีฬาโอลิมปิกโบราณ ที่ได้รับการยอมรับมากที่สุด  คือ 776 ปีก่อนคริสตกาล ตามรอยจารึก ซึ่งพบที่โอลิมเปีย และมีการระบุรายชื่อ ผู้ชนะการวิ่ง ซึ่งจัดขึ้นทุกสี่ปี เริ่มตั้งแต่ 776  ปีก่อน ค.ศ. กีฬาโอลิมปิคโบราณ มีรายการการแข่งขันวิ่ง ปัญจกีฬา ( ประกอบด้วยการกระโดด ขว้างจัรก พุ่งแหลน วิ่ง และมวยปล้ำ ) ชกมวย มวยปล้ำ ศิลปะป้องกันตัว แพนแครชัน ( Pankration ) และขี่ม้า ความเชื่อมีอยู่ว่า  คอโรเอบัส ( Coroebus ) พ่อครัวจากนครเอลลิส ( Elis )  เป็นผู้ชนะโอลิมปิดคนแรก

กีฬาโอลิมปิก มีความสำคัญทางศาสนา เป็นหลักโดยมีการแข่งขันกีฬา ร่วมกับพิธีบูชายัญเพื่อถวาย เกียรติแค่ทั้งซุส ( ซึ่งมีเทวรูปอันมีชื่อเสียง โดย ฟีเดียส ในเทวสถานของพระองค์ ที่โอลิมเปีย ) และฟีลอปส์เทพวีรบุรุษ และพระมหากษัตริย์ ตามตำนานของโอลิมเปีย ฟีลอปส์ มีชื่อเสียงในการแข่งขันรถม้า กับพระเจ้าอีโนมาอัส ( Oenomaus )  แห่งปีซาทิส ( Pisatis ) ผู้ชนะจากการ แข่งขันดังกล่าว ได้รับการยกย่อง และมีอนุสรณ์ ในบทกวี และมีรูปปั้น กีฬาโอลิมปิก จัดขึ้นทุกสี่ปี ซึ่งคาบนี้เรียกว่า ( Olympiad ) ซึ่งชาวกรีก ใช้เป็นหน่วยในการวัด เวลาอย่างหนึ่ง กีฬาโอลิปิคเป็นส่วนหนึ่งของวัฏจักรที่เรียกว่า กีฬาแพนเฮลลินนิค ( Panhellenic Game ) ซึ่งมีกีฬาไพเธียน กีฬานีเมียน และกีฬาอิสท์เมียน