คริสเตียโน โรนัลโด

คริสเตียโน โรนัลโด เป็นนักบอลชาวโปรตุเกส ปัจจุบันเล่นไนตำแหน่งกองหน้าให้กับยูเวนตุสในเซเรียอา และเป็นกัปตันของทีมชาชติโปรตุเกสคนปัจจุบัน โรนัลโดเป็นผู้เล่นที่มีค่าตัวแพงที่สุดเป็นอันดับหกในประวัติศาสตร์ฟุตบอล หลังย้ายจากแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด มาอยู่กับเรอัลมาดริด ด้วค่าตัว 80 ล้านปอนด์ โรนัลโดได้รับค่าจ้างในการลงเล่นให้กับเรอัลมาดริดจำนวน 12 ล้านปอนต์ต่อปีทำให้เค้าเป็นนักเตะที่มีค่าเหนื่อยมากที่สุดในโลก

คริสเตียโน โรนัลโด เป็นนักบอลชาวโปรตุเกส ปัจจุบันเล่นไนตำแหน่งกองหน้าให้กับยูเวนตุสในเซเรียอา และเป็นกัปตันของทีมชาชติโปรตุเกสคนปัจจุบัน โรนัลโดเป็นผู้เล่นที่มีค่าตัวแพงที่สุดเป็นอันดับหกในประวัติศาสตร์ฟุตบอล หลังย้ายจากแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด มาอยู่กับเรอัลมาดริด ด้วค่าตัว 80 ล้านปอนด์ โรนัลโดได้รับค่าจ้างในการลงเล่นให้กับเรอัลมาดริดจำนวน 12 ล้านปอนต์ต่อปีทำให้เค้าเป็นนักเตะที่มีค่าเหนื่อยมากที่สุดในโลก

โรนัลโดได้ลงเล่นฟุตบอลในนามทีมเยาวชนของ อังตูรีญา เมื่อเขาเล่นได้อยู่สองปีก่อนจะย้ายไปอยุ่กับ นาซียูนัลในปี 1997 เขาได้ทำสัญญาให้กับสโมสรยักษ์ใหญ่อย่าง สปอร์ติงลิสบอน โดรนัลโดได้ถูกพิจารณาย้ายตัวไปอยุ่กับ แมนเชสเตอร์ยุไนเต็ด โดยคนที่ซื้อเค้าคือ อเล็กซ์ เฟอ์กูสัน ซื้อตัวเค้ามาด้วยจำนวนเงิน 12.24 ล้านปอนด์โรนัลโดได้แชมป์เอฟเอคัพ ซึ่งเป็นเกียติประวัติแชมป์แรกของเขาในปี 2003

โรนัลโดลงเล่นในเกมของฟุตบอลทีมชาติ โปรตุเกส ในระดับชาตินัดแรกคือตอนเจอกับคาซัคสถาน ในเดือนสิงหาคม 2003 และหลังจากนั้นเค้าได้ลงเล่นมากขึ้นรวมทั้งหมดถึงห้าทัวร์นาเมนต์ ได้แก่ ยูโร 2004 ฟุตบอลโลก 2006 ยูโร 2008 ฟุตบอลโลก 2010 และยูโร 2012 เขาทำประตูแรกในนามทีมชาติโปรตุเกสได้ในการแข่งขันยูโร 2004 ในนัทเปิดสนามที่เจอกับ กรีช

เขาเป็นคนสำคัยในการนำทีมชาติโปรตุเกสเข้าไปชิงชนะเลิศในปี 2004 และหลังจากนั้นดรนัลโดได้มีบทบาทและได้ลงเป็นตัวจิงมากขึ้น ในปี 2008 โรนัลโดได้เป็นกัปตันทีมครั้งแรกของทีมชาติโปรตุเกส เขาได้พาทีมเข้าแข่งยูโร 2008 สามารถเข้าไปถึงรอบรองชนะเลิศได้ เขาสามารถยิงประตูในการแข่งขันทัวนาเม้นนี้ ในวันที่ 16 ตุลาคม 2012 โรนัลโดได้ลงเล่นครบ 100 นัดสำหลับทีมชาติ โปรตุเกสในนัทที่เจอกับไอซ์แลนต์เหนือ ทำให้เค้าเป็นหนึ่งในสามนักเตะที่ลงเล่นให้กับทีมชาติโปรตุเกสเกิน 100 นัด ในเดือนตุลาคม 2012 เฟสบุ๊กอย่างเป็นทางการชองเชาได้มีครติดตามถึง 50 ล้านคน

ในการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2008 มีการจัดอันดับตำแหน่งนักเตะรุปงามแห่งยุโรป 2008 จัดทำโดยแอลจี บริษัทผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า คริสเตียโนได้รับคะแนนโหวตครั้งนี้เป็นอันดับ 1 ในปี 20112 โรนัลโดได้รับรางวัลนักกีฬาๆอบีเรีย-อเมริกา ประจำปี 2012 ประเภทนักฟุตบอลชาย

ประวัติ คริสเตียโน โรนัลโด

ครืสเตียโน โรนัลโด เกิดเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2528 ที่เกาะมาเดรา ประเทศโปรตุเกส เป็นบุตชายของ ฌูแช ตีนิช อาไวรุ เสียชีวิตเมื่อปี พ.ศ. 2548 ขณะมีอายุ 52 ปี กับนางมารีอา ดูโลรีชอาไวรุ เป็นบุตชายคนเล็กในพี่น้อง 4 คน ถึงแม้ตอนตอนเกิดเขาจะคลอดก่อนกำหนดแต่ก็มีน้ำหนักสมบูรณ์ถึง 8 ปอนด์ทวดฝ่ายมารดาของเขา อีซาแบล ดา ปีตาดี มีพื้นเพมาจาก แระเทศกาบุเวร์ดี ที่มาของชื่อโรนัลโดนั้น บิดาของเขาเป็นผู้ตั้งให้โดยได้แรงบัลดาลใจจากชื่อของนาย โรนัลด์ เรแกน อดีตปรานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นบุคคลที่บิดาของโรนัลโดชื่นชอบตั่งแต่เรแกนยังเป็นนักสแดงอยู่

ครอบครัวของโรนัลโดอาศัยอยู่ที่ย่านกิงตาดูฟัลเซา เขตซังตูอังตอนียูของเมืองฟุงชาล ซึ่งเป็นเขตที่มีประชากรยากจนอาศัยอยู่มาก โรนัลโดเริ่มเล่นฟุตบอลที่นี่ ซึ่งในตอนเด็กเขาจะชอบเล่นฟุตบอลมากบริเวณตามถนน พอตินอายุ 6 ขวบ เขาเริ่มเล่นฟุตบอลอย่างจิงจังในทีมชุดใหญ่ของ ทีมอังดูรีญายูนัล โดย พ.ศ. 20มีการจ่ายค่าตัวเป็นชุตฟุตบอลและลุกฟุตบอล

นักฟุตบอลเยาวชน

ในช่วงที่โรนัลโดอายุ 8 ขวบ โรนัลโดได้ลงเล่นให้กับสโมสรฟุตบอลอังตุรีญาซึ่งพ่อเขาเป็นผู้จัดการทีมของสโมสรแห่งนี้ ในปี 1995 โรนีลโดได้ทำสัญญาดับสโมสรฟุตบอลท้แงถิ่นคือ สโมสรฟุตบอลนาซียูนัล และได้เล่นให้กับสโมสรเป็นเวลา 5 ปี แล้วได้ย้ายไปอยุ่กับสปอรืติกกลูบีดีปูร์ตูกาล ( สปอตร์ติงลิสบอน ) ในช่วงปี 1997 และได้สำเร็จการเล่นฟุตบอลเยาวชนให้กับในประเทศของเขา

นักฟุตบอลอาชีพ

ในปี พ.ศ. 2002 โรนับโดในวัย 17 ปีได้ย้ายมาเล่นให้กับ สปอตร์ติงลิสบอนเนื่องจากในเวลานั่นสโมสรฟึตบอลชื่อดังในโปรตุเกสได้เห็นความน่าสนใจชองโรนัลโดมากแต่เค้าเลือกที่จะมาอยู่กับ สปอตร์ติงลอสบอน โดยโรนัลโดได้ลงเล่นเป็นจำแหน่งกองหน้าและได้มีโอกาศได้ลงเล่นเป็นตัวจริงเยอะโรนัลโดโชฝีเท้าได้อย่างยอดเยี่ยมไม่ว่าจะเป็นการหลบหลีกคุ่ต่อสุ้การแย่งชิงบอล การยิงจากระยะไกลและการทำประตูอย่างแม่นยำ ทำให้โรนันโดในช่วงนั้นโด่งดังไปทั่วในทวีปยุโรป และโรนัลโดมีจุดเด่นที่มีทักษะในการคลองบอลและมีความคล่องตัวสุง ด้วยจุดนี้เอง ทำให้เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ผู้จัดการทีมชื่อดังของแมนเชสเตอร์ ยไนเต็ด ใน พรีเมียร์ลีก ประเทศอังกฤษ ได้สนใจที่จะนำโรนัลโดมาร่วมทีมซึ่งดานเจรจาซื้อตัวโรนัลโดก็เป็นที่สำเร็จ โดยก่อนที่โดรนัลโดจะออกจากประเทศโปรตุเกส โรนัลโดเล่นให้กับ สปอตร์ติง ลอสบอนไปแล้วทั้งสิ้น 31 นัด ทำไป 5 ประตู

แมนเชสเตอร์ยุไนเต็ด

โรนัลโดได้ย้ายมาอยู่กับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดด้วยราคา 12.24 ล้านปอนด์ ในฤดูการ 202-03 โรนัลโดใช้เวลาไม่นานนักในการปรับตัวให้เข้ากับพรีเมียลีก และผลงาน 8 ประตู จากกาลลงสนาม 39 นัด ซึ่งรวมถึงประตูแรกในรอบชิงชนะเลิศอฟเอ คัพ กับ มิลล์วอลล์ก็ทำให้เค้าได้รับรรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ประจำฤดูการ 2003/04 โรนัลโดกับการพาทีมชาติโปรตุเกสเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศในศึกยูโร 2004 ก่อนผ่ายให้กับกรีฃ 0-1 ในฤดูการที่ 2 ของโรนัลโดกับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดพอร์มไม่ดีเท่ากับปีแรก หลังขากจบฤดูการด้วยการลงสนาม 50 นัด แต่ทำได้แค่ 9 ประตุ และในฤดูการ 2005-06 โรนัลโดก็เรียกฟอร์มเก่งของตัวเองกลับมาได้อีกครั้งในช่วงครึ่งฤดูกาลหลัง ด้วยการทไ 12 ประตุ จากการลงสนาม 47 นัด โรนัลโดคว้ารางวัลนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมของฟิฟโปร ซึ่งเป็นรางวัลเดียวที่ให้แฟนๆเป็นผู้ลงคะแนนโหวดตัดสิน และในปีเดียวกันเขาก็ได้อันดับที่ 20 ในตำแหน่งผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีของฟีฟ่าด้วย

ฤดูการ 2006-2009

ในศึกฟุตบอลโลก 2006 โรนัลโดถูกแฟนบอลอังกฤษโห่ไล่หลังจากมีส่วนทำให้ เวย์น รูนีย์ เพื่อนร่วมทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ต้องถูกไร่ออกในเกมที่แฃอังกฤษพบกับโปรตุเกส โรนัลดดถูกสื่อในอังกฤษกดดันและต่อว่า อย่างไรก็ตามโดรนัลโดก็ยังคงเล่นให้กับสโมสร เมษายน 2007 คริสเตียโนโรนัลโดคว้ารางวัลผู้เล่นดาวรุ่งยอดเยี่ยมประจำปี 2007 ชองสมาคมฟุตบอลอาชีพอังกฤษหรือพีเอฟเอไปครองโดยเป็นผู้เล่นรายที่ 2 ในประวัติศาสตร์ที่สามารถคว้ารางวัลเกียรติยศทั้งสองมาครอบครองในเวลาเดียวกันหลังโชว์ ฟอร์มวุดยอดมาตลอดฤดุการนี้โดยก่อนหน้านี้ แอนดี เกรย์เคยทำได้เมื่อปี 1997 หรือกว่า 30 ปีก่อน

เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน ค.ศ. 2009 แมนยูไนเต็ดยอมรับว่าได้รับข้อเสนอการซื้อตัวจากสโมสรฟุตบอล เรอัลมริดด้วยค่าตัว 80 ล้านปอนด์ ซึ่งก็ปรากฎ่านัลโดมีความต้องการที่จะออกจากยูไนเต็ดเช่นกัน โดยเค้าได้ตกลงย้ายออกไป การซื้อตัวครั้งนี้เป็นสถิติการซื้อตัวที่แพงที่สุดในโลก

โดยผลงานของโรนัลโดลงเล่นเป็นตัวจริง 299 นัด ยิงไป 118 ประตู

เรอัลมาดริด

ในวันที่ 26 มถุนายน พ.ส 2009 สโมสรเรอัลมาริดเซื้อตัวโรนัลโดมาด่วยราคา 80 ล้านปอนด์ ซึ่งเป็นสถิตืการซื้อนักฟุตบอลที่แพวที่สุดในโลกจากแมนฯ ยูไนเต็ด เขาได้รับตำแหน่งสวมเสื้อหมายเลข 9 โดยในฤดูการนี้เค้าทำผลงานได้อย่างยอกเยี่ยมโดยลงเล่นเป็นตัวจริง 35 นัด ทำประดูไป 33 ประตู ซึ่งคลองดาวซันโวสุงสุดของลาลีกาโดยเค้าได้ถูกย้ายให้ไปเล่นตำแหน่งกองหน้าและบางครั้งอาจจะได้ไปเล่นตำแหน่ง ปีกขวา เจ้าตัวทำประตูแรกตั่งแต่ย้ายมาอยู่กับมาดริดคือนัดที่เจอกับแอตเลติโดมาริด โดยมาดริดชนะไป 2-0 และในวันที่ 15 กันยายน 2009 โรนัลโดได้ยิงฟรีคิกระยะไกลถึงสองครั้งในนัดที่เจอกับ เอฟซี ซูริฃ โดยมาดริดชนะไป 5-2 ในเกมยุฟ่าแชมป์เปียนส์ลีกรอบแบ่งกลุ่ม

บาร์เซโลนา

บาร์เซโลนา เป็นสโมสรฟุตบอลอาชีพสเปนตั้งอยู่ที่เมือง บาร์เซโลนา แคว้นกาตาลุญญา ประเทศสเปน เล่นอยู่ในลาลิกา สโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนาเป็นผู้ชนะเลิศในถ้วยสเปนปัจจุบัน เป็นสโมสรที่ประสบความสำเร็จในฟุตบอลสเปน ในแง่ของจำนวนถ้วยรางวัลภาบในประเทศและทุกถ้วย โดยชนะเลิศในการแข่งลาลิกา 26 สมัย ชนะในโกปาเดเรย์ 30 สมัย ชนะเลิศซูเปร์โกปาเเดเอสปัญญา 10 สมัญ ชนะเลิศในปาเอบาตัวร์เต 3 สมัญ และได้รับรางวัล ปาเดลาลิกา 2 สมัย นอกจากนี้ยังเป็นสโมสรที่ประสบความสำเร็จจที่สุดในยุโรป โดยได้ชชชชนะเลิศในยูฟ่าแชมป์เปียนลีก 5 วมัยและชนะเลิศฟีฟ่าคลับเวิลด์คัพ 3 สมัย พวกเค้ายังมีสถิติชนะเลิศในอินเตอร์-ซิตีสืแฟส์คัพ 3 สมัย ถ้วยต้นแบบของยูฟ่าคัพ

บาร์เซโลนา เป็นสโมสรฟุตบอลอาชีพสเปนตั้งอยู่ที่เมือง บาร์เซโลนา แคว้นกาตาลุญญา ประเทศสเปน เล่นอยู่ในลาลิกา สโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนาเป็นผู้ชนะเลิศในถ้วยสเปนปัจจุบัน เป็นสโมสรที่ประสบความสำเร็จในฟุตบอลสเปน ในแง่ของจำนวนถ้วยรางวัลภาบในประเทศและทุกถ้วย โดยชนะเลิศในการแข่งลาลิกา 26 สมัย ชนะในโกปาเดเรย์ 30 สมัย ชนะเลิศซูเปร์โกปาเเดเอสปัญญา 10 สมัญ ชนะเลิศในปาเอบาตัวร์เต 3 สมัญ และได้รับรางวัล ปาเดลาลิกา 2 สมัย นอกจากนี้ยังเป็นสโมสรที่ประสบความสำเร็จจที่สุดในยุโรป โดยได้ชชชชนะเลิศในยูฟ่าแชมป์เปียนลีก 5 วมัยและชนะเลิศฟีฟ่าคลับเวิลด์คัพ 3 สมัย พวกเค้ายังมีสถิติชนะเลิศในอินเตอร์-ซิตีสืแฟส์คัพ 3 สมัย ถ้วยต้นแบบของยูฟ่า

นอกจากนี้ยังเป็นสโมสรยุโรปสมัยเดียวที่แข่งในฟุตบอลระดับทวีปทุกฤดูการตั่งแต่ปี 1955 และเป็น 1 ใน 3 สโมสรที่ไม่เคยตกชั้นในลาลิกา ร่วมกับทีมอัตเลติกบิลบาโอและเรอัลมาดริด ในปี 2009 เป็นสโมสรสเปนสโมสรแรกที่ได้ถือคลองแชมป์ 3 รางวัล คือ ลาลิกา โกปาเดลเรย์ และแชมเปียนสืลีก และในปีเดียวกันนี้ยังเป็นสโมสรฟุตบอลสโมสรแรกท่ชนะในการแข่งขัน 6 รางวัลในปีเดียวกัน เพิ่มอีก 3 ถ้วยคือ ซูเปร์โกปาเดเอสปัยญา ยูฟ่าซุเปอร์คัพ และ ฟีฟ่าคลับเวอด์คัพ

ก่อตั้งในชื่อ ฟุตบอลคลับบาร์เซโลนา ในปี 1899 โดยกลุ่มของนักฟุตบอล สวิส อังกฤษมีคำขวัญทางการ เพลงประจำสโมสรคือเพลง กันดัลยาร์ซา เขียนโดย เฌามา ปิกัส และฌูแซ็ป มาริอา อัสปินัส และที่แตกต่างจากสโมสรอื่นคือ ผู้สนับสนุนทรมเป็นเจ้าของและบริหารบาร์เซโบลนา ถือเป็นสโมสรที่ร่ำรวยที่สุดในโลกอันดับ 2 ในด้านของรายได้ ที่มีรายได้ประจำปี 398 ล้านยูโร สโมสรยังเป็นคู่ปรับอันยาวนานกับเรอัลมาดริดและนัดการแข่งขันระหว่างสองทีมนี้เรียกว่า เอลดาซิโก

จุดกำเนิดสโมสรบาร์เซโลนา

เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม ค.ศ. 1899 ฌูอัน กัมเป ได้ลงประกาศโฆษณาใน โลสเดปอร์เคส ว่ามีความต้องการที่จะก่อตั้งสโมสรฟุตบอล โดยได้รับการตอบรับอย่างดีในการนัดพบกันที่ คิมนาเซียว โซเล เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายนโดยมีผู้เลน 11 คนมารวม ทำให้ฟุตบอลคลับบาร์เซโลนา ก็ถือกำเนิดขึ้นมา สโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนาประสบความสำเร็จในช่วงแรกกับการแข่งขันถ้วยทิองถิ่นและระดับชาติได้ลงแข่งใน กัมเปียวนัดเดกาตาลุนยาและถ้วบโดปาเดลเรย์ในปี 1902 สโมสร ถ้วบโกปามากายา และร่วมลงแข่งโกปาเดลเรย์ครั้งแรกแต่แพ้ 1–2 ให้กับบิซกายา ในนัดชิงชนะเลิศ[4] กัมเปร์ได้เป็นประธานสโมสรในปี ค.ศ. 1908 แต่สโมสรมีปัญหาด้านการเงินเนื่องจากไม่สามารถชนะการแข่งขันได้ตั้งแต่กัมเปียนัตเดกาตาลัน ในปี ค.ศ. 1905 เขาเป็นประธานสโมสรใน 5 วาระในระหว่างปี ค.ศ. 1908 ถึง 1925 รวม 25 ปี ที่เขาดำรงตำแหน่งประธานสโมสร หนึ่งในความสำเร็จคือการทำให้สโมสรมีสนามกีฬาของตัวเอง ทำให้มีรายได้ที่มั่นคง

มื่อวันที่ 14 มีนาคม ค.ศ. 1909 สโมสรได้ย้ายไปสนามกัมเดลาอินดุสเตรีย ที่มีที่นั่งจุ 8,000 คน จากปี ค.ศ. 1910 ถึง 1914 บาร์เซโลนาได้ร่วมลงแข่งในถ้วยพิเรนีส ที่ประกอบด้วยทีมที่ดีที่สุดของ ล็องด็อก, มีดี, อากีแตน (ฝรั่งเศสใต้), บาสก์ และ กาตาลุญญา ในเวลานั้นถือเป็นการแข่งขันที่ดีที่สุดที่เปิดให้เข้าแข่งขัน[6][7] ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น สโมสรได้เปลี่ยนภาษาอย่างเป็นทางการของสโมสรจากภาษาสเปนกัสติยา (Castilian Spanish) เป็นภาษากาตาลา และค่อย ๆ เพิ่มความสำคัญให้กับสัญลักษณ์ที่สำคัญของอัตลักษณ์กาตาลา เพื่อให้แฟนที่สนับสนุนสโมสรแต่ไม่รู้ว่าจะทำอะไรระหว่างการแข่งขันและเพื่อให้เป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์กลุ่มของสโมสร[8]

กัมเปร์ได้รณรงค์หาสมาชิกสโมสรเพิ่ม และในปี ค.ศ. 1922 สโมสรมีสมาชิกมากกว่า 20,000 คนและมีฐานะการเงินเพียงพอที่จะสร้างสนามกีฬาแห่งใหม่ สโมสรได้ย้ายไปเลสกอตส์ โดยเปิดสนามใหม่ในปีเดียวกันนี้[9] เดิมทีเลสกอตส์จุผู้ชมได้ 22,000 คน และต่อมาขยายเพิ่มเป็น 60,000 คน[10] แจ็ก กรีนเวลล์ เป็นผู้จัดการเต็มเวลาคนแรกของสโมสรและสโมสรได้เริ่มต้นพัฒนา ในช่วงระหว่างยุคของกัมเปร์ สโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนาชนะถ้วยกัมเปียนัตเดกาตาลัน 11 ครั้ง ถ้วยโกปาเดลเรย์ 6 ครั้ง และถ้วยพิเรนีส 4 ครั้ง ถือเป็นย้

เบรา, สาธารณรัฐ และ สงครามกลางเมือง

เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน ค.ศ. 1925 ฝูงชนที่สนามกีฬาร้องเพลงชาติในการประท้วงต่อระบอบเผด็จการของ มีเกล เด รีเบรา สนามถูกปิดไป 6 เดือนจากการโต้ตอบด้วยกำลังทหาร และกัมเปร์ถูกบีบให้ถอนตัวจากการเป็นประธานสโมสร[11] จากเหตุการณ์นี้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกับสโมสรสู่ความเป็นมืออาชีพ โดยในปี ค.ศ. 1926 ผู้บริหารบาร์เซโลนาออกมาประกาศต่อสาธารณะว่าบาร์เซโลนาก้าวสู่มืออาชีพเป็นครั้งแรก[9] สโมสรชนะการแข่งขันถ้วยสเปน มีการแต่งบทกวีเพื่อเฉลิมฉลองในชื่อ “โอดาอาปลัตโก” เขียนขึ้นโดยสมาชิกกลุ่มเจเนอเรชันออฟ ’27 ที่ชื่อ ราฟาเอล อัลเบร์ตี ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก “วีรกรรม” ของผู้รักษาประตูบาร์เซโลนา[12] เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม ค.ศ. 1930 กัมเปร์ฆ่าตัวตายหลังจากความเครียดที่มาจากปัญหาส่วนตัวและปัญหาด้านการเงิน[5]

ถึงแม้ว่าพวกเขาจะยังมีผู้เล่นในการดำรงตำแหน่งของ ชูเซบ เอสโกลา แต่สโมสรก็ถึงยุคแห่งการเสื่อมถอย เนื่องจากความขัดแย้งในเรื่องการเมืองที่ลดความสำคัญด้านกีฬาลง[13] ถึงแม้ว่าสโมสรจะได้ถ้วยกัมเปียนัตเดกาตาลันในปี ค.ศ. 1930, 1931, 1932, 1934, 1936, และ 1938[4] ที่ประสบความสำเร็จในระดับประเทศ (ยกเว้นข้อพิพาทเรื่องการชนะในปี ค.ศ. 1937) จากนั้น 1 เดือนหลังสงครามกลางเมืองสเปนเริ่มขึ้นในปี ค.ศ. 1936 นักฟุตบอลหลายคนจากบาร์เซโลนาและอัตเลติกเดบิลบาโอก็เข้าเป็นทหารเพื่อต่อสู้กับการปฏิวัติ[14] เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม ชูเซบ ซุนยอล ประธานสโมสรและตัวแทนพรรคสนับสนุนการเมืองเสรี ถูกฆาตกรรมโดยทหารกลุ่มฟาลังเคใกล้กับเมืองกวาดาร์รามา[15] ขนานนามความทุกข์ทรมานในช่วงนี้ของประวัติศาสตร์สโมสรบาร์เซโลนาว่า บาร์เซโลนิสเม (สเปน: barcelonisme)[16] ฤดูร้อนปี ค.ศ. 1937 ผู้เล่นได้เดินทางไปแข่งขันที่เม็กซิโกและสหรัฐอเมริกา ในนามสาธารณรัฐสเปนครั้งที่ 2 การออกแข่งขันนี้ทำให้การเงินของสโมสรมั่นคงขึ้น แต่ก็เป็นผลให้ครึ่งหนึ่งของทีมหาทางลี้ภัยในเม็กซิโกและฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 16 มีนาคม ค.ศ. 1938 เมืองบาร์เซโลนาถูกโจมตีทางอากาศ มีผู้เสียชีวิต 3,000 คน ระเบิดหนึ่งลูกโจมตีสำนักงานของสโมสร[17] กาตาลุญญาเข้าดูแลอีกหลายเดือนต่อมา และในฐานะสัญลักษณ์ของกาตาลานิยมที่ไม่มีการดูแล ทำให้สโมสรมีสมาชิกลดลงเหลือ 3,486 คน[18] หลังจากสงครามการเมือง มีการสั่งห้ามธงชาติกาตาลาและสโมสรฟุตบอลที่ไม่ได้ใช้ชื่อสเปน เป็นผลบังคับให้สโมสรต้องเปลี่ยนชื่อเป็น กลุบเดฟุตบอลบาร์เซโลนา (สเปน: Club de Fútbol Barcelona) และเอาธงกาตาลาออกจากตราสโมสร[10]

ฟุตบอลโลก

ฟุตบอลโลก หรือ ฟีฟ่าเวิร์ดคัพ เป็นการแข่งขันฟุตบอลระหว่าประเทศโดยมีชุดทีมชาติชายร่วมเข้าแข่งในกลุ่มสมาชิกสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างประเทศ ฟีฟ่า การแข่งขันจัดขึ้นทุกๆ 4 ปีเริ่มครั้งแรกในปี 1930 ใน บอลโลก 1930 ยกเว้นในปี 1942 และ 1946 ที่งดเว้นไปในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ทีมขนะเลิศการแข่งขันล่าสุดคือทีมชาติฟรั่งเศสที่ชนะในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018

ฟุตบอลโลก หรือ ฟีฟ่าเวิร์ดคัพ เป็นการแข่งขันฟุตบอลระหว่าประเทศโดยมีชุดทีมชาติชายร่วมเข้าแข่งในกลุ่มสมาชิกสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างประเทศ ฟีฟ่า การแข่งขันจัดขึ้นทุกๆ 4 ปีเริ่มครั้งแรกในปี 1930 ใน บอลโลก 1930 ยกเว้นในปี 1942 และ 1946 ที่งดเว้นไปในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ทีมขนะเลิศการแข่งขันล่าสุดคือทีมชาติฟรั่งเศสที่ชนะในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018

รุปแบบการแข่งขันในปัจจุบัน การแข่งขันประกอบด้วย 32 ทีม เพื่อเข้าร่วมแข่งขียในสนามที่จัดงานของประเทสเจ้าภาพซึ่งจะจัดขึ้นประมาณ 1 เดือน การแข่งขัน 32 ทีมสุดท้ายนี้ เรียกว่าการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายส่วนในรอบคัดเลือกที่แข่งกันก่อนหน้านั้น ในปัจจุบันจะต้องใช้เวลาร่วม 3 ปี เพื่อตัดสินว่าทีมไดที่จะได้เข้าร่วมแข่งขันกับประเทศเจ้าภาพ

ในการแข่งขันฟุตบอลโลก 21 ครั้ง มีทีมชาติที่ชนะในการแข่งขัน 8 ชาติ ได้แก่ ทีมชาติบราซิล ชนะ 5 ครั้ง และเป็นทีมเดียวที่เข้าร่วมการแข่งขันในทุกครั้ง สาวนทีมขาตือื่นที่ชนะการแข่งขันคือ ทีมชาติอิตาลีและทีมชาตเยอรมนี ชนะ 4 ครั้ง ทีมชาติอสร์เจนตินา ทีมชาติอุรุกวัย และทีมชาติฟรั่งเศส ชนะ 2 ครั้ง และทีมชาติอังกฤษและทีมชาติสเปน ชนะ 1 ครั้ง

การแข่งขันฟุตบอลโลกถือเป็นการแข่งขันกีฬาที่มีผู้ชมมากที่สุดในโลก มีผู้ชมราวๆ 715.1 ล้าน คนในการแข่งขันนัดตัดสิยของการแข่งขันฟุตบอลโลก 2006 ที่จัดขึ้นที่ประเทศเยอรมนี

ประวัติ

นับการแข่งขันฟุตบอลระหว่างประเทศเกินครึ่งครั้งแรก ในการแข่งขันที่กลาสโกว์ ในปี ค.ศ.1872 ระหว่างสกอตแลนด์กับอังกฤษ และในการแข่งขันชิงชนะเลิศระหว่างประเทศครั้งแรกชื่อ บริดิชโฮมแชมเปี้ยนชิป ซึ่งเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1884 กีฬาฟุตบอลเติบโตในส่วนอื่นขิงโลกนอกเหนือจากอังกฤษในข่วงเปลี่ยนศตวรรษ มีการแนะนำกีฬาและแข่งขันประเภทนี้ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน 1900 และ 1904 และที่กีโอลิมปิกซ่อน 1906

หลังจากสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างประเทศ ฟีฟ่า ก่อคั้งขึ้นในปี 1904 ได้มีการพยายามจัดการแข่งขันฟุตบอลชิงชนะเลิศระหว่าประเทศ นอกเหนือจากประเทศที่เข้าแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ปี 1906 ที่สวิตเซอร์แลนด์ ถือเป็นการแข่งขันฟุตบอลในยุคแรกๆ แต่ประวัติศาสตร์อย่างเป็นทางการของฟีฟ่าอธิบายว่าการีแข่งขันนั้นล้มเหลวไป

การแข่งขันโอลิมปิกฤดูร้อน 1908 ในกรุงลอนดอน ฟุตบอลถือเป็นกีฬาอย่างหนึ่งที่แข่งขันอย่างป็นทางการจัดขึ้นโดยสโมสรฟุตบอลอังกฤษได้ดูแลจัดการแข่งขัน โดยผุ้ร่วมเชข้าอข่งขันเป็นมือสมักเล่นเท่านั้นและดูเป็นการแสดงมากกว่าการแข่งขันโดยบริเดนใหญ่แข่งขันโดยทีมฟุตบอลสมักเล่นทีมชาติอังกฤษ ได้รับเหลียญทองในการแข่งขัน ต่อมาในโอลิมปิดฤดูร้อน 1912 ที่สต๊อกโฮล์ม ก็มีจัดขึ้นอีกโดยการแข่งขันฟุตบอลสวีเดน

ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกวึ่งแข่งขันเฉพาะในมีมสมักเล่น เซิร์โทมัส ลิปตันได้จัดการแข่งขันที่ชื่อ การแข่งขันชิงถ้สยโทมันสิตันจัดขึ้นในฤดูใบไม้ร่วงในปี 1909 เป็นการแข่งขันระหว่างสโมสร ไม่ๆช้ที่มชาติ จากหลายๆประเทศ บางทีทีมที่เป็นตัวแทนของแต่ละเทศการแข่งขันครั้งนี้บางทีอาจเรียกการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งแรกมีทีมอาชัพเข้าแข่งขันขสกทังในอิต่ลี เยอรมนีและสวิตเซิร์แลนต่มสาคมฟุตบอลอังกฤษปฎิเสฑที่จะร่วมและไม่ส่งทีมนักบอลอาขีพมาแข่ง ลิปตันเชิญสโมสรเวสแฮมอ๊อกแลนด์ทาวน์ชนะการแข่งขันและกลับมารักษาแชมป์ในปี 1911 ได้สำเร็จ

ในปี ค.ศ 1914  ฟีฟ่าได้จำแนกการแข่งขันฟุตบอลในกีฬาโอลิมปิกว่าเป็น การแข่งขันชิงอชมป์สำหลับมือสมักเล่น และลงรับผิดชอบในการจัดการแข่งขัน และนี่เป็นการปูทางไห้กับการแข่งขันฟุตบอลระดับทวีปเป็นครั้งแรก โดยในโอลิมปิกฤดูร้อน 1920 ที่มีทีมแข่งขันอย่างอียิปต์ และทีมจากยุโรปอีก 13 ทีม มีผู้ชนะคือทีมเบลเยี่ยม ตาอมาทีมอุรุกวัย ชนะในการอแขงข้นฟุตบอลในโอลิมปิกในอีก 2 ครั้งถัดไปคือในปี 1924 และ 1928 และ ในปี 1924 ถือเป็นยุคที่ ฟีฟ่า ก่สวสู่ระดับมืออาชีพ

จากความสำเร็จในการแข่งขันฟุตบอลในโอลิมปิก ฟีฟ่าพร้อมด้วยประธานที่ชื่อ ชูล รี รีเมล ได้ผลักดันอีกครั้งโดยเริ่มมองหาหนทางในการจัดการแข่งขันนอกเหนือการแข่งขันโอลิมปิก ในวันที่ 28 พฤษภาคม ค.ศ. 1928 ที่ประชุมฟีฟ่าในอัมสเตอร์ดัมตัดสินใจที่จะจัดการแข่งขันด้วยตัวเอง กับอุรุกวัย ที่เป็นแชมปฺเปียนโลกอย่างเป็นทางการ 2 ครั้ง และเพื่อเฉลิมฉลอง 1 ศตวรรษแห้งอิสรภาพของอุรุกวัยในปี ค.ศ. 1930 ฟีฟ่าได้ประกาศว่าอุรุกวัยเป็นประเทศเจ้าภาพในการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งแรก

สมาคมฟุตบอลของประเทศที่ได้รับการเลือก ได้รับคำเชิญให้ส่งทีมมาร่วมแข่งขัน แต่เนื่องจากอุรุกวัยที่เป็นสถานที่จัดงาน นั้นหมายถึงระยะทางและค่าใช้จ่ายที่ต้องเดินทางข้ามมหาสมุดแอตแลนติกมาจากฝั่งยุโรปมา ซึ่งแท้จริงแล้ว ไม่มีประเทศใหนในยุโรปตอบตกลงว่าจะส่งทีมมาร่วมจนกระทั่ง 2 เดือนก่อนการแข่งขัน ริเมตจึงสามารถเชิญทีมจากเบลเยียม ฝรั่งเศส โรมาเนีย และ ยุโกสลาเวีย มีทีมเข้าร่วมทั้งหมด 13 ทีม โดยมี 7 ทีม จากทวีปอเมริกาใต้ 4 ทีมจากยุโรป และ 2 ทีมจากอเมริกาเหนือ

2 นัดแรกของการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งแรก จัดขึ้นในกันเดียวกันเมื่อวันที่ 13 กรฟฎาคม ค.ศ. 1930 ผู้ชนะคือ ทีม ฝรั่งเศส และทีมสหรัฐอเมริกาชนะแม็กซิโก 4-1 และเบลเยี่ยม 3-0 ตามลำดับ โดยผู้ทำประตูแรกในฟุตบอลโลกมาจาก ลุกแซง โลร็องต์ จากฝรั่งเศส ในนัทตัดสิน ทีมชาติ อุรุกวัยชนะทีมชาติอารืเจนติน่า 4-2 ต่อหน้าผู้ชม 93,000 คนที่เมือง มอนเตวิเดโอทีมอุรุกวัยจึงเป็นชาติแรกที่ชนะการแข่งขันฟุตบอลโลก

ฟุตบอลโลกก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง

หลังจากที่เกิดการแข่งขันฟุตบอลโลกขึ้นแล้ว ในกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน 1932 ที่จัดขึ้นที่เมือง ลอวแอนเจลิส ก็ไม่ได้รวมการแข่งขันฟุตบอลเข้าไปด้วย เรฃนื่อจากไม่ได้รับความนิยมในกีฬาฟุตบอลในสหรัฐอเมริกาในขณะที่อเมริกันฟุตบอลได้รับความนิยมมากขึ้น ทางฟีฟ่าและคณะกรรมการโอลิมปิกสากล ที่มีความคิดเห็นต่างกันในเรื่องผู้เล่นในฐาณะมือสมักเล่น ดังนั้นจึงไม่มีการแข่งขันฟุตบอลในเกมนี้ แต่ต่อมากีฬาฟุตบอลได้กลับมาในกีฬาโอลิมปิก ในโอลิมปิกฤดูร้อน 1936 แต่ถูกลดความสำคัญลง เพราะความมีชื่อเสียงของฟุตบอลโลก

ประเด็นในการจัดการแข่งขันในช่วงแรกของฟุตบอลโลกที่เป็นความยากลำบากในการเดินทางข้ามทวีปและสงครามนั้น มีทีมจากอเมริกาใต้บางทีมยินดีที่จะเดินทางไปยุโรปในการแข่งขันในปี 1934 และ 1938 โดยทีมบราซิลเป็นทีมเดียในอเมริกาใต้ที่เข้าแข่งขันทั้ง 2 ครั้งนี้ส่วนการแข่งขันฟุตบอลโลก 1942 และ 1946 ได้มีการยกเลิกไปเนื่องจากสงครามโลกครั้วที่สอง และ พักจากผลกระทบของสงครามโลก

ฟุตบอลโลกหลังสงครามโลกครั้งที่สอง

ฟุตบอลโลก 1950 จัดขึ้นที่ประเทศบราซิล เป็นครั้งแรกในสหราชอาณาจักถอนตัวจากฟีฟ่าในปี ค.ศ. 1920 ที่ไม้พอใจในบางส่วนที่ต้องเล่นกับประเทศที่พวกเขาทำสงครามด้วยและบางส่วนเพื่อประท้วงด้านอิทธิพลและการบังคับจากต่างชาติแต่ก็กลับเข้ามาร่วมในปี ค.ศ. 1946 หลังจากได้รับคำเชื้อเชิญจากฟีฟ่า การแข่งขันทีมแชมป์อย่างอุรุกวัยก็กลับเข้ามาร่วม หลังจากคว่ำบาติฟุตบอลโลกก่อนหน้านี้ 2 ครั้ง โดยทีมอุรุกวัยชนะในกการแข่งขันอักครั้ง หลังหลังจากที่ชนะประเทศเจ้าบ้าน

Soccer Football – World Cup – Semi Final – France v Belgium – Saint Petersburg Stadium, Saint Petersburg, Russia – July 10, 2018 France’s Antoine Griezmann shoots at goal REUTERS/Dylan Martinez

ในการแช่งขันระหว่างปี 1934 และ 1978 มีทีมเข้าร่วมแข่งขัน 16 ทีม ยกเว้นในปี ค.ศ. 1938 เมื่อออสเตรียรวมเข้ากับเยอรมนี หลังจากรอบคัดเลือก ทำให้มีทีมแข่งขันเหลือเพียง 15 ทีม และในปี ค.ศ. 1950 เมื่ออินเดีย สก็อตแลนด์ และตุรกี ถอนตัวจากการแข่งขัน ทำให้มีทีมร่วมแข่งขันเพียง 13 ทีม[15] ทีมที่เข้าร่วมแข่งขันส่วนใหญ่เป็นทีมจากยุโรปและอเมริกาใต้ มีส่วนน้อยจากอเมริกาเหนือ แอฟริกา เอเชียและโอเชียเนีย ทีมเหล่านี้มักจะแพ้อย่างง่ายดายกับทีมจากยุโรปและอเมริกาใต้ จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1982 มีทีมนอกเหนือจากยุโรปและอเมริกาใต้ที่เข้าสอบรอบสุดท้าย คือ ทีมสหรัฐอเมริกา เข้ารอบรองชนะเลิศในปี ค.ศ. 1930, ทีมคิวบาเข้ารอบรองชนะเลิศใน ปี ค.ศ. 1938, ทีมเกาหลีเหนือ เข้าสู่รอบรองชนะเลิศในปี ค.ศ. 1966 และทีมเม็กซิโกเข้าสู่รอบรองชนะเลิศในปี ค.ศ. 1970

กอล์ฟ

กอล์ฟ คือกีฬาหรือเกมประเภทหนึ่ง ซึ่งผู้เล่นใช้ไม้หลายชนิดตีลูกให้ลงหลุม จากกฤกอล์ฟระบุว่า กีฬากอล์ฟประกอบด้วยการเล่นลุกใดลุกหนึ่งด้วยไม้กอล์ฟจากแท่นตั้งที่ไปลงหลุมโดยการสโตรคหนึ่งครั้งต่อเนื่องกันตามกฎข้อบังคับ กอล์ฟเป็นกีฬาประเภทบอลเพียงไม่กี่ชนิดที่ไม่มีอณาเขต การเล่นที่แน่นอน สนามแต่ละแห่งสามารถมีรุปปร่างและขนาดต่างกัน

กอล์ฟ คือกีฬาหรือเกมประเภทหนึ่ง ซึ่งผู้เล่นใช้ไม้หลายชนิดตีลูกให้ลงหลุม จากกฤกอล์ฟระบุว่า กีฬากอล์ฟประกอบด้วยการเล่นลุกใดลุกหนึ่งด้วยไม้กอล์ฟจากแท่นตั้งที่ไปลงหลุมโดยการสโตรคหนึ่งครั้งต่อเนื่องกันตามกฎข้อบังคับ กอล์ฟเป็นกีฬาประเภทบอลเพียงไม่กี่ชนิดที่ไม่มีอณาเขต การเล่นที่แน่นอน สนามแต่ละแห่งสามารถมีรุปปร่างและขนาดต่างกัน

ต้นกำเนิดของกอล์ฟนั้นยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ระหว่าง เนเธอร์แลน สกอตแลนต์ และ จีน โดยมีการเล่นมาแล้วอย่างน้อบห้าศตวรรษในหมู่เกาะบรีเดนในรูปแบบปัจจุบันได้มีการเล่นในสกอตแลนต์ตั้งต่ พ.ศ. 2215 เป็นกีฬาที่ให้ความสำคัญกับกฎกติกาและมารยาทเป็นอย่างมาก โดยองค์กรที่ทำหน้าที่ในการบัญญัติและกำกับกฎกติกาหรือที่รู้จักกันในชื่อ R&A ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ประเทศ สกอตแลนต์ นอกจากนั้น R&A ยังเป็นผู้จัดทำคู่มือกติกากอล์ฟ ที่สมักเล่นที่จะสอบเพื่อเลื่อนสถานภาพเป็นนักกอล์ฟอาชีพจะต้องท่องให้ได้ขึ้นใจอีกด้วย

ประวัติ

กีฬากอล์ฟเฉแ ในวีนที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 1840 เป็นครั้งแรกในเนเธอร์แลนต์ ในเมืองที่ชื่อว่า Loenen aan de Vech โดยชาวดัตช์เล่นเกมส์และไม้ลูกบอลหนัง โดยผู้ที่ตีลูกบอลลงในเป้าหมายที่อยู่ห่างออกไปหลายร้อยเมตรด้วยจำนวนครั้งการตีน้อยที่สุด เป็นผู้ชนะ

ชาวสกอตแลนด์ถือว่ากอล์ฟเป้นการคิดค้นของสกอตแลนต์ โดยเชื่อว่ามีการกล่าวถึงในกฎหมายสองฉบับ ในพุทธศตวรรศที่ 20 ซึ่งมีการห้ามเล่นกีฬาที่เรียกว่า gowf อย่างไรก็ตาม นักวิชาการเชื่อว่าเป็นการกร่าวถึงกีฬาซึ่งมีลักศณะเป็นกีฬาประเภททีมบนสนาม ใกล้คัยงกับฮอกกี้มากกว่า โดยกล่าวว่าเป็นกีฬาที่ใช้ไม้ตีลูกบอลให้ลงหลุมนั้นมีการเล่นใน พุทธศตวรรษที่ 22 ในเนเธอร์แลนด์มากกว่าสกอตแลนด์

สนามกอล์ฟที่เก่าที่สุดที่มีการเล่นอย่างต่อเนื่องคือสนามกอล์ฟใน Musselburgh สกอตแลนด์ โดยมีกลักฐานว่ามีการเล่นกีฬากอล์ฟที่สนามแห่งนี้ตั่งแต่ปี 2215 แม้ว่าจะมีการกล่าวกันว่า สมเด็จพระราชินี แมรี่แห่งสกอตแลนด์ ททรงเล่นกอลล์ฟที่สนามแห่งนี้ในปี 2110

ในอดีต สนามกอล์ฟไม่ได้มี 18 หลุมเสมอไป สนามกอล์ฟเซนตืแอนดรูว์ส ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นที่แคบๆตามแนวชายฝั่งทะเล ในช่วง พุทธศตวรรษที่ 20 นักกอล์ฟที่เซนต์แอนดรูว์สได้เล่นกอล์ฟบนพื้นที่มีสภาพเป็นลุกคลื่น และมีหลุมซึ่งที่ตั้งถูกบีบบังคับโดยสภาพพื้นที่ สนามกอล์ฟที่เกิดขึ้นนี้มี 11 หลุม โดยเริ่มจากคลับเฮาสืไปจนสุดอีกฝั่งนึงของพื้นที่ เมื่อเล่นออกไปจนสุดแล้ว นักกอล์ฟก็จะกันกลับและเล่นกลับเข้ามา รวมเป็นทั้งหมด 22 หลุม ในปี 2307 ครเริ่มรู้สึกว่าหลุมหลายหลุมมีระยะสั้นไป จึงนำหลุมบางหลุมมารวมกัน ลดจาก 11 เหลือเพียง 9 หลุม และรวมกันแล้วเป็น 18 หลุม

ในเดือน มกราคม พ.ศ.2549 มีหลักฐานใหม่ เกี่ยวกับต้นกำเนิดของกอล์ฟ ค้นพบโดยศาสตราจารย์ จากมหาวิทยาลัยหลานโจ๋วซึ่งชวนให้เชื่อได้ว่า มีกีฬาซึ่งมีลักษณะไกล้เคียงกับกอล์ฟในปัจจุบันในประเทศจีน ตั่งแต่ห้าร้อยปี ก่อนการกร่าวถึงในสกอตแลนต์ บันทึกจากสมัยราชวงศ์ซ่ง มีการกล่าวถึงเกมฉุยหวาน มีภาพวาดด้วยเกมนี้มีการใช้ไม้ 10 ชนิดซึ่งรวมถึงไม้ซึ่งมีลัษณะไหล้เคียงกับโรเวอร์ หัวม้สอง และหัวไม้สามด้วย ไม้ต่างๆมีการประดับด้วยหยกและทอง ทำให้เชื่อได้ว่าเป็นกีฬาสำหลับผู้มีฐานะร่ำรวย สาสตราจารย์หลินเชื่อว่ากีฬากอล์ฟถุกนำเข้าสู่ยุโรปและต่อมาสกอตแลนต์โดยนักเดินทางชาวมองโกลในช่วงปลายยุคกลาง

โฆษกของรอยัลแอนด์เอนเซียนกอล์ฟคลับออฟเซนต์แอนดรูว์ส หนึ่งในองค์กรกอล์ฟที่เก่าแก่ของสกอตแลนต์ กล่าวว่า กีฬาที่ใช้ไม้และลุกบอลนั้นมีการเล่นมาหลายศตวรรษแต่กอล์ฟที่เรารู้จักกันทุกวันนี้ เล่นกัน 18 หลุมมาจากสกอตแลนต์อย่างแน่นอน

ในประเทศไทย สนามกอล์ฟแห่งแรกได้ถูกสร้างขึ้นในรัขสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว

สนามกอล์ฟ

กีฬากอล์ฟเล่นในพื้นที่ที่ซึ่งเรียกว่า สนามกอล์ฟ สนามกอล์ฟประกอบไปด้วยหลุมหลายหลุม โดยในทางกอล์ฟ หลุม หมายถึงทั้งหลุมที่เจาะลงไปจนถึงกรีนสนามกอล์ฟส่วนใหญ่ประกอบไปด้วย หลุม 18 หลุม

แท่นตีกอล์ฟ

การตีครั้งแรกในแต่ละหลุม เริ่มจากเขตที่เรียกว่า แท่นตั้งตี ผู้เล่นสามารถใช้แท่นหมุดขนาดเล็กซึ่งเรียกว่าที่ตั้งลูก ทจากไม้หรือพลาสติก ช่วยให้การตีที่ช๊อตง่ายขึ้นก่อนที่จะมีที่สมัญใหม่นั้นนักกอล์ฟมักจะก่อกอลทรายเล้กเป็นทรงพรีระมิดในการตั้วลูกกอล์ฟ สนามกอล์ฟส่วนใหญ่สนามกอล์ฟส่วนใหญ่จะมีแท่นตั้งตีหลายระยะให้เลือก ซึ่งทำให้หลุมนั่นยาวขึ้นหรือสั้นลงแต่จะเลือก บริเวณแท่นตั้งที่นั่น มักจะมีพื้นผิวเลียก

แฟร์เวย์และรัฟ

หลังจากตีลูกออกจากแท่นตังที  ผู้เล่นจะตีลูกกอล์ฟ

จากจุดที่ลูกมาหยุดอยู่ซึ่งอาจจะ แฟร์เวย์ หรือว่า รัฟ บนแฟร์เวย์นั้นหญาจะถูกตัดสั้นและเรียบทำไห้ตีลุกนั้นง่ายกว่าการตีรัฟ ซึ่งมักจะไว้กย้ายาว

อุปรรค

 ในสนามกอล์ฟ หลุมหลายหลุมอาจมีเขต อุปสรรค ซึ่งแบ่งออกเป็นสองขนิดคือ เขตอุปสรรคน้ำ และ บังเกอร์ บางครั้งเลียกว่าหลุมทราย หรือ อุปสรรคทรายจะมีกฎบังคับการเพิ่มเดิม ซึ่งทำให้กรเล่นลำบากมากขึ้นตัวิย่างเช่นในเขตอุปสรรค ผู้เล่นไม่สามารไช่ไม้กอล์ฟสัมพื่นก่อนการเล่นลูกได้ ลูกที่อยูในเขตอุปสรรคสามารถสามารถเล่นจากจุดที่ลูกหยุดได้โดยไม่ถูกปรับแต้ม หากไม่สามารถเล่นลูกได้จากตำแหน่ง    ในเดือน ก.ค. 2549 กอล์ฟและไมค์ได้รับรางวัล ศิลปินหน้าใหม่

2549: การรวมกันเฉพาะกิจในญี่ปุ่นและไทย

นิยม จากการประกาศรางวัล Channel [V] Thailand Music Video Awards 2006 ปลายเดือนนั้นทั้งคู่ได้ปรากฏตัวที่ประเทศญี่ปุ่น ก่อตั้งวงนานาชาติวงแรกของค่าย Johnny’s Entertainment วงเฉพาะกิจนี้ใช้ชื่อว่า Kitty GYM[3] ร่วมกับกับศิลปินดังของญี่ปุ่น ยามาชิตะ โทโมฮิสะ หรือ ยามะพี สมาชิกวง NEWS GYM มาจากตัวย่อชื่อของ “Golf” “Yamashita” และ “Mike” ส่วน Kitty มาจากจอห์นนี่ส์จูเนียร์ 4 คน ได้แก่ Kitayama (Kis-my-ft2), Inoo (J.J. Express, หรือภายหลังเป็นวง Hey! Say! JUMP), Totsuka (A.B.C.) และ Yaotome (Ya-Ya-Yah หรือภายหลังเป็นวง Hey! Say! JUMP) GYM ได้ออกซิงเกิล “Fever to Future” (ฟีเวอร์ โตะ ฟิวเจอร์) [4] เพื่อเป็นเพลงเชียร์ประจำการแข่งขันวอลเล่ย์บอลหญิงเวิร์ลด์กรังปรีซ์ ซิงเกิลนี้ขึ้นอันดับ 1 บนโอริกอนชาร์ต[5] ซึ่งทำให้ กอล์ฟ & ไมค์ เป็นศิลปินเอเชียน (นอกเหนือจากญี่ปุ่น) คู่แรกที่มีเพลงขึ้นอันดับหนึ่งโอริกอน ในครั้งนี้ กอล์ฟไมค์ ยังได้ร่วมแสดงในคอนเสิร์ต จอห์นนี่ส์จูเนี่ยร์โนะไดโบเคน จำนวน 25 รอบ

22 สิงหาคม 2549 สองหนุ่ม กอล์ฟ-ไมค์ ยังออกโปรเจกต์อัลบั้มพิเศษกับอีก 8 หนุ่ม จี-จูเนียร์ ได้แก่ ชิน กาย แฮปปี้ มะเดี่ยว เจ ณัฐ เคน และไอซ์ โดยตั้งเป็นวง “จี-เจอาร์” ออกอัลบั้ม “10 Club” มีซิงเกิลแรก “Show Time”

ในวันที่ 7 ตุลาคม 2549 จี-เจอาร์ ได้จัดคอนเสิร์ต “The Show Must Go On by Golf-Mike & Friends” ซึ่งเป็นคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งที่ 2 ของสองหนุ่มและเพื่อนๆที่ อิมแพคอารีน่า เมืองทองธานี คอนเสิร์ตนี้ที่จริงถูกวางแผนไว้เป็น Thai-J Pop Concert with Arashi & Golf-Mike แต่วงอาราชิจำต้องยกเลิกคอนเสิร์ตเนื่องจากความไม่สงบทางการเมืองในประเทศไทยในเวลานั้น[6] ภายในปลายเดือนเดียวกัน จี-เจอาร์ ได้รับรางวัล Popular Vote New Band จาก Virgin Hitz Awards 2006

หลังจากเสร็จสิ้นจากอัลบั้ม 10 Club กอล์ฟ-ไมค์ เข้าสตูดิโออัดเสียงอีกครั้งเพื่อทำอัลบั้ม 2 ปลายปี 2549 กอล์ฟ-ไมค์ ตัดสินใจออกอัลบั้มพิเศษแทนอัลบั้ม 2 ซึ่งยังอยู่ในระหว่างการทำงาน ในวันที่ 22 ธันวาคม 2549 อัลบั้ม “365 Days With Golf-Mike” วางแผงพร้อมด้วยวีซีดีรวมภาพประทับใจของสองหนุ่ม ซิงเกิลเพลง “ขอบคุณ…ยังน้อยไป”

2550: One By One และซิงเกิลอัลบั้มที่ญี่ปุ่น

กอล์ฟ-ไมค์ มีอัลบั้มเต็มชุดที่ 2 “One By One” กับซิงเกิลแรก “Fight For You” ต่อด้วยเพลงช้าสุดฮิตอย่าง “ไม่ต้องบอกแล้วว่าเธอรักฉัน” และ เซ็ง,sexy girl,ที่ปรึกษา ก่อนจระเบิดความมันส์อย่างยิ่งใหญ่ พร้อมแสง สี เสียงตระการตา และพัฒนาการที่เติบโตของ กอล์ฟ-ไมค์ ที่โชว์ทั้งร้อง เต้น เล่นละคร…บนเวทีคอนเสิร์ตเป็นครั้งแรกโดยใช้ชื่อคอนเสริ์ตใหญ่ว่า“กอล์ฟ-ไมค์ วัน บาย วัน คอนเสิร์ต” (Golf-Mike One By One Concert) ที่จัดโดย จีเอ็มเอ็ม ไลฟ์ ร่วมกับ ทรู มิวสิก และ ยามาฮ่า ณ ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี ในวันที่ 19 พฤษภาคม 2550 ในเวลาต่อมากอล์ฟ-ไมค์ ก็ได้ไปออกซิงเกิลอัลบั้มที่ญี่ปุ่น ชื่ออัลบั้ม Golf-mike Nippon Ainiikuyo (นิปปอน ไอนิอิคุโย) เป็นซิงเกิล 4 เพลงก่อน และจะวางแผงที่ญี่ปุ่นวันที่ 27 มิถุนายน[7]

2551: Get Ready และละครทีวีเรื่องแรก

ในปี กอล์ฟ-ไมค์ ออกผลงานสตูดิโออัลบั้มชุดที่ 3 ชุด Get Ready โดยมีเพลงเปิดตัวคือ “Let’s Get Down” ที่ร่วมงานกับ ขัน – ขันเงิน เนื้อนวล จากวง ไทยเทเนี่ยม อัลบั้มวางขาย 12 ธันวาคม พ.ศ. 2551[8] ก่อนจะปล่อยเพลงช้าในละครเรื่อง “อุบัติรักข้ามขอบฟ้า” ที่ฮิตติดชาร์ทอย่าง ยิ่งรักยิ่งเจ็บ,ไม่ดีพอ ไม่พอดี,จะไปส่งถึงมือ ตามมาด้วยการแสดงสดเต็มรูปแบบ ครั้งที่ 4 ของ ศิลปิน ดูโอ้กอล์ฟไมค์ ใช้ชื่อในคอนเสริ์ตใหญ่ว่า “Golf Mike Get Ready Concert by Puriku “

2552: ทัวร์คอนเสิร์ตทั่วประเทศครั้งแรก และการโปรโมทในต่างประเทศ

ปี 2552 กอล์ฟและไมค์ได้มีทัวร์คอนเสิร์ตทั่วประเทศเป็นครั้งแรกของทั้งคู่ ชื่อว่า The Closer GOLFMIKE By Puriku International tour concert โดยกอล์ฟและไมค์จะทัวร์คอนเสิร์ตทั่วประเทศ 9 จังหวัด ได้แก่ ขอนแก่น อุบล โคราช เชียงใหม่ พิษณุโลก ชลบุรี สงขลา ภูเก็ต และ กรุงเทพฯ ซึ่งเริ่มทัวร์คอนเสิร์ตครั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 6 ตุลาคม 2552 ไปจนถึงวันที่ 14 พฤศจิกายน 2552 ซึ่งคอนเสิร์ตครั้งนี้มีแขกรับเชิญมากมาย ตั้งแต่ พิ้งค์กี้-สาวิกา, จุ๋ย จุ๋ย, น้ำชา, ไมตี้ เม้าท์ กอล์ฟและไมค์ได้แต่งเพลงใหม่ซึ่งเป็นธีมคอนเสิร์ตครั้งนี้ เป็นเพลงที่ชื่อว่า let’s stay togeter ซึ่งมีเนื้อหาถึงการก้าวไปด้วยกันของกอลฟไมค์และแฟนคลับของพวกเขา

ประวัติคาราเต้

ประวัติคาราเต้ สมัยคริสต์ศตวรรษที่ 14 โอะกินะวะได้มีการติดต่อการค้ากับทางจีนแผ่นดินใหญ่ที่มีมานานมากตั่งแต่สมัยอดีตในขนะนั้นได้มีการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม วิชาการควบคุมรู้แขนงต่างๆ รวมถึงศิลปะการป้องกันตัว โอะกินะวะได้มีศิลปะการต่อสู้ประจำอยู่แล้ว และได้ผสมผสานกับทักษะที่ได้รับมาจากจีนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งก็คือ มวยใต้ จนสามารถเรียกได้ว่าญีปุ่นเป็นต้นกำเนิด

ประวัติคาราเต้ สมัยคริสต์ศตวรรษที่ 14 โอะกินะวะได้มีการติดต่อการค้ากับทางจีนแผ่นดินใหญ่ที่มีมานานมากตั่งแต่สมัยอดีตในขนะนั้นได้มีการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม วิชาการควบคุมรู้แขนงต่างๆ รวมถึงศิลปะการป้องกันตัว โอะกินะวะได้มีศิลปะการต่อสู้ประจำอยู่แล้ว และได้ผสมผสานกับทักษะที่ได้รับมาจากจีนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งก็คือ มวยใต้ จนสามารถเรียกได้ว่าญีปุ่นเป็นต้นกำเนิด

ของคาราเต้ โดยโอะกินาวะจะเรียนศิลปะป้องกันตัวของตนเองว่า โทเต้ ในภาษาโอะกินะวะ หรือในภาษาญีปุ่นจะเรียกว่า โอะกินะวะเต้ โดย โอะกินะวะเต้ จะมีวิชาที่สามารถแยกเป็นจุดเด่นของแต่ละสำนัก หลักๆ ได้แก่ 3 สำนักหลัก ซึ่งชื่อสำนักได้ตั้งตามชื่อเมืองใหญ่ที่วิชานั้นๆ อาศัยอยู่ได้แก ชูริเต้ นาฮาเต้ และ โทมาริเต้

ชูริเต้ มวยแห่งเมืองชูริ

โซคอน มัทสุมูระ ผู้เชี่ยวชาญแห่งชูริเต้ได้เดินทางไปจีนเพื่อศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมความรู้ของตนและนำกลับมาพัฒนาชูริเต้ ความรุ้ใหม่ที่โชคอนนำมาก็คือ ทักษะของมวยสิงอี้ฉวน ต่อมา โชกิ โมโตบุ ผู้เชี่ยวชาญแห่งชูริเต้ ได้แลกเปลี่ยนความรู้กับ ผู้สืบทอดวิชาสิงอี้ และปากั้วซึ่งอพยพมาอยู่ที่โอะกินะวะ

ต่อมาปี 1992 ฟูนาโกชิ กิชิน ลูกศิษย์ของ อังโก อิโคสึ แห่งชูริเต้ ไดพัฒนาคาราเต้ และ เผยแพร่เข้าสู่ญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการที่โตเกียว โดยได้รับการสนับสนุน จิกาโร่ คาโน ผู้ก่อตั้งยุโดโคโดกัน และต่อมา บรรดาศิษย์ของฟูนาโกชิ ได้เรียกรูปแบบการสอนของฟูนาโกชิว่า โชโด ตามนามปากกาของท่าน และได้เรียกโรงฝึกปห่งแรกของท่านนามว่า โชโดกัน

นาฮาเต้ มวยแห่งเมือนนาฮา

คันเรียว ฮิกาอนนะ ลูกศิษย์ของ อาราคากิ เซน์โช ผุ้เชี่ยวชาญนาฮาเต้ ได้เดินทางสู่ฟูเจี้ยนเพื่อหาประสบการณ์และศึกษาวิชาการต่อสู้ของจีน ได้เรียนกับ เซี่ยจงเสียง หรืออีกชื่อหนึ่ง ริวริวโก ผู้เชี่ยวชาญมวยกระเรียนหมิงเฮ่อฉวน และเดินทางกลับมาพัฒนา นาฮาเต้ ต่อมา โชจุน มิยากิ ผู้สืบทอดนาฮาเต้ของคันเรียว ได้เปลี่ยนชื่อสำนักนาฮาเต้เป็น โกจูริวคาราเต้ เพื่อพัฒนาให้ทันสมัย และได้เข้ามาในญีปุ่นและเริ่มทำการสอนคาราเต้ แต่เดิมสอนอยู่ในโอกินะวะ เป็นเวลาไม่นานนักหลังจากฟูนาโกชิ แห่งโชโตกัน

หลังจากที่ มยากิ ได้ทำการสอนในญีปุ่นและโอกินะวะท่านได้ตัดสินใจเดินทาง ไปยังประเทสจีนแผ่นดินใหญ่เพื่อกราบเซี่ยจงเสียงเป็รอาจารย์ ศึกศาในด้านของมวยจีนตามแบบอาจารย์ของตน และได้กลับมาญีปุ่น อีกครั้ง เพื่อเรียบเรียงตำราการฝึกสอนของสำนักโกจูริวขึ้นใหม่ ให้เหมาะสมกับที่ท่านได้เรียนรู้มา

ปัจจุบัน ประวัติคาราเต้ ส่วนนี้มีประเด็นถกเถียงกันว่า เซี่ยขงเสียง กับ ริวริวโก เป็นคนละคนกัน เนื่องจากบันทึกของ มิยากิโชจุน กล่าวไว้ว่า ตอนที่เดินทางไปฟุเจี้ยนกราบ ริวริวโก เป็นอาจารย์ถึงได้ทราบว่า ริวริวโกเสียชีวิตไปแล้ว จนได้กราบ เซี่ยจงเสียงเป็นอาจารย์แทน ขณะนั้น เซี่ยจงเสียงได้รับสมญานามว่า หรูเกอ หรือ ริวโก ซึ่งแปลว่าเหมือนดังชื่อพี่ชาย หรือเหมือนดั่งครู ไม่ไช้หรูหรูเกอ หรือ ริวริวโกและจากประวัติที่ คันเรียว ฮิกาอนนะไปกราบ ริวริวโกเป็นเป็นอาจารย์ ขณะนั้น เซี่ยจงเสียงยังเป็นเพียวเด็กอายุ 13 ปี คันเรียว ฮิกาอนนะ อายุมากกว่า เซี่ยจงเสียง 1 ปี ซึ่งในขณะนั้น ริวริวโกได้รับ นากาอิมะ โนริชาโด ผู้ก่อตั้งสำนักริวเอริวเป็นศิษย์มานานกว่า 10 ปีแล้ว

ในขณะที่ มิยากิ เดินทางไปจีนแผ่นดินใหญ่ หนึ่งในนักเรียนที่ดีที่สุดของ มิยากิ ที่รู้จักกันดีในญีปุ่นก็คือ โกเกน ยามากูจิ ฉายา The cat ผู้ได้รับสายดำระดับ 10 ดั้งจากมิยากิ ได้ทำหารสอนต่อไปในญีปุ่น โดยยึดหลักการสอนแบบดั่งเดิมที่ได้เรียนรู้มาจากมิยากิ ก่อนที่จะไปศึกษาต่อที่จีน

ความหมายคำว่า คาราเต้

คำว่า คาราเต้ เดิมทีมาจากการอ่านออกเสียงแบบชาวโอกินะวะ ตัว คารา ในภาษาจีน หมายถึง ประเทศจีน หรือ ราชวงค์ถัง ส่วนเต้ หมายถึงมือ คาราเต้ หมายความว่า ฝ่ามือจีน หรือ ฝ่ามือราชวงศ์ถัง หรือ กำปั้นจีน หรือ ทักษะการต่อสู้แบบจีน ในรูปแบบการเขียนแบบนี้ ฝ่ามือราชวงศ์ถัง จึงกมายถึง การต่อยมวยแบบถัง หรือ ฝ่ามือจีน ก็บ่งบอกถึง อิทธิพลที่รับมาจากลักษณะการต่อสู้ของชาวจีน ในปี 1933 หลังจากสงค์ครามระหว่างจีน กับ ญีปุ่นครั้งที่ 2 กิชิน ฟุนาโคชิ ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะ บิดาแห่งคาราเต้สมัยใหม่ ได้เปลี้ยนตัวอักษร คารา ไปเป็นตัวอักษรที่มีเสียงเหทือนกันแต่มีความหมายว่า ความว่างเปล่า แทน

เมื่อปี 1936 หนังสือเล่มที่สองของฟุนาโคชิใข้ตัวอักษร คารา ที่มีความหมายว่าความว่างเปล่า และในการชุมนุมบรรดาอาจารย๋ชาวโอกินะวะก็ใช้ตัวอักษรเดียวกัน ตั่งแต่นั้นมาคำว่า คาราเต้ ซึ่งออกเสียงเหมือนแต่ ใช้ตัวอักษรใหม่ จึงหมายถึง มือเปล่า

คำว่า มือเปล่า ไม้เพียงแต่นักคาราเต้จะต่อสู้โดยปราศจากอาวุต แล้ว ยังซ่อนความหายตามความเชื่อแบบเซ้นไว้ด้วย เพราะด้วยวิธีปห่งเซ็นการพัฒนาความสามารถ และศิลปะของแต่ละบุคคล จะต้องทำจิตใจให้ว่างเปล่าละเว้นจากความปรารถนา ความมีทิฐิและกิเลสต่างๆ

คาราเต้แปลว่า วิธีทาง ลู่ทาง ศาสตร์ อีกทั้งยังหมายถึงปรัชญาเต๋าอีกด้วย โดย เป็นคำต่อท้ายสำหลับศิลปะการต่อสู้หลายชนิด ให้ความหมายว่านอกจากศิลปะเหล่า นั้นจะเป็นทักษะแล้ว ยังต้องมีพื้นฐานของจิตวิญญานอยุ่ด้วย สำหลับความหมายที่เกี่ยวข้องกับศิลปะการต่อสุ้ อาจจะแปลได้ว่า วิธีแห่ง เช่น ในไอคิโด ยูโด เคนโด ดังนั้น คาราเต้โด จึงหมายถึง วิธีแห่งมือเปล่า

  • โด อาจมองได้ 2 แบบ คือ แบบปรัชญา และแบบกีฬา
  • โด แบบปรัชญา ด้วยคสามหมายที่แปลว่า วิถีทาง และเป็นชื่อศาสนาเต๋าของศาสดาเหล่าจื๊อซึ่งมีอิธิพลอย่างมากในด้านปรัชญาพุทธศาสนานิกายเซนของญีปุ่น การตีความหมายคำนี้จึง
  • อาจมองได้ว่า วิถีทางการดำเนินชีวิต จิตวิญญาณของนักคาราเต้ เป็นต้น ซึ่งนักคาราเต้บางท่าน อาจใข้ คาราเต้เป็นวิธี แห่งการเข้าถึง จิตวิญญาณแห่งธรรมชาติ เต๋า เซน ได้ ดังนั้น คำว่า โด ของแต่ละคนจะไม่เหมือนกันเพราะแต่ละคนจะมีวิธีการในการเดินแตกต่างกัน
  • โด แบบกีฬา จริงๆ ในปัจจุบันเราเห็นได้ว่าท้ะงคำว่า คาราเต้ และคาราเต้โด ทำไมต้องเพิ่มคำว่า โด เริ่มใช้ครั้งแรกในศิลปะการป้องกันตัว ยูโด โดยปรมาจารย์จิก่โร คาโน แห่งโคโคกันยูโด เพื่อเปลี่ยนแปลงและแบ่งแยกวิชาใหม่ โดยแยกตัวออกจากวิชา ยูยิทสุ ซึ่งยูโดได้
  • ตัดทอนกระบวนท่าที่อันตรายออกไป เพื่อการฝึกฝน ได้อย่างเต็มที่ และสามารถจัดการแข่งขันได้ คาราเต้แต่เดิมไม่มีคำว่าโด

เอเชียนเกมส์

เอเชียนเกมส์ เป้นมหกรรมกีฬาที่ใหญ่ที่สุดของทวีปอเชีย โดยจะจัดการแข่งขันทุกๆ 4 ปี กีฬาถือกำเนิดมาจากการแข่งขันกีฬา แชมเปี้ยนแห่งภาคตะวันออกไกล โดยบุคคนกลุ่มหนึ่งในภาคพื้นเอเชีย แต่การแข่งขันก็ได้เลิกราไปด้วยสภาพปัญหาทางการเมืองและเศรษฐกิจในขณะนั้น

เอเชียนเกมส์ เป้นมหกรรมกีฬาที่ใหญ่ที่สุดของทวีปอเชีย โดยจะจัดการแข่งขันทุกๆ 4 ปี กีฬาถือกำเนิดมาจากการแข่งขันกีฬา แชมเปี้ยนแห่งภาคตะวันออกไกล โดยบุคคนกลุ่มหนึ่งในภาคพื้นเอเชีย แต่การแข่งขันก็ได้เลิกราไปด้วยสภาพปัญหาทางการเมืองและเศรษฐกิจในขณะนั้น

ต่อมาปี พ.ศ 2490 การแข่งขันกีฬาระหว่าประเทศในภาคพื้นเอเชียก็ได้เกิดขึ้นภายไต้ชื่อของการแช่งขันว่าอเซียนเกมส์ ซึ่งเป็นความคิดริเริ่มของ ตร.จี.ดี สนธิ คณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศอินเดีย ทั้งนี้โดยมีความเห็นว่า จากการแช่งขันกีฬาโอลิมปิกทุกครั้งที่ผ่านมา ประเทศในแถบเอเชียมีโอกาศเข้าร่วมการแข่งขันน้อยมากเนื่อจากนักกีฬาเอเชียมีความเสียเปรียบนักกีฬาจากประเทศยุโรปและออเมริกา ไม่ว่าจะเป็นรูปร่างหรือมาตรฐานการกีฬา จึงคิดที่จะยกระดับมาตรฐานการกีฬาของประเทศในกลุ่มฃียไห้ได้มาตรฐานทัดเยมกับนักกีฬาในกลุ่มประเทศยุโรปและอเมริกา

โดยเฉพาะประการสำคัญที่สุดคือ สานสสัมพันธ์อันดีระหว่าประเทศในภาคพื้นเอเชีย เนื่องจากในช่วงเวลานั้นประเทศในกลุ่มเอเชียหลายประเทศ มีความแตกจ่างกันในทางเศราฐกิจและความคคิดเห็นทางการเมือง

กระทั่งเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2491 จึงสามารถจัดตั่ง สหพันธ์ก๊ฬาแห่งเอเชีย ได้ด้วยความร่วมมือกันของ  อินเดีย จีน เกาหลี พม่า ฟิลิปินส์ และ ศรีลังกา ตามมาด้วยประเทศกล่มเอเชียอื่นๆ อีกในปี พ.ศ. 2492 จนประเทศไทยได้เข้าร่วมสังเกตการณ์เป็นครั้งแรก เชียนเกมส์ จึงถทอกำเนิดขึ้น อย่างเป็นทางการนับ แต่นั้นเป็นต้น มา พร้อมกับกำหนดการ แช่งชันทุก 4 ปี ในช่วงกึ่งกลางของกีฬาโอลิมปิก โดยให้ทุกประเทศ ผลัดกันเป็นเจ้าภาพตามลำดับตัวอัการ และถึงแม้ไทยจะเข้าร่วมเป็ นสนมาชิกช้ากว่าประเทสอื่น ๆ แต่ก็น่าภูมิใจม่น้อยที่ไทยได้รับเลือกให้เป็น เจ้าภาพมากที่สุดถึง 4 ครั้งจากการจัดการแข่งขันทั้งหมด 17 ครั้งที่ผ่านมา

ทั้งนี้ตลอดการแข่งขันที่จัดมา 17 ครั้งที่ผ่านมามีเพียงแค่ 2 ประเทศเท่านั้นที่ได้คลองความเป็นเจ้าเหลียญทองโดย ญีปุ่น ได้เจ้าเหลียญทองในครั้งที่ 1-8 ส่วน ตั้งแต่เอเชียนเกมส์ครั้งที่ 9 มาจนถึงครั้งล่าสุด ครั้งที่ 18 ประดทศ จีน ครองความเป็นเลิศในการยึดบัลลังเจ้าเหลียญทองมาโดยตลอด

เอเชียนเกมส์ครั้งที่ 18

กีฬาเอชียนเกมส์ 2018 ที่ประเทศอินโดนิเซีย รับกน้าสื่อเป็นเจ้าภาพจะแช่งชีนในระหว่างวันที่ 18 สิงหาคม ไปจนถึง 2 กันยายน พ.ศ. 2561 โดยเป็นการแข่งขันกาเชียนเกมส์ครั้งที่ 18

ชื่อที่เป็นทางการ กีฬาเชียนเกมส์ครี้งที่ 18 หรือเป็นที่รู้จักในชื่อ จสกสร์ต ปาเล็มบัง 2018 เป็นมหกรรม กีฬานานาชาติที่สำคัญ ที่สุดในทวีปเอเชีย ควบคุมโดยสภาโอลิมปิกแห่ง เอเชีย ซึ่งจัดขึ้นในกรึงจาการ์ตา และเมือง ปาเล็มบังยะ ประเทศ อินโดนี้ซีย ได้รับเกียจเป็นเจ้าภาพกีฬาเอเชียนเกมส์อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ.2557 ในการประชุมสามัญแห่งสภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย สมัยที่ 33 ณ เมืองอินช็อน ประเทศเกาหลีใต้ กรุงจาการืตาเคยเป็นเจ้าภาพมา 1 ครั้ง คือ กีฬาเชียนเกมส์ 1962 ซึ่งครั้งนี้กรุงจาการ์ตา เป็นเมืองที่ 3 ที่ได้การแข่งขันกีฬาเชียนเกมส์มากกว่า 1 ครั้ง และเมืองที่อยู่นอกเขตเมืองหลวง เมืองที่ 5 ที่ได้จัดการแข่งขันเอเชียนเกมส๋

สัญลักษณ์การแข่งขัน

สัญลักษณ์ประจำการแข่งขันเชียนเกมส์ 2018 (โลโก้) ได้ถูกเปิดเผยครั้งแรกในวันที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2558 ระหว่างการเฉลิมฉลองวันกีฬาแห่งชาติ สัญลักษณ์แบบแรกมีลักษณะคล้ายกับ นกปักษาสวรรค์ ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่พบได้ยาก ในประเทศอินโดนีเซีย

จำนวนกีฬาที่แข่งขันจะกำหนดให้ลดน้อยลง เหลือเพียง 35 ชนิดในการแข่งขันครั้งที่ 17 ซึ่งจะจัดขึ้นที่นครอินช็อนของเกาหลีใต้ และคราวนี้ จะ เป็นครั้งสุดท้ายที่การแข่งขันจะจัดขึ้นตามระยะเวลาเดิม เมื่อ โอซีเอผลักดันให้การแข่งขันครั้งถัดไป เกิดขึ้นก่อนกีฬาโอลิมปิกเพียงหนึ่งปี จึงหมายความว่าเอเชียนเกมส์ครั้งที่ 18 ซึ่งตามปกติจะมีกำหนดจัดในปี พ.ศ. 2561 ( ค.ศ. 2018 ) จะผลักดันไปเป็น พ.ศ. 2562 ( ค.ศ. 2019 )

ในปัจุบันได้มีการยุติการเปลี่ยนระยะเวลา จัดการแข่งขันออกไป จากที่จะจัดการแข่งขันก่อนโอลิมปิกเกมส์เพียงหนึ่งปีเป็น จัดการแข่งขัน ตามระยะเวลาเดิม เนื่องจากประเทศ อินโดนีเซียซึ่งเป็นเจ้าภาพเชียนเกมส์ครั้งที่ 18 ไม่สามารถที่จะจัดภายในปีค.ศ. 2019 ได้ ซึ่งในปีค.ศ. 2019 นั้นได้มีการจัดการเลือกตั้งประธานธิบดีของประเทศอินโดนีเซีย จึงจัดภายในปีค.ศ. 2018 ตามระยะเวลาเดิมแทน

ในเดือนมกราคม 2559 คณะกรรมการ จัดการแข่งขันได้ยกเลิกสัญลักษณ์แบบแรกไป หลังจากถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ในเรื่องความทันสมัย และลักษณะของสัญลักษณ์ ซึ่งคณะกรรมการจัดการแข่งขัน ได้เปิดการแข่งขันเพื่อออกแบบสัญลักษณ์ใหม่ ภายใต้คำขวัญ “Energy of Asia” และได้ประกาศรางวัลชนะเลิศเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

โดยสัญลักษณ์แบบใหม่ได้แรงบันดาลใจจาก หลังคาของสนามกีฬาเกลอรา บังการ์โน ส่วนสัญลักษณ์นำโชคใหม่ ได้แรงบันดาลใจจากสัตว์ที่หาพบได้ในประเทศ อินโดนีเซีย อาทิ นกปักษาสวรรค์ (“Bhin Bhin”), กวางบาวีน (“Atung”) และแรดชวา (“Kala”)

ผลงานนักกีฬาไทยในเชียนเกมส์ที่ผ่านมา

กีฬา เอเชียนเกมส์ 2014 ประเทศเกาหลีใต้ อินชอนเกมส์ เมื่อ 4 ปีที่แล้ว ทัพกีฬาจากแดนมังกรประเทศจีน ประกาศศักดา คว้าเจ้าเหลียญทองแบบม้วนเดีนวจบ โดยทำไปได้ถึง 151 เหลีญทอง

ส่วนผลงานนักกีฬาไทย ดีกว่าครั้งก่อนที่กว่างโจว เป็นเจ้าภาพ เมื่อปี 2010 อยู่ 1 เหรีญทอง ซึ่งถือว่า 12 เหรียญทอง 7 เหรียญเงิน และ 28 เหรียญทองแดง เป็นผลงานที่ยอดเยี่ยม แถมเรายังจบด้วยอันดับ 6 เป็นรองแค่ จีน เกาหรีใต้ ญี่ปุ่น คาซัคสถาน และ อีหร่าน เท่านั้น

ชนิดกีฬาและจำนวนเหรียญทองที่ชิงชัยในเอเขียนเกมส์ 2018

  • กีฬาทางน้ำ
  • ยิงธนู
  • กรีฑา
  • แบตมินตัน
  • เบสบอล
  • บาสเกตบอล
  • โบว์ลิ่ง
  • มวยสากลสมักเล่น
  • เรอแคนู
  • จักรยาน
  • ขี่ม้า
  • ฟันดาบ
  • ฮอกกี้
  • ฟุตบอล
  • กอล์ฟ
  • ยิมนาสติก
  • แฮนด์บอล
  • ยูโด
  • กาบัดดี
  • คาราเต้
  • เรือพาย
  • รักบี้ 7 คน
  • เรือใบ
  • เซปักตะกร้อ
  • ยิงปืน
  • เทควันโด
  • เทนนิส

ท๊อตแน่ม ฮ๊อทสเปอร์

ท๊อดแน่ม ฮ๊อทสเปอร์ สโมสรฟุตบอลประเทศอังกฤษหรือที่เหล่าแพนบอลเรียกสั้นๆว่า สเปอ ลงแข่งอยู่ในลีกสูงสุดของอังกฤษอย่างพรีเมียร์ลีก นับว่าเป็นอีกหนึ่งสโมสรที่มีความยิ่งใหญ่และมีเรื่องราวน่าสนใจให้แฟนบอลได้ศึกษา และเป็นอีกหนึ่งทีมที่มีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา จนปัจจุบันสามารถเทียบชั้นกับทีมอันดับต้นๆชองลีกจนได้ยอมรับให้เป็น Top 6 Premier League โดยมีคู่อริร่วมเรื่องอย่าง เชลซี และ อาร์เซน่อล

ท๊อดแน่ม ฮ๊อทสเปอร์ สโมสรฟุตบอลประเทศอังกฤษหรือที่เหล่าแพนบอลเรียกสั้นๆว่า สเปอ ลงแข่งอยู่ในลีกสูงสุดของอังกฤษอย่างพรีเมียร์ลีก นับว่าเป็นอีกหนึ่งสโมสรที่มีความยิ่งใหญ่และมีเรื่องราวน่าสนใจให้แฟนบอลได้ศึกษา และเป็นอีกหนึ่งทีมที่มีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา จนปัจจุบันสามารถเทียบชั้นกับทีมอันดับต้นๆชองลีกจนได้ยอมรับให้เป็น Top 6 Premier League โดยมีคู่อริร่วมเรื่องอย่าง เชลซี และ อาร์เซน่อล

ท๊อดแน่มฮ๊อทสเปอร์ เริ่มก่อตั้งขึ้นเมื่อ ค.ศ. 1882 โดยกลุ่มนักเรียน นำโดย Bobby Buckkle เดิมใช้ชื่อทีมว่า ฮอตสเปอร์ ชิกเก้น คลับ หนึ่งปีต่อมาพวกเค้าได้รับการช่วยเหลือจาก John Ripsher ครูสอนพระคัมภีร์ และเขาก็เป็นประธานสโมสรคนแรก

ต่อมาในเดือน เมษายน ค.ศ. 1884 ชื่อสโมสรได้เปลี่ยนเป็น ฮอคสเปอร์ เอฟซี โดยมีสนามประจำตัวคือ ทอตนัม มาเชส กิ่นที่มาในปี ค.ศ. 1897 สนาม ทอตนัม มาร์เชส ถูกให้ระงับการใช้งาน เนื่องจากเหตุการณ์ปัญหาสงครามโลก ทำให้ ฮอตสเปอร์

เอฟซีต้องไปเช่าบริเวณย่านเมือง นอททีมเบอร์แลนด์ และขอเช่าสนาม นอททัมเบอร์แลนด์ พาร์ค เป็นเวลา 8 ปี ก่อนที่จะย้ายไปยังสนามตัวเองอย่าง ไวต์ฮาร์ตเลน สนามประจำที่สโมสรที่มีอายุยาวนานมากที่สุด จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1901 พวกเค้าก็ได้แชมป์ เอฟเอคัพ ถ้วยที่เก่าแก่ที่สุดบนเกาะอังกฤษ ทั่งที่เวลานั้นพวกเขายังเป็นเพียงแค่ทีมสมัคเล่น

ในปี ค.ศ. 1908 พวกเค้าก็ขึ้นมาเล่นบนเวทีฟุตบอลลีกดิวิชั่น 2 ของประเทศอังกฤษ ก่อนที่จะได้รองแชมป์ ส่วนนักเตะที่มีชื่อเสียงของไก่เดือยทอง คือ อาเทอร์ กนิมส์เดล กัปตันทีมคนเก่ง โดยพวกเค้าสามารถคว้ารองแชมป์ในลีกได้ในปี 1912 โดยมีผู้จัดการทีมเป็น ปีเตอร์ แมควิลเลียม ก่อนที่สเปอร์จะจบอันอับท้ายตารางในซีน 1914-15 ก่อนที่ฟุตบอลอังดฤษจะหยุดแข่งขัน เนื่องจากเกิดเหตุสงครามโลกครั้งที่ 1

การแข่งขันฟุตบอลอังกฤษกลับมาเริ่มเตะกันอีกครั้งในปี โดยสเปอร์ต้องลงไปแข่งขันในลีกรอง ก่อนที่พวกเขาจะคว้าแชมป์ลีกรองและกลับมาเล่นบนลีกสูงสุดได้อีกครั้งในเวลาอันรวดเร็ว ในฤดูกาล 1919-1920 ต่อมาในวันที่ 23 เมษายน 1921 แมควิลเลียม นำสเปอร์สชูถ้วยแชมป์เอฟเอคัพได้เป็นสมัยที่ 2 ของประวัติศาสตร์สโมสร

ด้วยการชนะวูล์ฟแฮมป์ตัน 1-0 ส่วนผลงานในลีกปีเขาเป็นรองแชมป์ลีกโดยมีลิเวอร์พูลเป็นแชมป์ลีกในปี 1922 แต่ใน 5 ฤดูกาลถัดมาพวกเขาทำได้แค่จบกลางตาราง ก่อนที่จะตกชั้นไปเล่นลีกรองอีกครั้งในฤดูกาล 1927-28 หลังจากนั้น แมควิลเลียม ก็ตัดสินใจออก

หลังปี ค.ศ.1949 ฮอตสเปอร์ เอฟซี ได้เปลี่ยนชื่อสโมสรของตัวเองเป็น ทอตนัมฮอตสเปอร์ โดยเป็นสัญลักษณ์และชื่อประจำเมืองของถิ่น ไวต์ฮาร์ตเลน ซึ่งมีผู้จัดการทีมอย่าง อาเทอร์ โรเวย์ ชาวอังกฤษ เขาคิดค้นรูปแบบการเล่น “Push and Run” ซึ่งมันประสบความสำเร็จอย่างมากในปีแรก สามารถนำทีมขึ้นเล่นใน

ฟุตบอลลีกดิวิชั่น 1 ได้สำเร็จ และในช่วงเดียวกันนั่นเองพวกเขาสามารถคว้าแชมป์ลีกดิวิชั่น 1 ในฤดูกาล 1950-51 ได้สำเร็จ สุดท้ายเขาตัดสินใจยุติบทบาทผู้จัดการทีมของตัวเองด้วยการตัดสินใจลาออกในเดือน เมษายน1955

เนื่องจากปัญหาด้านความเคลียดกับการจัดการสโมสร บวกกับอาการเจ็บป่วย แต่ก่อนออกไปเขามอบของขวัญสุดพิเศษให้กับสโมสรและแฟนบอล กับดีลยักษ์ใหญ่กับการเซ็นสัญญากับยอดนักเตะ “Danny Blanchflower” ด้วยดีกรีรางวัลส่วนตัว FWA Footballer of the Year 2 ปี

ก่อนที่ตำนานของทีมอย่าง บิล นิโคลสัน ได้กลับมาคุมทีมอีกครั้งเมื่อเดือนตุลาคม 1958 หลังจากเลิกเล่นฟุตบอลไป  และเขาเป็นผู้จัดการทีมที่ประสบความสำเร็จสูงสุดคนหนึ่ง 1960-61 เขาสามารถพาทีมเป็นรองแชมป์ดิวิชั่น 1 ได้ 2 ครั้ง, แชมป์ เอฟเอคัพ 3 สมัย, ลัก คัพ 1 สมัย, คอมมูนิตีชิลด์ 3 สมัย

และรายการระดับยุโรปเขาสามารถคว้าแชมป์ ยูฟ่าคัพ (ยูโรป้า ลีก ในปัจจุบัน) 1 สมัย และ แชมป์ ยูฟ่าคัพวินเนอร์สคัพ 1 สมัย ตลอด 16 ปี ในถานะผู้จัดการทีม เขาพาความสำเร็จมากมายเข้าสู่สโมสร

ท๊อดแน่ม ฮ๊อทสเปอร์ เริ่มเข้าสู่ยุคตกต่ำหลังจากประสบความสำเร็จมากมายจากต้นยุค 70 และนิโคลสันลาออก พวกเข้าเริ่มตกต่าในฤดูกาล 1974-75 พวกเขาตกลงสู่ลีกรองในฤดูกาล 1976-1977 ทำให้ผู้จัดการทีมอย่าง คีธ เบอร์คินชอว์ (Keith Burkinshaw) กลับมาช่วยกู้วิกฤตของทีมโดยเร็วที่สุด

ช่วงเวลานั้นต้องยอมรับเลยว่า สเปอร์ ประสบความสำเร็จแบบสุดๆ หลังจาก เบอร์คินชอว์ เข้ามาคุมทีม สเปอร์ส สามารถรักษาฟอร์มมาตรฐาน

ได้อย่างดีตลอดมา เช่นในช่วง ค.ศ.1981 ถึง ค.ศ.1982 สเปอร์สามารถคว้าแชมป์ เอฟเอคัพ ได้ 2 สมัยติด ซึ่งเป็นยุคของ คีธ เบอร์คินชอว์ นอกจากนั้นพวกเขายังเถลิงบัลลังแชมป์ ยูฟ่าคัพ ได้อีก ส่งผลให้เป็นแชมป์สมัยที่ 2 ของสโมสร

ในยุค 1980 นับว่าเป็นช่วงเวลาการเปลี่ยนแปลงของ สโมสรมากมาย เช่น เริ่มด้วยการพัฒนา ไวต์ฮาร์ตเลน (White Hart Lane) รวมถึงยังเปลี่ยนแปลงกรรมการสโมสร ซึ่งผู้ที่เข้ามารับตำแหน่งคือ เออร์วิง สโคลาร์ เข้ามาบริหารให้สโมสรมีทิศทางในเชิงพาณิชย์มากขึ้น

โดยให้มีบทบาททางธุรกิจการค้าสูงขึ้น นอกจากนี้พวกเขายังชนะถ้วยเอฟเอ คัพ ได้อีกครั้งฤดูกาล 1990-91 ทำให้พวกเขาเป็นทีมแรกที่เอาชนะศึกเอฟเอ คัพ ได้แปดครั้ง

ท๊อดแน่ม ฮ๊อทสเปอร์ คือ เป็นหนึ่งใน 5 สโมสร

ที่ผลักดันให้ก่อตั้งพรีเมียร์ลีกขึ้นมา โดยจากความเห็นชอบของสมาคมฟุตบอล ให้พรีเมียร์ลีกเป็นลีกสูงสุดของฟุตบอลอังกฤษ พวกเขามีนักเตะชั้นยอดอย่าง Teddy Sheringham,

Jürgen Klinsmann, David Ginola ที่ลงเล่นอยู่กับทีมเป็นเวลาจนถึงปลายยุค 2000 พวกเขาเป็นทีมอยู่ จบอยู่กลาง

ตาราง และ ไม่ค่อยมีถ้วยแชมป์ติดมือมากนัก ก่อนที่ในปี 2010 ภายใต้การคุมทีมของ แฮร์รี เรดแนปป์ (Harry Redknapp) พวกพลังของนักเตะชั้นนำของโลกอย่าง แกเร็ธ เบล, ลูก้า โมดริช ส่งให้พวกเขาจบอันดับ 5 ครั้งแรกบนเวทีพรีเมียร์ลีกในปีนั้น

เลสเตอร์ซอตี้

เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมฟุตบอลแห่งเทพนิยาย สโมสรแห่งประวัติศาสตร์เลสเตอร์ ซิตี้ หรือ Leicester City Football Club เป็นสโมสรฟุตบอลที่มีประวัติความขลังและเก่าแก่ เจ้าของฉายา จิ้งจอกสีน้ำเงิน ของทีมฟุตบอลในช่วงยุคบุกเบิกศตวรรษที่ 19 ก่อตั้งยาวนานกว่า 100 ปี นับตั้งแต่ ค.ศ. 1884 อยู่ในเขตตะวันออกของเกาะอังกฤษแถบมิดแลนด์ ภายใต้ชื่อ Leicester Fosse (ตั้งมาจากชื่อถนนของสนามเหย้า) จากกลุ่มเด็กนักเรียนที่อาศัยอยู่กับโบสถ์ Emanuel Chapel ห้องเรียนไบเบิ้ล Rev Lyewellyn Parsons ด้วยการรวมเงินกัน 9 เพนนี เพื่อซื้อลูกฟุตบอลมาเตะเล่นกันอย่างสนุกสนาน การแข่งขันที่ถูกบันทึกเอาไว้ว่าเป็นการแข่งขันครั้งแรกของสโมสรนั้น คือ การเอาชนะทีม Syston Fosse ในวันที่ 1 พ.ย.1884 ที่สนาม Victoria Park

เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมฟุตบอลแห่งเทพนิยาย สโมสรแห่งประวัติศาสตร์เลสเตอร์ ซิตี้ หรือ Leicester City Football Club เป็นสโมสรฟุตบอลที่มีประวัติความขลังและเก่าแก่ เจ้าของฉายา จิ้งจอกสีน้ำเงิน ของทีมฟุตบอลในช่วงยุคบุกเบิกศตวรรษที่ 19 ก่อตั้งยาวนานกว่า 100 ปี นับตั้งแต่ ค.ศ. 1884 อยู่ในเขตตะวันออกของเกาะอังกฤษแถบมิดแลนด์ ภายใต้ชื่อ Leicester Fosse (ตั้งมาจากชื่อถนนของสนามเหย้า) จากกลุ่มเด็กนักเรียนที่อาศัยอยู่กับโบสถ์ Emanuel Chapel ห้องเรียนไบเบิ้ล Rev Lyewellyn Parsons ด้วยการรวมเงินกัน 9 เพนนี เพื่อซื้อลูกฟุตบอลมาเตะเล่นกันอย่างสนุกสนาน การแข่งขันที่ถูกบันทึกเอาไว้ว่าเป็นการแข่งขันครั้งแรกของสโมสรนั้น คือ การเอาชนะทีม Syston Fosse ในวันที่ 1 พ.ย.1884 ที่สนาม Victoria Park

เลสเตอร์ซิตี เป็นสโมสรแรกที่มีสนามเหย้า ก่อนการก่อตั้งสโมสรอย่างเป็นทางการในปีค.ศ. 1886 เมื่อมีสมาชิกครบ 40 คนพอดี ก่อนที่จะเข้าร่วมกับสมาคมฟุตบอลอังกฤษในปี ค.ศ. 1890 และย้ายไปเล่นที่สนามใหม่บนถนนฟิลเบิร์ตสตรีท สนามเก่าแก่ที่ใช้แข่งขันฟุตบอลในปีค.ศ. 1891 ก่อนจะแข่งขันนัดสุดท้ายและยกเลิกไปในปี ค.ศ. 2002 นับเป็นเวลายาวนานถึง 111 ปี และ สร้างสนามเหย้าแห่งใหม่ขึ้นชื่อ Walkers Stadium จากการเข้ามาดูแลภายใต้บริษัทขนม Walkers และการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ในปี ค.ศ. 2010

ภายใต้การควบคุมดูแลของบริษัท คิง เพาเวอร์ กับการเปลี่ยนไปตลอดกาล

การเป็นแชมป์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ในฤดูกาล 2015-16 และ เป็นแชมป์เพียงครั้งเดียวบนลีกสูงสุดทำให้ เลสเตอร์ ซิตี้ กลายเป็น 1 ใน 6 สโมสรที่ก่อนตั้งก่อน ปี 1992 ที่สามารถคว้าแชมป์ได้ และ รับชื่อทีม The Unbelievables ไปในทันที

ปี 1884 นักเรียนของโรงเรียน Wyggeston and Queen Elizabeth I College เมือง Leicester รวมตัวกันก่อตั้งทีมฟุตบอลจากการรวมเงิน ในนาม Leicester Fosse FC ยุคสมัยนั้นใช้สนามเหย้าถึง 5 แห่ง รอบๆ ถนน Fosse

ปี 1891 มีสนามเหย้าหลัก Filbert Street เป็นครั้งแรก และ ร่วมเข้าแข่งขันฟุตบอลมิดแลนด์ลีก

ปี 1894 แข่งขันเกมลีกดิวิชั่น 2 อย่างเป็นทางการครั้งแรก ก่อนจะพ่ายแพ้ให้กับ Grimsby Town ไปอย่างน่าเสียดาย 4 – 3 แต่ว่าชัยชนะครั้งแรกของสโมสรเกิดขึ้นหลังจากนั้นเพียง 1 สัปดาห์กับ Rotherham United และ ประวัติศาสตร์ขีดเขียนด้วยสถิติการถล่มประตู Notts Olympic แบบมโหฬาร 13 – 0 จนกลายเป็นสถิติที่มีอยู่จวบจนถึงปัจจุบันและเมื่อถึงฤดูกาล 1907 – 1908 เลสเตอร์ ซิตี้ เลื่อนขึ้นมาอยู่ดิวิชั่น 1 เป็นครั้งแรกต่อจากนั้นในปี 1914 ได้เกิดมหาสงคราม ทำให้อยู่ในช่วงสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ทีมเลสเตอร์ ซิตี้ จึงต้องย้ายไปแข่งขันในระดับภูมิภาคแทน (มิดแลนด์ลีก) ปี 1919 Leicester Fosse FC เปลี่ยนชื่อสโมสรเป็น Leicester City Football Club (ใช้จนถึงปัจจุบัน) และ กลับเข้าสู่การแข่งขันดิวิชั่น 2

นายวิชัย ศรีวัฒนประภา

ซึ่งหลังจากที่เค้าได้เข้าไปซื้อกิจการ ภายในเวลาเพียง 4 ปีเท่านั้น เลสเตอร์ ซิตี้ สามารถที่จะก้าวขึ้นมาเป็นแชมป์ในฤดูการ 2013-2014 เดอะแชมป์เปี้ยนชิปและผลงานที่ทำให้เป็นที่รู้จักและเป็นที่จับตามองของคนทั่วโลกเพราะถือว่าเป็นทีมม้ามืดที่สามารถขนะทีมดังอย่างมากมายมาอย่างคาดไม่ถึงพวกเค้ากลายเป็นทีมที่น่าจับตามองในวงการพรีเมียร์ลีกมากขึ้นนั่นก็คือการเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก 2015-2016

สนามแข่งเลสเตอร์ ซิตี้

เลสเตอร์ ซิตี้ มีสนามสนามแข่งขันตั่งแต่ในยุคเริ่มต้นจนถึงปัจจุบัน ทั้งหมด 5 สนามด้วยกัน โดยเริ่มแรกใช้สนาม วิกตอเรียพาร์กและในปี 1887 ได้ย้ายสนามไปยังสนามเบลเกรจโรดสปอร์ต แต่สนามนี้ก็ได้ตกเป็นของสหพันธ์รักบี้ทำให้ จิ้งจอกสยาม ต้องย้ายกลับไปยังสนามเดิม

สนามฟิลเบิร์ตสตรีท

เมื่อถึงปี 1891 ได้ย้ายสนามอีกครั้งหนึ่งมาอยู่ที่ ฟิลเบิร์ตสตีทและใช้สนามยาวนานมากเป็นเวลา 111 ปี ก่อนที่เดือน กรกฎาคม ปี 2002 จะย้ายสนามมาที่วอล์คเกอร์สเตเดียม ซึ่งก็คือสนามคิงพาวเวอร์สเตเดียมในปัจจุบันนั่นเองซึ่งตั้งอยู่เมืองเลสเตอร์ ประเทศอังกฤษมีความจุที่นั้ง 32500 ที่นั่ง เป็นสนามที่สวยงามและสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างสมบูรณ์

ตราสโมสร จิ้งจอกสยาม

การพัฒนาตราสโมสร หรือโลโก้ประจำสโมสรของเลสเตอร์ซิตี้นั้น จะเห็นได้ว่ามีรูปสุนัขจิ่งจอกอยู่ เพราะเมืองที่ตั้งอยู่นั้น มีสุนัขจิ่งจอกอยุ่เป็นจำนวนมากนั่นเอง จึงได้รับฉายาว่า จิ้งจอกสีน้ำเงิน โลโกที่ถูกเปลี่ยนแปลงกว่าจะมาเป็นโก้ที่ใช้ในปัจจุบันนี้ทุกอันจะมีรูปสุนัขจิ่งจอกอยู่ในนั้นด้วย ซึ่งมีการออกแบบอย่างเรียบง่ายในช่วงแรกๆ และมาใช้สัญลักษ์วงกรมสีน้ำเงิน มีรูปสุนัคจิ้งจอกสีเหลืองอยู่ตรงกลางและมีคำว่า Leicester City football club บนโลโดก้ด้วย ที่เริ่มใช้ตั่งแต่ปี 2010 จนถึงตอนนี้

สำหลับชุดการแข่วขันของเลสเตอร์ ซิตี้ ตั่งแต่เริ่มยุคแรกแล้ว ที่มีการออกแบบชุดแข่งเป็นสีน้ำเงิน ส่วนใหญ่แล้ว พูม่า ผู้สนับสนุนหลักที่อยู่ด้วยกันมานานจะออกแบบชุดให้อยู่เสมอ แต่ก็มีข่าวว่าอดีดาส จะเข้ามาดูแลแทนเพราะสัญญากับพูม่าไกล้จะหมดลงแล้สซึ่งส่วนใหญ่นั้นเสื้อจะเป็นสีน้ำเงินเหมือนเดิม ซึ่งมีการใช้ผ้าที่ระบายอากาศได้อย่างดี

เกียรติประวัติและถ้วยแชมป์

  • พรีเมียร์ลีก 1 สมัย 2015-2016
  • ฟุตบอลลีกแชมป์เปี้ยนชิป 7 สมัย 1924 – 1925 1936 – 1937 1953 – 1954 1956 – 1957 -1970 – 1980 2013 – 2014
  • ฟุตบอลลีกวัน 1 สมัย 2008 – 2009
  • ฟุตบอลลีกคัพ 3 สมัย 1964 – 1997 – 2000

ปฎิเสธไม่ได้ว่าตั้งแต่ที่ Leicester City  มีเจ้าของเป็นคนไทยทำให้มีแฟนชาวไทยเพิ่มมากขึ้น และยังมีความภาคภูมิใจในสโมสรนี้ เพราะมีคนไทยเป็นผู้นำและทำให้ทีมประสบความสำเร็จได้ ในการคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ในฤดูกาล 2015-2016  แน่นอนว่าความสำเร็จนี้ไม่ได้สร้างขึ้นมาในระยะเวลาอันสั้นเพราะกว่าที่คิงพาวเวอร์จะพาทีมประสบความสำเร็จได้ถึงขนาดนี้ ต้องผ่านอุปสรรคและความยากมากมายซึ่งทำให้สร้างความน่าเชื่อถือสำหรับแฟนบอลชาวไทยและแฟนบอลทั่วโลก ที่สโมสรม้ามืดสโมสรหนึ่งสามารถท่ี่จะคว้าแชมป์ลีกดังได้ จนกลายเป็น สโมสรที่หกที่ได้ครองถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีก ถือว่าเป็นปรากฎการณ์ใหม่ๆที่ดีสำหรับวงการ พรีเมียร์ลีก และวงการฟุตบอลในประเทศไทย มากขึ้นอีกด้วย

กว่าจะมาเป็น เลสเตอร์ซิตี้ ทีมที่ประสบความสำเร็จและเป็นที่รู้จักอย่างในปัจจุบันนี้ประวัติ ความเป็นมาของสโมสรอันเก่าแก่ของอังกฤษทีมนี้ มีความเป็นมาที่ยาวนาน

แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด

แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ฟุตบอล คลับ เกิดขึ้นครั้งแรกในช่วงต้น ทศววษ 1870 เมื่อพนักงานการรถไฟกลุ่มหนึ่งได้ก่อตั้งทีมฟุตบอลขึ้นมา ซึ่งพวกเขาใข้ขื่อว่า เดอะ แลงคาเชียร์ แอนด์ ยอร์คเชียร์ เรียลเวย์ ฟุตบอล คลับ และต่อมาได้เปลี่ยนเป็น นิวตัน ฮีธ ในปี 1878 โดยพวกเค้าพยายามเข้าร่วมฟุตยบอลลีกถึงสองครั้งแต่ก็ล้มเหลว เพราะไม่มีสโมสรใดให้การสนับสนุน แต่ในที่สุดพวกเค้าก็ได้รับการยอมรับเมื่อฟุตบอลลีกแบ่งออกเป็นสองดิวิชั่นในเวลาต่อมาไม่นาน

เกมลีกนัทอรกในประวัติศาสตร์ของ นิวตัน ฮีธ คือ ดารมพ่ายแพ้ต่อ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส 3-4 แต่ชัยชนะนัดแรกก็มาถึงในไม่ช้า เมื่อพวกเค้าจะดการถล่มเอาชนะ วูฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส ไปได้ถึง 10-1 หลังจากนั้นทีมกลับทำผลงานได้อย่างน่าผิดหวัง เมื่อคว้าชัยชนะได้เพียงแค่ 6 จาก 30 นัด เท่านั้นจนทำให้พวกเค้าตกไปอยู่อันดับบ๊วยของตาราง แต่พวกเค้าก็รอดการตกชั้นได้ หลังจากที่เอาชนะ สมอลล์ ฮีธ ไปได้ 5-2 ที่สนาม บรามอลล์เลย

แต่ในปีต่อมาทีมยังคงเล่นแย่เหมือนเดิมและต้องตกชั้นไปในที่สุด โดยแม้จะมีการยุบลีก และตั้งขึ้นมาใหม่ แต่ทีมก็มีปัญหาในการเข้าร่วมลีกอีกครั้ง เนื่องจากสถานะทางการเงินไม่ดีนัก ก่อนที่พวกเค้าจะล้มละลายเมื่อเข้าปี 1902 โชคดีที่มีผู้อำนวยการโรงกลั่นเบียร์ที่ชื่อ จอห์น เดวี่ส์ มาลงทุนกับสโมสรทำให้เค้าเป็นผู้อำนวยการ และประธานสโมสรในท้ายที่สุด จากนั้นทีมก็เปลี่ยนขื่อมาเป็น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ใข้อยู่ในปัจจุบันนี้

และอีกไม่นาน เออร์เนสด์ แมกนัลล์ ได้ถูกแต่งตั้งให้เข้ามาเป็นผู้จัดการทีมคนแรกของทีมในปี 1903 โดย แมกนัลล์ ได้นำพาไต่ขึ้นมาจากดิวิชั่น 2 ได้ และจากสไตล์การเล่นที่รวดเร็ว และสวยงาม ในฤดูการ 1907-08 ปีศาจแดง ก็สามารถคว้าแชมป์ลีกมายังถิ่น โอลด์ แทร๊ฟฟอร์ด ได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร แถมในปีถัดมาพวกเค้ายังคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ ไปคลองได้อีกต่างหาก

แต่หลังจ่กที่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง แมนฯ นูไนเต็ด ก็ประสบปัญหาจนได้ เมื่อสนาม โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เกิดใช้การไม่ได้ รวมถึงนักเตะบางคนก็มีอายุเยอะมากขึ้น ทำให้ต้องมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่โดยการเซ็นสัญญากับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมร่วมเมือง เพื่อขอใช้สนาม เมน โร้ด เป็นสนามเหย้า พร้อมดับแต่งตั้ง แม็ตต์ บัสบี้ เป็นผู้จัดการทีมชุดนั้น แต่ใครจะไปรู้ได้ว่าชายผู้นี้แหละที่ได้สร้าง เร็ด เดวิลส์ ให้กลับขึ้นมาผงาดอีกครั้ง เมื่อเขาพาทีมที่มีเด็กท้องถิ่นเป้นองค์ประกอบหลักคว้าแชมป์ลีกในฤดูการ 1951-25 และหลังจากนั้นมันก็ได้กลายเป้นจุดเริ่มต้นของยุค บัสบี้ เบ๊บส์ อันยิ่งใหญ่

แชมป์ลีกในฤดูการ 1955-56 ตกเป็นของพวกเค้า และในบอลยุโรป บัสบี้ ก็สามารถพาทีมลุยเข้ารอบ ยูโรเปี้ยน คัพ และไปถึงรอบรองชนะเลิส ได้สำเร็จก่อนที่จะตกรอบไป  แต่ยังดีที่พวกเค้าคว้าแชมป์ดิวิชั่นหนึ่งได้อีกสมัย และจะได้กลับมายุโรปใหม่ในปีหน้า แต่เหตุการกลับไม่เป็นอย่างที่คิดเมื่อสโมสร แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด มาประสบอุบัติเหตุครั้งใหญ่ เมื่อเครื่องบินโดยสารที่ลงจอดในกรุงมิวนิค เกิดอุบัติเหตุขณะกำลังบินขึ้นฟ้า ส่งผลให้ผู้เล่นของทีม 8 รายเสียชีวิตทันที และนั้นก็เป๋นโศกนาฎกรรมที่สะเทือนใจที่สุดในวงการกีฬาทั่วโลกในขณะนั้น

หลังจากเหตุหฃการดังกล่าว แม็ตต์ บัสบี้ ได้ทำการตัดสินใจสร้างทีมขึ้นทมาใหม่เพื่อสานฝันที่จะคว้าแชมป์ยูโรเปี้ยน คัพ ให้ได้ โดยแกนนำยังเป็นนัหเตะที่รอดมาจากเหตุการเครื่องบินตก รวมกับผู้เล่นจากทีมสำรอง ทีมเยาวฃน และนักเตะที่ซื้อเข้ามาใหม่ จนทีมเริ่มกลับมาแข็งแกร่งขึ้นตามลำดับและเมื่อฝีนร้ายได้ผ่านไปพวกเค้าก็กลับมาคว้าแชมป์ได้อีกครั้งในถ้วย เอฟเอคัพ ปี 1963 ซึ่งในฤดูการนั้นเองนักเตพอย่าง จอร์จ เบสต์ เดนนิส ลอว์ และ บีอบบี้ ฃาร์ลตัน แจ้งเกิดขึ้นมาด้สำเร็จ และดูเหมือนช่วงนี้จะเป็นเวลาที่ดีที่สุดนับตั่งแต่ก่อตั้งสโมสร เมื่อพวกเค้าคว้าแชมป์ลักมาคลองได้ 2 สมัยในรอบ 3 ปี หลัง และแน่นอนเป็นเป้าหมายต่อไปของพวกเค้าย่อมอยู่ที่ ยูโรเปี้ยน

จนในที่สุดความฝันของ แม็ตต์ บัสบี้ ก็เป็นจริง เมื่อ ลูกทีมของเขา ไล่ถล่มเอาชนะ เบนฟิก้า ทีมชื่อดังของเมืองฝอยทองซึ่งนำทีมมาโดย ยุเซบิโอ นักเตะชื่อก้องโลก ไปได้ที่สนาม เวมบลีย์ ด้วยสกอรื 4-1 และคว้าแชมป์ถ้วยสโมสรใบใหญ่ที่สุดของยุโรปไปได้อย่างงดงาม ก่อนที่ บัสบี้ จะวางมือในเวลาต่อมาซึ่งนั่นดูเหมือนจะเป็นจุดเปลี่ยนของทีมอีกครั้ง เมื่อช่วงศวรรษที่ 1970 วิลฟ์ แม็คกินเนสส์ แฟร้งค์ โอ ฟาร์เรลล์ และ ทอมมี่ ด็อคเคอร์ตี้ ที่เข้ามารับงานต่อจาก เซอร์บัสบี้ ต่างก็ทำผลงานได้ย่ำแย่จนทีมต้องตกชั้นลงไปเล่นในดิวิชั่น 2 ในเวลาไม่นาน

ช่วงทศวรรษ 80 หลังจากที่ ยูไนเต้ด กลับขึ้นมาในลีกสูงสุดอีกครั้ง พวกเค้าก็ยังสร้างผลงานได้มาฃ่เป็นที่น่าประทับใจนัก ทำให้ทางเบื่องบนได้ตัดสินใจที่จะดึงตัว รอน แอ๊ตกินสัน เข้ามาคุมทีมแทนที่ของ เดฟ เซ็กซ์ตันในปี 1981 โดยบิ๊กรอน ได้นำนักเตะให่หลายคนเข้ามาสู่ทีม โดยเฉพาะในรายของ ไบรอัน ร๊อบสัน กองกลางชาวอังกฤษที่เข้าจ่ายเงินกว่า 1.5 ล้านปอนด์หรือประมาณ 105 ล้านบาท เพือเป็นค่าตัวนั้นถือป็นการซื้อที่เป็นสถิติการย้ายทีมของเกาะอังกฤษในเวลานั้นเลย แต่หลังจากนั้น ร๊อบสัน ก็แสดงให้เห็นว่าเค้าเล่นได้คุ้มค่าตัวทุกเพนนี แต่การเปลี่ยนแปลงในรั้ว โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ก็ยังไม่หยุดลงคานั้น เมื่อทางบอร์ดบริหารได้เห็นตรงกันว่า ดารคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ 2 สมัย นั้นไม่เพียงพอต่อสโมสรระดับนี้ ส่งผลให้ตำแหน่งผู้จัดการทีม ยูไนเต็ด เปลี่ยนมือมาจาก แอ๊ดกินสัน ไปสู่ผู้จัดการทีมคนใหม่ที่ชื่อว่า อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน

งานชิ้นใหม่ของเฟอร์กี้ ในถิ่น โอล์ แทร็ฟฟอร์ด เขาต้องเผชิญหน้ากับแรงกดดันที่มากมาย และด้วยเหตุผลนี้เองทำให้ผู้จัดการทีมคนก่อนอย่าง แอ๊ตกินสัน ต้องกระเด็นตกเก้าอี้ไป แน่นนอนว่าแค่แชมป์เอฟเอคัพ อย่างเดียวไปพอ ที่จะตอบสนองความทะเยอทะยานและความต้องการของสโมสรยังใหญ่อย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ และงานนี้ของ เฟอร์กี้ ก็ดูท่าจะต้องพบกับความยากลำบาก เมื่อยุคนั้น ลิเวอร์พูล อริตัวฉกาดของทีมกำลังคลองความยิ่งใหญ่ในประเทศอยู่ โดยมี อาร์เซน่อล และ เอฟเวอร์ตัน เป็นอีกสองทีมท่อพอฟัดพอเหวี่ยง

18 เดือนแรกของ เฟอร์กี้ นั้นก็ดูว่าจะผ่านไปได้อย่างราบนื่น เมื่อยูไนเต็ดจบซีซั่นอันดับสองของลีกในปี 1988 เป็นรองแค่ ลิอเวอร์พูล ทีมเดียวเท่านั้น ทว่าหลังจากจุดสูงสุดครั้งนั้น ปีศาจแดง ต้องกลับมาประสบปัญกาอีกครั้ง ความพ่ายแพ้ยับเยิน 1-5 รวมถึงการแพ้เพื่อนร่วมเมืองอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในเดือน พฤศจิกายน 1989 ซึ่งนั้นเป็นจุดเริ่มต้นของการเกิดกระแสเนียกร้องให้ปลดเค้าออกจากตำแหน่งโดยปีนั้นจบปีด้วยอันดับ 11 ของตาราง

สโมสรเชลซี

สโมสรเชลซี เป็นสโมสรฟุตบอลอาชีพที่ตั้งอยู่ในเขตฟูแลม ในกรุงลอนดอน ของประเทศอังกฤษซึ่งในปัจจุบันนี้ได้สู้ศึกอยู่บนลีกสูงสุดอย่าง พรีเมียร์ลีก โดยสโมสรก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 1905 โดย กุส เมียร์ส และได้การเปลี่ยนสนามกีฑาให้กลายเป็นสนามฟุตบอลและใช้ชื่อว่า สแตมฟอร์ดบริดจ์ ในตอนแรกนั้นจะใช้ชื่อสโมสรว่า ฟูแลม เอฟซี แต่ซื่อได้ช้ำกับสโมสรฟุตบอลท้องถิ่นอย่างสโมสรฟูแลม ทำให้ในช่วงแรกของการก่อตั้งสโมสรนั้นได้ชื่อว่า เคนชิงตัน อฟซี สแตมฟอร์ดบริดจ์ เอฟซี ลอนดอนเอฟซี และสุดท้ายได้เปลี่ยนมาใข้ขื่อสโมสรว่า เชลซี เอฟซี โดยได้ก่อตั้งสโมสรฟุตบอลแห่งนี้ที่ผับ เดอะไรซิงซัน หลังจากนั้นสโมสรเชลซีก็ได้เริ่มสร้างชือเสียงและประวัติศาสตร์ได้ในปีแรกของการลงทำการแข่งขัน ดิวิชั่น 1 ด้วยการคว้าแชมป์ได้ในปี 1906-1907 ซึ่งเป็นเพียงซีซันที่ 2 ในการแข่งขันดิวิชั่น 1 ของประเทศอังกฤษ

สโมสรเชลซี เป็นสโมสรฟุตบอลอาชีพที่ตั้งอยู่ในเขตฟูแลม ในกรุงลอนดอน ของประเทศอังกฤษซึ่งในปัจจุบันนี้ได้สู้ศึกอยู่บนลีกสูงสุดอย่าง พรีเมียร์ลีก โดยสโมสรก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 1905 โดย กุส เมียร์ส และได้การเปลี่ยนสนามกีฑาให้กลายเป็นสนามฟุตบอลและใช้ชื่อว่า สแตมฟอร์ดบริดจ์ ในตอนแรกนั้นจะใช้ชื่อสโมสรว่า ฟูแลม เอฟซี แต่ซื่อได้ช้ำกับสโมสรฟุตบอลท้องถิ่นอย่างสโมสรฟูแลม ทำให้ในช่วงแรกของการก่อตั้งสโมสรนั้นได้ชื่อว่า เคนชิงตัน อฟซี สแตมฟอร์ดบริดจ์ เอฟซี ลอนดอนเอฟซี และสุดท้ายได้เปลี่ยนมาใข้ขื่อสโมสรว่า เชลซี เอฟซี โดยได้ก่อตั้งสโมสรฟุตบอลแห่งนี้ที่ผับ เดอะไรซิงซัน หลังจากนั้นสโมสรเชลซีก็ได้เริ่มสร้างชือเสียงและประวัติศาสตร์ได้ในปีแรกของการลงทำการแข่งขัน ดิวิชั่น 1 ด้วยการคว้าแชมป์ได้ในปี 1906-1907 ซึ่งเป็นเพียงซีซันที่ 2 ในการแข่งขันดิวิชั่น 1 ของประเทศอังกฤษ

หลังจากก่อตั้งสโมสรได้เพียง 1 ปี สโมสรเชลซี ก็สร้างความประหลาดใจให้กับบนนดาทีมยักษ์ใหญ่อย่างมากมาย โดยที่เชลซีสามารถทำการคว้าแชมป์ดิวิชั่น 1 มาคลองได้ในซีซั่นที่ 2 ชองการลงทำการแข่งขันเพาะเป็นสโมสรที่เพิ่งก่อตั้งและยังไม่มีดาวเตะตัวเก่งอยู่ในทีมมากเท่าไหร่ แต่อย่างรก็ตามพวกเค้าก็ยังเป็นทีมที่ขึ้นๆลงๆ อยู่ระหว่าดิวิชั่น 1 และ 2 อยู่เรื่อยๆจนกระทั่งในปี 1915 เชลซีได้มีโอกาศเข้าชิงชนะเลิศฟุตบอลเอฟเอคัพ แต่ก็ต้องแพ้ให้กับสโมสรเชฟฟิลด์ เวนส์เดย์ ไป 3-0 แต่ถึงแม้จะแพ้ในการแข่งขันชิงชนะเลิศ เอฟเอคัพ ก็ตาม แต่พวกเค้าก็เริ่มเป็นที่รู้จักของผู้คนที่สนใจในเกมลูกหนังเป็นอย่างมาก จนกระทั้งในฤดูการ 1919-1920 พวกเค้าได้ทำผลงานได้อย่ายอดเยี่ยมและจบซีวั่นนั้นอยู่บนหัวตารางในอันดับที่ 3 ได้สำเร็จ ทำให้หลังจบฤดูการดังกล่าวสโมสรเชลซีเริ่มมีงบประมาณเข้ามาในสโมสรเป็นจำนวนมากและเริ่มซื้อนักเตะชื่อดังเข้ามาสู่สโมสรได้อย่างมากมาย

หลังจากสโมสรเชลซี เริ่มมีชทิ่เสียงและฐานแฟนบอลมีมากขึ้น ทำให้เค้าเริ่มมีงบประมาณในการล่าซื้อนักเตะตัวเก่งเข้ามาในทีมอย่างมากมาย พร้อมได้อดีตกองหน้าของไอ้ปืนใฆญาอาร์เซน่อล และอดีตทีมชาติอังกฤษอย่าง เท็ด เดร็ค เข้ามาเป็นกุนซือในปี 1952 เพื่อหวังยกระดับและปรับเปลี่ยนสโมสรให้มีความทันสมัย เขาจึงทำการโละกลุ่มทหารหลวงวัยเกษียณ และปรับทีมเยาวชนของสโมสรให้มีรูปแบบการฝึกฝนในการฝึกซ้อมที่เข้มข้นมากขึ้น พร้อมกันนี้ เท็ด เดร็ค ยังทำการซื้อสตาร์ดังจากลีกสมัคเล่นมาเสริมทัพอย่างมากมาย และด้วยการเข้ามาปรับเปลี่ยนแบบแผนและระบบดารเล่นต่างๆ ของ เท็ด เดร็ค ทำให้สโมสรเชลซีสร้างประวัติศาสตร์ได้ในฤดูกาลที่ 1954-1955 เมท่อพวกเค้าสามารถคว้าแชมป์ดิวิชั่น 1 ได้สำเร็จ จนกระทั้งในปี 1961 ด้วยความที่สโมสรมีความต้องการที่จะหาแผนกการทำทีมใหม่ๆ จึงได้ตัดสินใจ ปลด เดร็ค ออกจากผู้จัดกาดทีม และได้แต่งตัง ทอมมี่ โดเซิอร์ตี้ เข้ามาในฐานะผู้เล่นผู้จัดการทีมทันทีและได้ทำการปรับปรุงทีมครั้งใหญ่อีกครั้ง

ในปี 1962 ทอมมี่ โดเซอร์ตี้ ได้เข้ามาเป็นผู้จัดการทีมและได้เปลี่ยนแปลงสโมสรครั้งใหญ่ ทอมมี่ โดเชอร์ตี้ ได้เข้ามารับตำแหน่งผู้จัดการทีมคนใหม่ของสโมสรพร้อมควบคู่ไปกับการเป็นผู้เล่น เข้าได้ทำการเปลี่ยนแปลงแผนการเล่นของทีมขึ้นใหม่และได้ทำการยกเลิกสัญญาเข้งเก่าหลายหลายรายออกจากสโมสรและได้ซื้อนักเตะหน้าใหม่เข้ามาสู่สโมสรอย่างมากมาย โดยหนึ่งในแข้งหน้สใหม่ที่ โดเชอร์ตี ได้ดึงเข้ามาร่วมทีมในเวลานั้นก็คือ ปีเตอร์ออสกู๊ด ที่ได้กลายเป็นตำนานตลอดกาลของสโมสรในเวลาต่อมา ทอมมี่ โดเชิร์ตี้ ได้ไช้เวลาปรับเปลี่ยนรากฐานของสโมสรอยู่เพียง 2 ปี ก้สามารถคว้าแขมป์ลีกคัพได้ในฤดูการ 1964-1965 ด้วยการเอาชนะเลสเตอร์ ซิตี้ ที่มีกอร์ดอน แบงส์ ผู้รักษาประตูจอมหนึบไปด้วยผลการแข่งขัน 3-2 และหลังจากนั้นสามฤดูการพวกเค้ายังสามารถทะลุเข้าไปรอบชิงชนะเลิศในทุกรายการที่ทำการแข่งขัน แต่ก็เป็นได้แค่เพียงรองแชมป์เท่านั้นจนกระทั่งในซีซั่นถัดมาสโมสรได้ทำการปลดผุ้จัดการทีมอีกครั้งพร้อมทั้งแต่งตั้ง เดฟ เกตัส เข้ามาเป็นกุนซือคนใหม่ของสโมสร เช็กตัน เข้ามาคุมเพียงแค่ปีเดียวเท่านั้น เขาก็สามารถพาลูกทีมคว้าแช้มป์ อฟเอคัพ ในปี 1970 ได้สำเร็จ ด้วยการเอาชนะสโมสรยักษ์ใหญ่อย่าง ลีดส์ ยูไนเต็ด ไปด้วยสกอร์ 2-1

เชลถึงคราวดิ่งลงเหว เมื่อสมสรทำหารโละนักเตะดาวดังออกจากสโมสร หลังจากที่เขาล้มยัษ์อย่าง ลีดส์ ยูไนเต็ด คว้าแชมป์ เอฟเอคัพ 1970 ได้สำเส็จแล้ว เชลซีกึงคราวดิ่งลงเหวและตกต่ำลงในหลายปี 1970 ถึง 1990 เมื่อเฃลซีได้ทำการขายดาวดังของทีมออกไปอยบ่างมากมาย จนทำให้ฟอร์มการเล่นของพวกเค้าตกต่ำลงไปตามลำดับ จนตกชั้นและม่สามารถกลับขึ้นมาเล่นบนลีกสูงสุดได้จนกระทั่งในปี 1982 เคน เบตส์ ได้เข้ามาซื้อสโมสรด้วยราคส 1 ล้านปอนด์ และได้ทำการปรับปรุงสนามสแตมฟอร์ดบริดจ์ให้ดีและยิ่งใหญ่มากขึ้นแต่อันที่จริงแล้วการปรับกรุงสโมสรครั้งนี้ก็ดูเหมือนจะไม่ได้ช่วยอะไรเพราะพวกเค้าเกือบจะตกลงไปเล่นอยู่ดิวิชั่น 3 จนในปี 1984 จอร์น นีล สามารถทำผลงานได้อย่างดีและพาสโมสรชึ้นมาจาดกดิวิชั่น 2 ได้สำเร็จ ด้วยการคว้าแชมป์ในปี 1983-1984 แต่สุดท้ายแล้วก็ต้องกลับมาตกชั้นอีกในปี 1987-1988 ก่อนที่จะเลื่อนกลับมาเล่นอยู่ในดีวิชั่น 1 ได้อีกครั้งในปี 1988-1989 ด้วยการทิ้งแต้มห่างจากสโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถึง 17 แต้ม

ในปี 1992-2004 สโมสรเชลซีได้กลับคืนสู้ความยิ่งใหญ่และได้รับฉายาจากสื่อหลายสำนักให้เป็น สิงห์บอลถ้วย อีกครั้ง ในปี 1992 เชลซีเริ่มกลับมาดึงสสตาดังเข้าสู่สโมสรอีกครั้งจนสามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม และสามารถเข้าชิงชนะเลิศในหารแข่งขันฟุตบอล เอฟเอคัพ ในปี 1993-994 แต่พวกเค้าก็ต้องพ่ายแพ้ไห้กับ มนเชสเติร์ ยูไนเต็ด ไปอย่างราบคาบ  ถึง 4-0 จนกระทั่งทางบอร์ดบริหารได้ทำการแต่งตัง้ รุด กุลลิต เข้ามาทำทีมในฐานะผู้เล่นและผู้จัดการทีมในปี 1966 โดยเขาใช้เวลาเพียงแค่ 1 ปี ก็สามารถพาสโมสรเชลซีเข้าชิงฟุตบอล เอฟเอคัพ ในปี 1997 ด้วยการเอาชนะ มิดเดิลส์โบลรห์ไป 2-0 จากการทแระตูของ โรเบอร์โต้ ดิมัตติโอและ เอ็นดี้ นิวตัน นอกจากนี้ยังสามารถพาทีมเข้าชนะเลิสในรายการ ยูฟ่าคัพ วินเนอร์คัพ ปี 1998 พร้อมทั้งยังคว้าแชมป์สมัยที่ 2 ได้สำเร็จด้วยการเอาชนะ สตุ๊ดการ์ต ไปด้วย สกอร์ 1-0 จากการทำประดูของ โรแบร์โต้ ดิ มัตติโอ คนเดิม นอกจากน้พวกเค้ายังสามารเข้าไปสัมผัสเกมการแข่งขัน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เป้นครั้งแรก แต่ก็ต้องหยุดอยู่ที่รอบ 8 ทีมสุดท้าย ด้วยการพ่ายแพ้ให้กับ บาร์เซโลน่าปด้วยสกอรวม 6-4 จากนั้นไม่นานสโมสรเฃลซีได้ทำการแต่งตั้งผู้จัดการทีมคนใหม่อีกครั้ง โดยได้แต่งตั้งให้ เคลาดิโอ รานิเอรี่ เข้ามาเป็นกุนซือของทีมในปี 2000 เขาใช้เพียงไม่ถึงปีก็สามารถพาสโมสรเชลซีเข้าชิงชนะเลิศฟุตบอล เอฟเอคัพ ได้ แต่ก็คงต้องผิดหวังเพราะต้องแพ้ให้กับอาร์เซน่อล ไปด้วยสกอรื 2-0 จากยุคที่สโมสรเฃลซีได้อยู่ในช่วงที่ถือว่าประสบความสำเร็จกับบอลถ้วยเป็นส่วนใหญ่นั้น จึงให้สื่อหลายสำนักได้ตั้งฉายาให้กับพวกเค้าว่า สิงห์บอลถ้วย

ในช่วงปี 2004 มหาเศรษฐีชาวรัสเซีย ได้เข้ามาซื้อสโมสรด้วยจำนวนเงิน 140 ล้านปอนด์

lampard-proflie

ในช่วงปี 2004 นักการเมิองมาหาเศรษฐีชาวรัสเซียอย่าง โรมัน อับราโมวิช ได้เข้ามาซื้อสโมสรเชลซีไปด้วย ราคา 140 ล้านปอนด์ และได้ทำการทุ่มงบมหาศาลเพื่อคว้าตัวสตาร์และดาวเตะชื่อดังมากมายเข้ามาร่วมทีม นอกจากนี้เค้ายังทำเรื่องที่ทำให้แฟนบอลสุดประหลาดใจด้วยการปลดกุนซืออย่าง เคลาติโอ รานิเอรี่ ออกจากตำแหน่งแล้วทำการแต่งตั้ง โชเซ มูรินโญ่ เข้ามาเป็นผู้จัดการทีมคนใหม่ของสโมสรทันที ซึ่งก็ถือได้ว่าเป็นการตัดสินใจได้อย่างยอดเยี่ยม เพราะการเข้ามาของมูรินโญ่นั้นสามารถนำพาความสำเร็จเข้ามาสู่สโมสรได้อย่างมากมาย ทั้งการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูการ 2004-2005 ซึ่งเป็นซีซั่นแรกของการเข้ามาทำทีมของ มูรินญ่ แลละเขายังสามารถสร้างประวัติศาสตร์ให้กับสโมสรเชลซีโดยการเป็นแชมป์ที่มีแต้มสูงสุดถึง 95 คะแนน และยังสามารถเอาชนะ ลิเวอร์พูล ในกรฃารแข่งขันนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลลีกคัพไปด้วยสกอร์ 3-2 พร้อมคว้าแชมป์ไปอย่างยิ่งใหญ่